Knowledge Link — คลังความรู้กฎหมาย PDPA ไทย ชุดข้อมูล: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — มาตรา (96 โนด) สร้างเมื่อ: 2026-08-10 · แหล่งทางการ: https://link.pdpalawbase.com (อัปเดตล่าสุดดูที่เว็บ) กติกาเมื่อใช้ไฟล์นี้ตอบคำถาม: - อ้าง "ชื่อโนด + ลิงก์อ้างอิง" (บรรทัด ลิงก์อ้างอิง:) ของทุกประเด็นที่ใช้ - ถ้าไม่พบคำตอบในคลัง ให้บอกว่าไม่พบ อย่าเดา อย่าแต่งเลขมาตรา - เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ============================================================ โนด: มาตรา 1 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/1.md # มาตรา 1 ## ตัวบท > มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562" ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ชื่อย่อของพระราชบัญญัติ** — ใช้ชื่อ "พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562" เป็นชื่อทางการ. ในวงการมักเรียกย่อว่า **PDPA** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 2](https://link.pdpalawbase.com/section/2.md) — กำหนดวันบังคับใช้ ## หมายเหตุ - พ.ศ. 2562 = ค.ศ. 2019 (พ.ศ. = ค.ศ. + 543) - กำหนดเวลาบังคับใช้กำหนดใน [มาตรา 2](https://link.pdpalawbase.com/section/2.md) - คำย่อในวงการ: "PDPA" — ไม่มีคำย่อทางการในภาษาไทย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/1.md ============================================================ โนด: มาตรา 2 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/2.md # มาตรา 2 ## ตัวบท > มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด 2 หมวด 3 หมวด 5 หมวด 6 หมวด 7 และความใน [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md) และ [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md) ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ระยะเวลาก่อนกฎหมายมีผล** — แบ่งเป็น 2 ระดับ: (1) บทบัญญัติทั่วไป มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา, (2) บทบัญญัติเชิงปฏิบัติการสำคัญ (หมวด 2-3, 5-7 และ [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md) และ [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md)) ให้รอ **1 ปี** เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมตัว ## องค์ประกอบสำคัญ - **กลุ่มที่ 1 — มีผลทันที** (วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา): - ทุกบทบัญญัติที่ไม่อยู่ในกลุ่มที่ 2 (เช่น บททั่วไป, หมวด 1 คณะกรรมการ, หมวด 4 สำนักงาน) - **กลุ่มที่ 2 — รอ 1 ปี** หลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา: - หมวด 2 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) - หมวด 3 (สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล) - หมวด 5 (การร้องเรียน) - หมวด 6 (ความรับผิดทางแพ่ง) - หมวด 7 (บทกำหนดโทษ) - [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md) (บทเฉพาะกาล — ข้อมูลเก่าก่อน พ.ร.บ.) - [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md) (พระราชกฤษฎีกาเลื่อนการบังคับใช้) - **เหตุผลของระยะเวลาผ่อนผัน 1 ปี:** ให้เวลาผู้ควบคุมข้อมูลเตรียมการปฏิบัติตามกฎหมาย (DPO, ROPA, ขั้นตอนการขอความยินยอม) ก่อนถูกบังคับใช้จริง ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md) — บทเฉพาะกาล (สำหรับข้อมูลที่เก็บก่อน พ.ร.บ. มีผล) - [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md) — อำนาจ ครม. ออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเวลาบังคับใช้ ## หมายเหตุ - **กลุ่มที่ 2 มีผลล่าช้า** ตามอำนาจ [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md) ที่ให้ ครม. ออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเวลาบังคับใช้ - **vacatio legis 2 ระดับ** เป็นรูปแบบการร่างกฎหมายที่ให้ผู้บังคับใช้เตรียมความพร้อม (เปรียบกับ GDPR ที่มี 2 ปี ระยะเวลาผ่อนผัน) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/2.md ============================================================ โนด: มาตรา 3 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/3.md # มาตรา 3 ## ตัวบท > มาตรา 3 ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ > > (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม > > (2) บทบัญญัติเกี่ยวกับการร้องเรียน บทบัญญัติที่ให้อำนาจแก่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญออกคำสั่งเพื่อคุ้มครองเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีดังต่อไปนี้ > > (ก) ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการนั้นไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการร้องเรียน > > (ข) ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการนั้นมีบทบัญญัติที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนตามกฎหมายดังกล่าวออกคำสั่งเพื่อคุ้มครองเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่เพียงพอเท่ากับอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัตินี้และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวร้องขอต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กฎหมายเฉพาะเรื่องมีผลแทน พ.ร.บ. นี้** — ถ้ามีกฎหมายอื่นบัญญัติเรื่องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ ให้บังคับตามกฎหมายนั้น **เว้นแต่ 2 ประเภทบทบัญญัติที่ พ.ร.บ. นี้มีผลแทนกลับ** — เรื่องการประมวลผลข้อมูล/สิทธิเจ้าของ (ตาม (1)) และเรื่องการร้องเรียน/อำนาจกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ตาม (2)) ## องค์ประกอบสำคัญ **หลักทั่วไป:** กฎหมายเฉพาะเรื่องมีผลแทน พ.ร.บ. นี้ **ข้อยกเว้นที่ พ.ร.บ. นี้มีผลแทน:** - **(1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูล + สิทธิของเจ้าของข้อมูล + บทลงโทษ** → ใช้ พ.ร.บ. นี้ **เป็นการเพิ่มเติม** (มีผลแทนกฎหมายอื่น แม้จะซ้ำกัน) - **(2) บทบัญญัติเกี่ยวกับการร้องเรียน + อำนาจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ + อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่** → ใช้ พ.ร.บ. นี้ในกรณี: - **(ก)** กฎหมายอื่นไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการร้องเรียน - **(ข)** กฎหมายอื่นมีบทบัญญัติให้อำนาจ แต่อำนาจไม่เพียงพอเท่ากับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม พ.ร.บ. นี้ ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้เป็นกฎที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ร.บ. นี้ กับกฎหมายอื่น (ไม่อ้างมาตราภายใน พ.ร.บ.)_ ## หมายเหตุ - **lex specialis** เป็นหลักกฎหมายโรมัน — กฎหมายเฉพาะเรื่องมีผลแทนกฎหมายทั่วไปเมื่อขัดแย้ง — มาตรานี้ใช้หลักนั้นเป็นหลักทั่วไป แต่พลิกกลับใน 2 เรื่องข้างต้น - **ในทางปฏิบัติ:** องค์กรในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะของตน ต้องตรวจสอบทั้ง PDPA + กฎหมายเฉพาะ — ถ้าซ้อน → ใช้กฎหมายเฉพาะเรื่อง (เว้น (1)(2)) - **หลักความเป็นกฎหมายเฉพาะของรัฐสมาชิก:** GDPR ใช้แนวคิดคล้ายกัน — เคารพกฎหมายเฉพาะของรัฐสมาชิก EU ในเรื่องที่ EU ไม่ปรับเป็นมาตรฐานกลางเต็มที่ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/3.md ============================================================ โนด: มาตรา 4 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/4.md # มาตรา 4 ## ตัวบท > มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ > > (1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น > > (2) การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ > > (3) บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะเพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น > > (4) สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา รวมถึงคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งโดยสภาดังกล่าว ซึ่งเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการ แล้วแต่กรณี > > (5) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา > > (6) การดำเนินการกับข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต > > การยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดทำนองเดียวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) และ (6) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วย ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ขอบเขตที่ พ.ร.บ. นี้ไม่ใช้บังคับ** — มี 6 ประเภทกิจกรรม/หน่วยงานที่ได้รับยกเว้น เปิดทางให้ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นเพิ่มเติม และยังบังคับให้ผู้ที่ได้รับยกเว้นใน (2)-(6) ต้องมีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลตามมาตรฐาน ## องค์ประกอบสำคัญ **6 ประเภทที่ได้รับยกเว้น (วรรคหนึ่ง):** - **(1)** การใช้ข้อมูลเพื่อ**ประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว** - **(2)** **หน่วยงานของรัฐ** ที่มีหน้าที่รักษาความมั่นคง (รวมถึงความมั่นคงทางการคลัง การปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์) - **(3)** **สื่อมวลชน งานศิลปกรรม งานวรรณกรรม** ตามจริยธรรมวิชาชีพ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ - **(4)** **สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา** และคณะกรรมาธิการ ในการปฏิบัติหน้าที่ - **(5)** **การพิจารณาพิพากษาของศาล** กระบวนการบังคับคดี และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา - **(6)** **บริษัทข้อมูลเครดิต** ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต **กลไกขยาย (วรรคสอง):** ครม. สามารถออก**พระราชกฤษฎีกา**เพื่อยกเว้นเพิ่มเติม สำหรับผู้ควบคุมข้อมูลในลักษณะคล้ายกับ (1)-(6) หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใด **ข้อจำกัด (วรรคสาม):** แม้ได้รับยกเว้นใน (2)-(6) หรือยกเว้นเพิ่มเติมตามพระราชกฤษฎีกา → **ยังต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐาน** ((1) การใช้ส่วนตัว/ครอบครัว ไม่อยู่ภายใต้หน้าที่นี้) ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดขอบเขตยกเว้นจากการบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ (ไม่อ้างมาตราภายใน พ.ร.บ.)_ ## หมายเหตุ - **เหตุผลของยกเว้น:** แต่ละข้อสะท้อนหลักการสำคัญที่ขัดกับการใช้บังคับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลทั่วไป — เช่น ความมั่นคงของรัฐ (2), เสรีภาพสื่อ (3), เอกสิทธิ์รัฐสภา (4), ความเป็นอิสระของศาล (5), หรือกฎหมายเฉพาะของบริษัทข้อมูลเครดิต (6) - **ยกเว้น ≠ ไม่มีหน้าที่ใดเลย:** วรรคสามบังคับว่าผู้ที่ได้รับยกเว้นใน (2)-(6) ยังต้องมีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล — แม้ไม่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติอื่นของ พ.ร.บ. นี้ - **(1) การใช้ส่วนตัว/ในครอบครัว ได้รับยกเว้นแบบเต็ม** เพราะการใช้ข้อมูลในครอบครัวอยู่นอกขอบเขตที่กฎหมายควรเข้าไปกำกับ — สอดคล้องกับ GDPR (กฎหมายคุ้มครองข้อมูลของ EU) ที่มีหลักการคล้ายกัน - **กลไกพระราชกฤษฎีกา (วรรคสอง)** ทำให้ ครม. สามารถปรับขอบเขตยกเว้นได้ตามสถานการณ์ โดยไม่ต้องแก้ไข พ.ร.บ. — ลดความเสี่ยงของกฎหมายล้าสมัย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/4.md ============================================================ โนด: มาตรา 5 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/5.md # มาตรา 5 ## ตัวบท > มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยนั้น ได้กระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ตาม > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่นอกราชอาณาจักร พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรโดยการดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เมื่อเป็นกิจกรรม ดังต่อไปนี้ > > (1) การเสนอสินค้าหรือบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีการชำระเงินของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ก็ตาม > > (2) การเฝ้าติดตามพฤติกรรมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ขอบเขตเชิงพื้นที่ของ พ.ร.บ. นี้** — บังคับใช้ทั้ง (1) ผู้ควบคุม/ประมวลผลข้อมูลที่อยู่**ในประเทศไทย** (ไม่ว่าจะประมวลผลในหรือนอกประเทศก็ตาม) และ (2) ผู้ควบคุม/ประมวลผลที่อยู่**ต่างประเทศ** แต่เก็บข้อมูลของผู้ที่อยู่ในประเทศไทย ผ่านการเสนอสินค้า/บริการ หรือการเฝ้าติดตามพฤติกรรม ## องค์ประกอบสำคัญ **กรณีที่ 1 — ผู้ควบคุม/ประมวลผลอยู่ในประเทศไทย (วรรคหนึ่ง):** บังคับใช้ครอบคลุม **ทั้งหมด** ไม่ว่าการประมวลผลจะกระทำในหรือนอกราชอาณาจักร → **หลักการ: "สถานที่ตั้งของผู้ควบคุม"** เป็นเกณฑ์ **กรณีที่ 2 — ผู้ควบคุม/ประมวลผลอยู่นอกประเทศไทย (วรรคสอง):** บังคับใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ควบคุม/ประมวลผลต่างประเทศทำกิจกรรมต่อ**ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย** ผ่าน: - **(1)** การเสนอ**สินค้าหรือบริการ** ให้กับผู้ที่อยู่ในประเทศไทย (ไม่ว่าจะคิดเงินหรือไม่) - **(2)** การ**เฝ้าติดตามพฤติกรรม**ของผู้ที่อยู่ในประเทศไทย → **หลักการ: "มุ่งเป้าไปที่เจ้าของข้อมูล"** เป็นเกณฑ์ ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดขอบเขตเชิงพื้นที่ของการบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ (ไม่อ้างมาตราภายใน พ.ร.บ.)_ ## หมายเหตุ - **ขอบเขตคู่:** มาตรานี้บังคับใช้บนหลัก 2 ระบบ — "สถานที่ตั้งของผู้ควบคุม" (วรรคหนึ่ง) และ "มุ่งเป้าไปที่เจ้าของข้อมูล" (วรรคสอง) — ครอบคลุมทั้งกรณีในประเทศและข้ามประเทศ - **กรณีที่ 1 ครอบคลุมการประมวลผลข้ามชายแดน:** ผู้ควบคุมในไทยที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ หรือว่าจ้างบริษัทต่างประเทศประมวลผลข้อมูล → ยังบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ - **กรณีที่ 2 ครอบคลุมบริษัทต่างประเทศที่ไม่มีสำนักงานในไทย:** เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศที่ให้บริการคนไทย หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ติดตามพฤติกรรมคนไทย → อยู่ใต้ พ.ร.บ. นี้ - **"(1) ไม่ว่าจะคิดเงินหรือไม่" ครอบคลุมบริการฟรี** เช่น โซเชียลมีเดีย เครื่องมือออนไลน์ — แม้ไม่มีการชำระเงิน - **สอดคล้องกับ GDPR (กฎหมายคุ้มครองข้อมูลของ EU)** ใน Article 3 (ข้อ 3) กำหนดขอบเขตเชิงพื้นที่คล้ายกัน — รูปแบบ "อาณาเขต + การมุ่งเป้า" นี้เป็นมาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสมัยใหม่ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/5.md ============================================================ โนด: มาตรา 6 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/6.md # มาตรา 6 ## ตัวบท > มาตรา 6 ในพระราชบัญญัตินี้ > > "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ > > "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล > > "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล > > "บุคคล" หมายความว่า บุคคลธรรมดา > > "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ > > "สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **บทนิยาม** ของคำสำคัญ 9 คำที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้ — ครอบคลุมตั้งแต่นิยามของ "ข้อมูลส่วนบุคคล" และ "ผู้ควบคุม/ประมวลผลข้อมูล" ที่เป็นหัวใจของกฎหมาย ไปจนถึงนิยามของหน่วยงาน (คณะกรรมการ สำนักงาน) และตำแหน่งทางราชการ (เลขาธิการ รัฐมนตรี) ## องค์ประกอบสำคัญ นิยาม 9 คำที่ปรากฏซ้ำตลอด พ.ร.บ.: - **"ข้อมูลส่วนบุคคล"** — ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (ทางตรง/ทางอ้อม) ยกเว้นข้อมูลผู้เสียชีวิต - **"ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล"** — บุคคล/นิติบุคคลที่ตัดสินใจเก็บ ใช้ เปิดเผย - **"ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล"** — บุคคล/นิติบุคคลที่ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุม (ไม่ใช่ผู้ควบคุมเอง) - **"บุคคล"** — บุคคลธรรมดาเท่านั้น (ไม่รวมนิติบุคคล) - **"คณะกรรมการ"** — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - **"พนักงานเจ้าหน้าที่"** — ผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง - **"สำนักงาน"** — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - **"เลขาธิการ"** — เลขาธิการของสำนักงาน - **"รัฐมนตรี"** — รัฐมนตรีผู้รักษาการ (ตาม [มาตรา 7](https://link.pdpalawbase.com/section/7.md)) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 7](https://link.pdpalawbase.com/section/7.md) — กำหนดผู้รักษาการ (ที่นิยาม "รัฐมนตรี" อ้างถึง) ## หมายเหตุ - **หัวใจของ พ.ร.บ.:** นิยามของ "ข้อมูลส่วนบุคคล" + "ผู้ควบคุม/ประมวลผล" คือพื้นฐานในการตีความทุกบทบัญญัติที่ตามมา - **"บุคคล" = บุคคลธรรมดาเท่านั้น:** พ.ร.บ. นี้คุ้มครองข้อมูลของบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ของนิติบุคคล - **ข้อมูลผู้เสียชีวิต:** ไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ. นี้ (ตามนิยาม "ข้อมูลส่วนบุคคล") ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/6.md ============================================================ โนด: มาตรา 7 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/7.md # มาตรา 7 ## ตัวบท > มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ผู้รักษาการ พ.ร.บ.** คือ **รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม** และให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้ง "พนักงานเจ้าหน้าที่" เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้รักษาการ:** รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - **อำนาจของรัฐมนตรี:** แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) (นิยาม "พนักงานเจ้าหน้าที่") ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) — บทนิยาม "พนักงานเจ้าหน้าที่" ที่อ้างถึงในมาตรานี้ ## หมายเหตุ - มาตรานี้คือกลไกแต่งตั้ง "พนักงานเจ้าหน้าที่" (ตามนิยามใน [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)) — ไม่ใช่แค่กำหนดชื่อตำแหน่งรักษาการ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/7.md ============================================================ โนด: มาตรา 8 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/8.md # มาตรา 8 ## ตัวบท > มาตรา 8 ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย > > (1) ประธานกรรมการ ซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านสังคมศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน หรือด้านอื่น ทั้งนี้ ต้องเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (2) ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการ > > (3) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนห้าคน ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และอัยการสูงสุด > > (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนเก้าคน ซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านสังคมศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน หรือด้านอื่น ทั้งนี้ ต้องเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน > > หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดำรงตำแหน่งแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตาม[มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา ## สรุป มาตรานี้กำหนด **องค์ประกอบของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** — ประกอบด้วยประธาน 1 คน (สรรหา), รองประธาน 1 คน (ปลัดกระทรวงดิจิทัล), กรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน, และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน (สรรหา) รวม 16 คน — โดยมีเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) ประธานกรรมการ** — สรรหาจากผู้มีความรู้/ประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง - **(2) รองประธานกรรมการ** — ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - **(3) กรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน** — ปลัดสำนักนายกฯ + เลขาธิการกฤษฎีกา + เลขาธิการคุ้มครองผู้บริโภค + อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ + อัยการสูงสุด - **(4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน** — สรรหาจากผู้มีความรู้/ประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง - **เลขาธิการ** — เป็นกรรมการและเลขานุการ + แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกิน 2 คน - **กลไกสรรหา** — คณะรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์ + ต้องคำนึงถึงความโปร่งใส; กรณีพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตาม [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) — เหตุพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ (ที่ส่งผลต่อการสรรหาแทน) ## หมายเหตุ - **โครงสร้างคณะกรรมการ:** 1 + 1 + 5 + 9 = 16 คน + เลขาธิการ (กรรมการและเลขานุการ) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/8.md ============================================================ โนด: มาตรา 9 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/9.md # มาตรา 9 ## ตัวบท > มาตรา 9 ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งจำนวนแปดคนทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ประกอบด้วย > > (1) บุคคลซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสองคน > > (2) บุคคลซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งจำนวนสองคน > > (3) บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้งจำนวนสองคน และ > > (4) บุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้งจำนวนสองคน > > ในกรณีที่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตาม (2) (3) หรือ (4) ไม่สามารถแต่งตั้งกรรมการสรรหาในส่วนของตนได้ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน ให้สำนักงานเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการสรรหาแทนผู้มีอำนาจแต่งตั้งนั้น > > ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหาและเลือกกรรมการสรรหาอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหา และให้สำนักงานปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา > > ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสรรหาว่างลง ให้ดำเนินการเพื่อให้มีกรรมการสรรหาแทนในตำแหน่งนั้นโดยเร็ว ในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการสรรหาใหม่ ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ > > กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ## สรุป มาตรานี้กำหนด **คณะกรรมการสรรหา** จำนวน 8 คน ทำหน้าที่คัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — ประกอบด้วย 4 องค์กรที่แต่งตั้ง องค์กรละ 2 คน (นายกรัฐมนตรี, ประธานรัฐสภา, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) ## องค์ประกอบสำคัญ - **โครงสร้างคณะกรรมการสรรหา 8 คน:** - **(1)** นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง 2 คน - **(2)** ประธานรัฐสภาแต่งตั้ง 2 คน - **(3)** ผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง 2 คน - **(4)** คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง 2 คน - **กรณีแต่งตั้งไม่ทันใน 45 วัน:** สำนักงานเสนอชื่อให้นายกฯ แต่งตั้งแทน - **โครงสร้างภายใน:** เลือกกันเอง 1 คนเป็นประธาน + 1 คนเป็นเลขานุการ; สำนักงานเป็นหน่วยธุรการ - **ข้อห้าม:** กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการที่ตนเองสรรหา (ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — องค์ประกอบคณะกรรมการ (ที่คณะกรรมการสรรหานี้ทำหน้าที่คัดเลือก) ## หมายเหตุ - **หลักการแบ่งแต่งตั้ง 4 องค์กร:** กระจายอำนาจการสรรหาให้องค์กรอิสระหลายแห่ง — ลดอิทธิพลของฝ่ายบริหารเดียวต่อการเลือกกรรมการ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/9.md ============================================================ โนด: มาตรา 10 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/10.md # มาตรา 10 ## ตัวบท > มาตรา 10 ในการสรรหาประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) แล้วแต่กรณี รวมทั้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม[มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) และยินยอมให้เสนอชื่อเข้ารับคัดเลือกเท่ากับจำนวนประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ที่จะได้รับแต่งตั้ง > > เมื่อได้คัดเลือกบุคคลเป็นประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ครบจำนวนแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาแจ้งรายชื่อประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) พร้อมหลักฐานแสดงคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งความยินยอมของบุคคลดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) > > ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อประธานกรรมการตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม[มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีในราชกิจจานุเบกษา ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กระบวนการสรรหา** ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — ต้องผ่าน 3 ขั้นตอน: (1) คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติ + ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md), (2) แจ้งรายชื่อต่อ ครม. แต่งตั้ง, (3) นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ## องค์ประกอบสำคัญ - **ขั้นที่ 1 — คัดเลือก:** คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มี - คุณสมบัติตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) หรือ (4) - คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) - ความยินยอมเข้ารับคัดเลือก - **ขั้นที่ 2 — เสนอ ครม.:** แจ้งรายชื่อ + หลักฐาน + ความยินยอม ต่อคณะรัฐมนตรี - **ขั้นที่ 3 — ประกาศ:** นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — องค์ประกอบคณะกรรมการ (ที่ระบุคุณสมบัติประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) - [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) — คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/10.md ============================================================ โนด: มาตรา 11 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/11.md # มาตรา 11 ## ตัวบท > มาตรา 11 ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ > > (1) มีสัญชาติไทย > > (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต > > (3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ > > (4) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ > > (5) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือจากหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง > > (6) ไม่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย > > (7) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ## สรุป มาตรานี้กำหนด **คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม** ของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — มี 7 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่สัญชาติ ฐานะทางการเงิน ความสามารถทางกฎหมาย ประวัติอาชญากรรม ประวัติการทำงาน และความเป็นกลางทางการเมือง ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) สัญชาติไทย** (คุณสมบัติเชิงบวกเดียว) - **(2) ไม่เคยล้มละลายทุจริต** - **(3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ** - **(4) ไม่เคยต้องโทษจำคุก** (เว้นแต่ความผิดประมาท/ลหุโทษ) - **(5) ไม่เคยถูกไล่ออก/ปลดออก** เพราะทุจริต/ประพฤติชั่วร้ายแรง - **(6) ไม่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย** - **(7) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง** (รวมถึงผู้บริหารพรรคการเมือง) ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้คือรายการคุณสมบัติเอง_ ## หมายเหตุ - **โครงสร้างแบบรายการข้อห้าม:** 6 จาก 7 ข้อเป็นข้อห้าม (ลักษณะต้องห้าม) มีเพียงข้อ (1) ที่เป็นคุณสมบัติเชิงบวก (สัญชาติไทย) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/11.md ============================================================ โนด: มาตรา 12 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/12.md # มาตรา 12 ## ตัวบท > มาตรา 12 ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ > > ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **วาระการดำรงตำแหน่ง** ของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — คราวละ 4 ปี + รักษาการต่อไปได้จนกว่ามีคนใหม่ + แต่งตั้งซ้ำได้แต่ไม่เกิน 2 วาระ (รวม 8 ปีสูงสุด) ## องค์ประกอบสำคัญ - **วาระ 4 ปี ต่อครั้ง** - **รักษาการชั่วคราว:** ถ้ายังไม่ได้แต่งตั้งคนใหม่ คนเดิมอยู่ต่อจนกว่าคนใหม่เข้ารับหน้าที่ - **เพดาน 2 วาระ:** แต่งตั้งซ้ำได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระ (รวมสูงสุด 8 ปี) ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดวาระเอง_ ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/12.md ============================================================ โนด: มาตรา 13 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/13.md # มาตรา 13 ## ตัวบท > มาตรา 13 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม[มาตรา 12](https://link.pdpalawbase.com/section/12.md) ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ > > (1) ตาย > > (2) ลาออก > > (3) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ > > (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม[มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) > > ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ > > ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสอง และในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว ## สรุป มาตรานี้กำหนด **เหตุพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ** ของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — มี 4 เหตุ (ตาย, ลาออก, ครม. ให้ออก, ขาดคุณสมบัติตาม [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md)) + กลไกแต่งตั้งแทน + รักษาการชั่วคราวกรณีประธานพ้นจากตำแหน่ง ## องค์ประกอบสำคัญ - **4 เหตุพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ:** - **(1)** ตาย - **(2)** ลาออก - **(3)** คณะรัฐมนตรีให้ออก (บกพร่องหน้าที่/ประพฤติเสื่อมเสีย/หย่อนความสามารถ) - **(4)** ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) - **กลไกแต่งตั้งแทน:** ดำรงตำแหน่งเท่าวาระที่เหลือ — เว้นแต่เหลือไม่ถึง 90 วัน ไม่ต้องแต่งตั้งแทนก็ได้ - **รักษาการชั่วคราว:** ถ้าประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่ง รองประธานทำหน้าที่ประธานชั่วคราว - **คณะกรรมการในระหว่างนั้น:** ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 12](https://link.pdpalawbase.com/section/12.md) — กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง (ที่มาตรานี้เพิ่มเติม "นอกจาก...") - [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) — คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม (ที่ใช้เกณฑ์ใน (4)) ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/13.md ============================================================ โนด: มาตรา 14 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/14.md # มาตรา 14 ## ตัวบท > มาตรา 14 การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม > > ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม > > การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด > > การประชุมของคณะกรรมการอาจกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กฎการประชุมคณะกรรมการ** — องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง, ลำดับผู้ทำหน้าที่ประธาน (ประธาน → รองประธาน → กรรมการเลือก), เสียงข้างมากตัดสิน + ประธานออกเสียงชี้ขาดถ้าเสียงเท่ากัน, ประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **องค์ประชุม:** ≥ กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ - **ลำดับประธานที่ประชุม:** 1. ประธานกรรมการ 2. รองประธานกรรมการ (ถ้าประธานไม่มา) 3. กรรมการเลือกกันเอง (ถ้าทั้งคู่ไม่มา) - **การลงคะแนน:** เสียงข้างมาก / กรรมการคนละ 1 เสียง / ประธานออกเสียงชี้ขาดถ้าเสียงเท่ากัน - **รูปแบบการประชุม:** ปกติ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามที่คณะกรรมการกำหนด) ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดกฎการประชุมเอง_ ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/14.md ============================================================ โนด: มาตรา 15 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/15.md # มาตรา 15 ## ตัวบท > มาตรา 15 กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ที่ประชุมพิจารณา ให้แจ้งการมีส่วนได้เสียของตนให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม และห้ามมิให้ผู้นั้นเข้าร่วมประชุมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ## สรุป มาตรานี้กำหนด **หลักการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน** ของกรรมการ — กรรมการที่มีส่วนได้เสีย (ทางตรง/ทางอ้อม) ในเรื่องที่ประชุมพิจารณา ต้องแจ้งล่วงหน้า + ห้ามเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น ## องค์ประกอบสำคัญ - **ขอบเขต:** ส่วนได้เสีย "ทางตรงหรือทางอ้อม" ในเรื่องที่ประชุมพิจารณา - **หน้าที่ 2 ข้อ:** - แจ้งคณะกรรมการ **ล่วงหน้าก่อนการประชุม** - ห้ามเข้าร่วมประชุมพิจารณาในเรื่องนั้น ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดหลักการเอง_ ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/15.md ============================================================ โนด: มาตรา 16 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/16.md # มาตรา 16 ## ตัวบท > มาตรา 16 คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) จัดทำแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม > > (2) ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ดำเนินกิจกรรมตามแผนแม่บทตาม (1) รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทดังกล่าว > > (3) กำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ > > (4) ออกประกาศหรือระเบียบเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ > > (5) ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ > > (6) ประกาศกำหนดข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติ > > (7) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎที่ใช้บังคับอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (8) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือทบทวนความเหมาะสมของพระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยทุกรอบห้าปี > > (9) ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ > > (10) ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้ > > (11) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดทักษะการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน > > (12) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (13) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **13 หน้าที่และอำนาจ** ของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำแผนแม่บท ออกประกาศ/ระเบียบ ส่งเสริม/สนับสนุน เสนอแนะกฎหมาย ตีความปัญหา ไปจนถึงการให้ความรู้ประชาชนและส่งเสริมการวิจัย ## องค์ประกอบสำคัญ **กลุ่มงานวางแผน/นโยบาย:** - **(1)** จัดทำแผนแม่บท + เสนอคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติ - **(2)** ส่งเสริม/สนับสนุนหน่วยงานรัฐ-เอกชนดำเนินการตามแผนแม่บท + ประเมินผล **กลุ่มงานออกกฎ:** - **(3)** กำหนดมาตรการ/แนวทางการคุ้มครองข้อมูล - **(4)** ออกประกาศ/ระเบียบเพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ. - **(5)** ประกาศหลักเกณฑ์การส่ง/โอนข้อมูลไปต่างประเทศ - **(6)** ประกาศข้อปฏิบัติเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุม/ประมวลผล **กลุ่มงานเสนอแนะ:** - **(7)** เสนอแนะ ครม. ในการตรา/ปรับปรุงกฎหมาย - **(8)** เสนอแนะ ครม. ในการตราพระราชกฤษฎีกา + ทบทวน พ.ร.บ. ทุก 5 ปี **กลุ่มงานบริการ:** - **(9)** ให้คำแนะนำ/คำปรึกษาแก่หน่วยงานรัฐ-เอกชน - **(10)** ตีความและวินิจฉัยปัญหาจากการบังคับใช้ **กลุ่มงานส่งเสริม:** - **(11)** ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน - **(12)** ส่งเสริมการวิจัยเทคโนโลยีคุ้มครองข้อมูล - **(13)** ปฏิบัติการอื่นตามที่ พ.ร.บ. หรือกฎหมายอื่นกำหนด ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้คือรายการอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ_ ## หมายเหตุ - **ทบทวน พ.ร.บ. ทุก 5 ปี** ตาม (8) เป็นกลไกป้องกันกฎหมายล้าสมัย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/16.md ============================================================ โนด: มาตรา 17 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/17.md # มาตรา 17 ## ตัวบท > มาตรา 17 ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด > > ประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการ ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ให้ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ## สรุป มาตรานี้กำหนด **เบี้ยประชุมและค่าตอบแทน** ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ — กรรมการหลัก (ประธาน รองประธาน กรรมการ) ตามหลักเกณฑ์ของ ครม.; ส่วนอนุกรรมการและกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการเองโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ## องค์ประกอบสำคัญ - **กรรมการหลัก** (ประธาน + รองประธาน + กรรมการ): ค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ของ **คณะรัฐมนตรี** - **อนุกรรมการ + กรรมการผู้เชี่ยวชาญ**: ค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ของ **คณะกรรมการเอง** โดยความเห็นชอบของ **กระทรวงการคลัง** ## มาตราที่อ้างอิง _ไม่มี — มาตรานี้กำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนเอง_ ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/17.md ============================================================ โนด: มาตรา 18 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/18.md # มาตรา 18 ## ตัวบท > มาตรา 18 คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ > > การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำความใน[มาตรา 14](https://link.pdpalawbase.com/section/14.md) และ[มาตรา 15](https://link.pdpalawbase.com/section/15.md) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้กำหนด **อำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ** ของคณะกรรมการ — เพื่อพิจารณา/ปฏิบัติการเฉพาะเรื่องตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้กฎการประชุม ([มาตรา 14](https://link.pdpalawbase.com/section/14.md)) + ผลประโยชน์ทับซ้อน ([มาตรา 15](https://link.pdpalawbase.com/section/15.md)) นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ## องค์ประกอบสำคัญ - **อำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการ:** คณะกรรมการแต่งตั้งได้ตามที่มอบหมาย (เพื่อพิจารณา/ปฏิบัติการเฉพาะเรื่อง) - **กฎการประชุมอนุกรรมการ:** ใช้กฎการประชุมคณะกรรมการ ([มาตรา 14](https://link.pdpalawbase.com/section/14.md)) และกฎผลประโยชน์ทับซ้อน ([มาตรา 15](https://link.pdpalawbase.com/section/15.md)) โดยอนุโลม ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 14](https://link.pdpalawbase.com/section/14.md) — กฎการประชุมคณะกรรมการ (นำมาใช้กับอนุกรรมการโดยอนุโลม) - [มาตรา 15](https://link.pdpalawbase.com/section/15.md) — กฎผลประโยชน์ทับซ้อน (นำมาใช้กับอนุกรรมการโดยอนุโลม) ## หมายเหตุ _(ไม่มี)_ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/18.md ============================================================ โนด: มาตรา 19 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/19.md # มาตรา 19 ## ตัวบท > มาตรา 19 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ > > การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ > > ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ > > ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ > > เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้ โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ > > ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น > > การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ## สรุป มาตรานี้คือ **หลักการความยินยอม** — รากฐานของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. นี้: ผู้ควบคุมข้อมูลห้ามเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่กฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ — และกำหนดเงื่อนไขการขอความยินยอม รูปแบบ ความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม สิทธิถอนความยินยอม รวมถึงผลทางกฎหมายของการขอความยินยอมที่ไม่ถูกต้อง ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการพื้นฐาน (วรรค 1):** ห้ามเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีความยินยอม เว้นแต่ พ.ร.บ. นี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติ - **รูปแบบการขอความยินยอม (วรรค 2):** ต้องชัดแจ้ง — เป็นหนังสือ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่สภาพทำไม่ได้ - **เงื่อนไขการขอความยินยอม (วรรค 3):** - ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการประมวลผล - แยกส่วนจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน - แบบเข้าถึงได้ง่าย เข้าใจได้ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย - ไม่หลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ - คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดแบบและข้อความได้ - **ความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม (วรรค 4):** - ผู้ควบคุมต้องคำนึง "อย่างถึงที่สุด" ในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูล - ห้ามผูกการให้ความยินยอมเข้ากับการเข้าทำสัญญา/การให้บริการ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับสัญญานั้น - **สิทธิถอนความยินยอม (วรรค 5):** - ถอนได้เมื่อใดก็ได้ — และต้องถอน "ได้ง่าย" เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม - ข้อจำกัด: เฉพาะที่กฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลกำหนด - ผลของการถอน: ไม่ย้อนหลัง — ไม่กระทบต่อการประมวลผลที่กระทำไปแล้วโดยชอบ - **หน้าที่แจ้งผลกระทบ (วรรค 6):** ในกรณีการถอนความยินยอมส่งผลกระทบ ผู้ควบคุมต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ - **ผลทางกฎหมายของการขอความยินยอมที่ไม่ถูกต้อง (วรรค 7):** - ความยินยอมที่ขอไม่เป็นไปตามหมวดนี้ — **ไม่มีผลผูกพัน** เจ้าของข้อมูล - ผู้ควบคุมไม่ได้สิทธิประมวลผล แม้ว่าเจ้าของข้อมูลจะ "ลงนามยินยอม" แล้วก็ตาม ## มาตราที่อ้างอิง ตัวบทมาตรานี้ไม่ได้อ้างอิงมาตราอื่นโดยตรง แต่เป็นรากฐานที่ถูกอ้างอิงจากหลายมาตรา (อ้างกลับ): - [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) — ขยายความสำหรับเจ้าของข้อมูลที่เป็นผู้เยาว์/คนไร้ความสามารถ/คนเสมือนไร้ความสามารถ (ใครเป็นผู้ให้ความยินยอมแทน) - [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — ใน (6) แจ้งสิทธิเจ้าของข้อมูลรวมถึงสิทธิถอนความยินยอมตามวรรคห้าของมาตรานี้ - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานทางกฎหมาย 6 ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม - [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) — การเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง — อิงหลักความยินยอมของมาตรานี้ - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานสำหรับข้อมูลอ่อนไหวที่ต้อง "ความยินยอมโดยชัดแจ้ง" (เข้มกว่าความยินยอมทั่วไปในมาตรานี้) ## หมายเหตุ - **หลักห้ามผูกความยินยอมกับสัญญาที่ไม่เกี่ยวข้อง (วรรค 4):** ห้ามผูกความยินยอมเข้ากับการเข้าทำสัญญา/การให้บริการที่ไม่เกี่ยวข้อง — ป้องกันการบังคับให้เจ้าของข้อมูลต้องยอมรับการประมวลผลที่ไม่จำเป็นเพื่อจะได้ใช้บริการ - **สิทธิถอนความยินยอมต้อง "ได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้" (วรรค 5):** หลักความเท่าเทียมระหว่างการให้และการถอน — ถ้าให้ความยินยอมด้วยการคลิก 1 ครั้ง การถอนต้องไม่ยุ่งยากกว่านั้น (ในแนวปฏิบัติคือ ต้องมีช่องทางถอนความยินยอมที่มองเห็นได้และทำได้ทันที) - **ผลย้อนหลังของการถอน (วรรค 5):** การถอนความยินยอม **ไม่ลบล้าง** การประมวลผลที่ทำไปแล้ว — ดังนั้นเจ้าของข้อมูลที่ต้องการลบข้อมูลย้อนหลังต้องใช้สิทธิอื่น (เช่น สิทธิขอลบ) แยกต่างหาก - **ความสัมพันธ์กับมาตราอื่นในหมวด 2:** มาตรานี้เป็น **หลักทั่วไป** ของการประมวลผลด้วยความยินยอม; [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) = ผู้ให้ความยินยอมแทนสำหรับผู้เยาว์/คนไร้ความสามารถ/คนเสมือนไร้ความสามารถ; [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) = ฐานข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขอความยินยอม; [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) = ฐานข้อมูลอ่อนไหวที่เข้มกว่า ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/19.md ============================================================ โนด: มาตรา 20 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/20.md # มาตรา 20 ## ตัวบท > มาตรา 20 ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ > > (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย > > (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ > > ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ > > ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ > > ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้ขยายความ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) **สำหรับเจ้าของข้อมูลที่เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ** — กำหนดว่าใครเป็นผู้ให้ความยินยอมแทน (ผู้ใช้อำนาจปกครอง / ผู้อนุบาล / ผู้พิทักษ์) ตามสถานะของเจ้าของข้อมูล รวมถึงให้กฎเดียวกันใช้กับการถอนความยินยอม การแจ้ง การใช้สิทธิ และการร้องเรียน โดยอนุโลม ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้เยาว์ (วรรคหนึ่ง):** เจ้าของข้อมูลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) — ทั้งโดยอายุและโดยฐานะ - **(1) กรณีทั่วไป:** ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย — ยกเว้นกรณีที่ผู้เยาว์ให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตาม ป.พ.พ. (ดูในตัวบทข้างต้น) - **(2) ผู้เยาว์อายุไม่เกิน 10 ปี:** ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองโดยตรง (ไม่ขอจากผู้เยาว์เลย) - **คนไร้ความสามารถ (วรรคสอง):** ขอความยินยอมจาก **ผู้อนุบาล** ที่มีอำนาจกระทำการแทน - **คนเสมือนไร้ความสามารถ (วรรคสาม):** ขอความยินยอมจาก **ผู้พิทักษ์** ที่มีอำนาจกระทำการแทน - **ขอบเขตการบังคับใช้โดยอนุโลม (วรรคสี่):** กฎข้างต้น (ผู้ให้ความยินยอมแทน) ใช้บังคับกับเรื่องอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ. นี้ ด้วย: - การถอนความยินยอม - การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ - การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (เช่น [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) สิทธิเข้าถึง, [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) สิทธิแก้ไข) - การร้องเรียน - การอื่นใดตาม พ.ร.บ. นี้ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) — หลักทั่วไปของความยินยอม (มาตรานี้เป็นส่วนขยายสำหรับผู้เยาว์/คนไร้ความสามารถ/คนเสมือนไร้ความสามารถ) - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) — สิทธิเข้าถึงข้อมูลของเจ้าของข้อมูล (กฎผู้ให้ความยินยอมแทนใช้กับการใช้สิทธินี้ด้วย) - [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) — สิทธิแก้ไขข้อมูลของเจ้าของข้อมูล (กฎผู้ให้ความยินยอมแทนใช้กับการใช้สิทธินี้ด้วย) ## หมายเหตุ - **กฎ ป.พ.พ. ที่อ้างถึงในตัวบท:** ตัวบทข้างต้นอ้าง 4 บทบัญญัติของ **ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์** (ดูเลขมาตราเฉพาะในตัวบทข้างต้น) — ทั้งหมดเป็นกฎเรื่อง **ความสามารถของผู้เยาว์ในการทำนิติกรรม** ใน ป.พ.พ. (ไม่ใช่มาตราของ พ.ร.บ. PDPA นี้) - **อายุ 10 ปี เป็นเส้นแบ่ง (วรรคหนึ่ง (2)):** ต่ำกว่านี้ขอจากผู้ปกครองโดยตรง — เป็นการคุ้มครองเด็กเล็กที่ยังตัดสินใจให้ความยินยอมไม่ได้ - **ผู้อนุบาล vs ผู้พิทักษ์:** เป็นบุคคลที่ศาลแต่งตั้งตาม ป.พ.พ. — ผู้อนุบาลทำแทน "คนไร้ความสามารถ" ทุกอย่าง; ผู้พิทักษ์ให้ความยินยอมแก่ "คนเสมือนไร้ความสามารถ" สำหรับกิจการบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด — ความเข้มของอำนาจต่างกัน - **ขอบเขตวรรคสี่ขยายกว้าง:** "การอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้" — รวมการใช้สิทธิทุกข้อในหมวด 3 (สิทธิของเจ้าของข้อมูล) และการร้องเรียนในหมวด 5 — ผู้แทนต้องดำเนินการในนามของเจ้าของข้อมูล ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/20.md ============================================================ โนด: มาตรา 21 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/21.md # มาตรา 21 ## ตัวบท > มาตรา 21 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม > > การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่ > > (1) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่นั้นให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและได้รับความยินยอมก่อนเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยแล้ว > > (2) บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ ## สรุป มาตรานี้คือ **หลักจำกัดวัตถุประสงค์** — ผู้ควบคุมข้อมูลต้องประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ "ได้แจ้งไว้" ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมเท่านั้น; การประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต่างจากเดิมทำไม่ได้ ยกเว้น (1) แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่และได้รับความยินยอมก่อน หรือ (2) มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการ (วรรคหนึ่ง):** การเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูล ต้องเป็นไปตาม **วัตถุประสงค์ที่ได้แจ้ง** ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม - **ข้อห้าม (วรรคสอง):** การประมวลผลที่แตกต่างจากวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ — ห้ามกระทำ ยกเว้นเข้าข้อยกเว้น - **ข้อยกเว้น 2 กรณี:** - **(1) ความยินยอมใหม่:** แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลทราบ + ได้รับความยินยอม **ก่อน** เริ่มประมวลผล - **(2) กฎหมายบัญญัติ:** พ.ร.บ. นี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้กระทำได้ ## มาตราที่อ้างอิง ตัวบทมาตรานี้ไม่ได้อ้างอิงมาตราอื่นโดยตรง แต่เป็นหลักที่เชื่อมโยงกับมาตราอื่น: - [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — วัตถุประสงค์ที่ "ได้แจ้ง" ตามมาตรานี้ คือสิ่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องระบุในการแจ้งการประมวลผลข้อมูลตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (1) - [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) — การเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น (วรรค 3) อ้างกลับมาที่หลัก "การแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่" ของมาตรานี้สำหรับข้อมูลที่เก็บมาแล้ว ## หมายเหตุ - **หลักจำกัดวัตถุประสงค์** เป็น 1 ในหลักการพื้นฐานของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — ป้องกันการขยายวัตถุประสงค์เดิมไปเรื่อย ๆ โดยไม่บอกเจ้าของข้อมูล - **ความสำคัญของ "ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม":** วัตถุประสงค์ต้องประกาศไว้ "ตั้งแต่ต้น" — ผู้ควบคุมจะมาคิดวัตถุประสงค์ใหม่หลังเก็บไปแล้วโดยไม่ขอความยินยอมไม่ได้ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (การแจ้งการประมวลผล):** ในแนวปฏิบัติ — การแจ้งการประมวลผลต้องระบุวัตถุประสงค์ครอบคลุมตามที่จะใช้จริง; ไม่ใช่ระบุกว้าง ๆ "เพื่อใช้ตามที่บริษัทเห็นสมควร" ซึ่งจะถือว่าไม่ "ได้แจ้งไว้" ตามมาตรานี้ - **ผลของการละเมิด:** ถ้าผู้ควบคุมประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่โดยไม่เข้าข้อยกเว้น (1) หรือ (2) — ถือว่าเป็นการประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย; เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิคัดค้านและร้องเรียนได้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/21.md ============================================================ โนด: มาตรา 22 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/22.md # มาตรา 22 ## ตัวบท > มาตรา 22 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้คือ **หลักความจำเป็น** — เปิดส่วนที่ 2 (การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล) ของหมวด 2: ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวมได้ "เท่าที่จำเป็น" ภายใต้ "วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย" เท่านั้น — ไม่เก็บเกินกว่าที่จำเป็นและไม่เก็บเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขัดกฎหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **เกณฑ์ที่ 1 — เท่าที่จำเป็น:** ปริมาณ ประเภท และรายละเอียดของข้อมูลที่เก็บ ต้องไม่เกินกว่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ — ห้ามเก็บข้อมูล "เผื่อไว้" หรือ "เก็บไว้ก่อนเพราะอาจมีประโยชน์" - **เกณฑ์ที่ 2 — วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย:** วัตถุประสงค์ของการเก็บต้องไม่ขัดกฎหมาย — ต้องเข้าฐานทางกฎหมายตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือมีความยินยอมตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) - **ขอบเขตของมาตรานี้:** ใช้กับการ "เก็บรวบรวม" — การ "ใช้" และ "เปิดเผย" มีกฎเพิ่มเติมในมาตราต่อ ๆ ไป (โดยเฉพาะส่วนที่ 3 ของหมวด 2) ## มาตราที่อ้างอิง ตัวบทมาตรานี้ไม่ได้อ้างอิงมาตราอื่นโดยตรง แต่เชื่อมโยงกับ: - [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) — หลักความยินยอมที่ต้องมีก่อนเก็บ (เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น) - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานทางกฎหมาย 6 ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขอความยินยอม ## หมายเหตุ - **เปิดส่วนที่ 2 ของหมวด 2:** ส่วนที่ 2 ครอบคลุมมาตรานี้ถึง [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — เน้นกฎเฉพาะของการ "เก็บรวบรวม" (ก่อนการใช้/เปิดเผยที่อยู่ในส่วนที่ 3) - **หลักการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น** เป็นหลักการพื้นฐานสากลของการคุ้มครองข้อมูล — ป้องกันการสะสมข้อมูลส่วนเกินที่ไม่จำเป็น ลดผลกระทบเมื่อเกิดเหตุละเมิด - **"อันชอบด้วยกฎหมาย":** ครอบคลุม 2 มิติ — (ก) ฐานในการประมวลผลที่ถูกต้องตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) (ข) วัตถุประสงค์ที่ไม่ขัดกฎหมายอื่น (เช่น ไม่เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการกระทำผิด) - **การปฏิบัติจริง:** ผู้ควบคุมข้อมูลควรกำหนดวัตถุประสงค์ของการเก็บไว้ล่วงหน้า แล้วเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์นั้น — ใช้หลัก "เก็บน้อย ใช้น้อย" เป็นแนวคิดในการออกแบบกระบวนการ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/22.md ============================================================ โนด: มาตรา 23 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/23.md # มาตรา 23 ## ตัวบท > มาตรา 23 ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว > > (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ตามที่[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล > > (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม > > (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย > > (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ ในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย > > (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคห้า [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคหนึ่ง และ[มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) วรรคหนึ่ง ## สรุป มาตรานี้กำหนด **หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลในการแจ้งข้อมูล** (การแจ้งความเป็นส่วนตัว) ให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยต้องแจ้ง 6 รายละเอียดสำคัญ ได้แก่ วัตถุประสงค์ เงื่อนไขการให้ข้อมูล ระยะเวลาเก็บ ผู้รับข้อมูล ข้อมูลผู้ควบคุม/DPO และสิทธิของเจ้าของข้อมูล — เว้นแต่เจ้าของข้อมูลทราบรายละเอียดเหล่านั้นแล้ว ## องค์ประกอบสำคัญ - **เวลาที่ต้องแจ้ง:** "ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม" — ไม่ใช่หลังเก็บแล้ว - **ข้อยกเว้น:** ไม่ต้องแจ้งหากเจ้าของข้อมูลทราบรายละเอียดอยู่แล้ว - **6 รายละเอียดที่ต้องแจ้ง:** 1. วัตถุประสงค์ — รวมถึงวัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ที่ไม่ต้องขอความยินยอม 2. เงื่อนไขการให้ข้อมูล — กรณีที่จำเป็นเพื่อสัญญา/กฎหมาย + ผลกระทบหากไม่ให้ 3. ประเภทข้อมูลและระยะเวลาการเก็บ 4. ผู้รับข้อมูล (ประเภทบุคคล/หน่วยงานที่อาจได้รับ) 5. ข้อมูลติดต่อผู้ควบคุมและ DPO 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูล — อ้างอิง 9 มาตราด้านสิทธิ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บรวบรวมโดยไม่ต้องขอความยินยอม (อ้างใน (1)) - [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคห้า — สิทธิเพิกถอนความยินยอม - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) — สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล - [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md) — สิทธิให้โอนย้ายข้อมูล (สิทธิย้ายข้อมูลข้ามผู้ให้บริการ) - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) — สิทธิคัดค้านการประมวลผล - [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) — สิทธิขอลบข้อมูล (สิทธิที่จะถูกลืม) - [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) — สิทธิระงับการใช้ข้อมูล - [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) — สิทธิขอแก้ไขข้อมูล - [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) — สิทธิร้องเรียน ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** มาตรานี้สอดคล้องกับ Article 13-14 ของ GDPR (ข้อมูลที่ต้องแจ้งเมื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคล) - **แนวปฏิบัติที่ดี:** ผู้ควบคุมข้อมูลมักจัดทำ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" หรือ "ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" ที่ครอบคลุม 6 รายการนี้และเผยแพร่บนเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน - **กรณี DPO:** หากองค์กรมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md)) ต้องแจ้งข้อมูลติดต่อ DPO ตาม (5) ด้วย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/23.md ============================================================ โนด: มาตรา 24 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/24.md # มาตรา 24 ## ตัวบท > มาตรา 24 ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ > > (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล > > (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น > > (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล > > (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้คือ **หัวใจของฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูล** กำหนดว่าโดยหลักการแล้ว ผู้ควบคุมข้อมูลต้องได้รับ **ความยินยอม** จากเจ้าของข้อมูลก่อนเก็บรวบรวม — แต่มีข้อยกเว้น 6 ข้อที่อนุญาตให้เก็บได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการพื้นฐาน:** ห้ามเก็บข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม - **6 ข้อยกเว้น (ฐานทางกฎหมาย):** 1. **วิจัย/สถิติ/จดหมายเหตุ** — ต้องมีมาตรการปกป้องตามที่คณะกรรมการกำหนด 2. **ประโยชน์อันสำคัญยิ่ง** — ป้องกันอันตรายต่อชีวิต/ร่างกาย/สุขภาพ 3. **สัญญา** — จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา หรือก่อนเข้าทำสัญญา 4. **ภารกิจสาธารณะ** — ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือใช้อำนาจรัฐ 5. **ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย** — ของผู้ควบคุมหรือบุคคลที่สาม โดยมีการชั่งน้ำหนักกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล 6. **การปฏิบัติตามกฎหมาย** — ผู้ควบคุมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย - **ความสำคัญ:** ฐานเหล่านี้เป็น "หลักทั่วไป" สำหรับข้อมูลทั่วไป — ข้อมูลอ่อนไหวมีกฎเข้มกว่าตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ## มาตราที่อ้างอิง มาตรานี้ไม่ได้อ้างอิงมาตราอื่นในตัวบท แต่ถูกอ้างอิงจากหลายมาตรา (อ้างกลับ): - [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — แจ้งวัตถุประสงค์ตามฐานใน (1)-(6) - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานสำหรับข้อมูลอ่อนไหว (เป็นข้อยกเว้นเฉพาะ ต่างจากมาตราทั่วไปนี้) - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) — ฐานในการใช้/เปิดเผย อ้างกลับมาที่มาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 6 ของ GDPR (ความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผล) — ทั้ง 6 ข้อใน PDPA สอดคล้องกับ 6 ฐานทางกฎหมายของ GDPR - **การเทียบฐาน:** - PDPA (1) = GDPR Art. 6(1)(e) + Art. 89 (วิจัย) - PDPA (2) = GDPR Art. 6(1)(d) (ประโยชน์อันสำคัญยิ่ง) - PDPA (3) = GDPR Art. 6(1)(b) (สัญญา) - PDPA (4) = GDPR Art. 6(1)(e) (ภารกิจสาธารณะ) - PDPA (5) = GDPR Art. 6(1)(f) (ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย) - PDPA (6) = GDPR Art. 6(1)(c) (การปฏิบัติตามกฎหมาย) - **ข้อ (5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย:** เป็นฐานที่ใช้บ่อยในภาคธุรกิจ แต่ต้องทำ **การชั่งน้ำหนัก** เปรียบเทียบประโยชน์กับสิทธิของเจ้าของข้อมูล - **ความยินยอมเป็น "ฐานที่ 7":** หากไม่เข้าข้อยกเว้นใดเลย ผู้ควบคุมต้องขอความยินยอมตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/24.md ============================================================ โนด: มาตรา 25 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/25.md # มาตรา 25 ## ตัวบท > มาตรา 25 ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เว้นแต่ > > (1) ได้แจ้งถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เก็บรวบรวมและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (2) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) > > ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) และการแจ้งรายละเอียดตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) มาใช้บังคับกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับความยินยอมตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ > > (1) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบวัตถุประสงค์ใหม่หรือรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว > > (2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิสูจน์ได้ว่าการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่หรือรายละเอียดดังกล่าวไม่สามารถทำได้หรือจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ ในกรณีนี้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (3) การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องกระทำโดยเร่งด่วนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (4) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ซึ่งล่วงรู้หรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลจากหน้าที่หรือจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพและต้องรักษาวัตถุประสงค์ใหม่หรือรายละเอียดบางประการตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) ไว้เป็นความลับตามที่กฎหมายกำหนด > > การแจ้งรายละเอียดตามวรรคสอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เก็บรวบรวมตามมาตรานี้ เว้นแต่กรณีที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เพื่อการติดต่อกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งในการติดต่อครั้งแรก และกรณีที่จะนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผย ต้องแจ้งก่อนที่จะนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเปิดเผยเป็นครั้งแรก ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กฎพิเศษสำหรับการเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง** — โดยหลักการห้าม ยกเว้น (1) แจ้งและขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลภายใน 30 วัน หรือ (2) เข้าฐานข้อยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการแจ้งรายละเอียด พร้อมข้อยกเว้นการแจ้ง 4 กรณี ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการ (วรรคหนึ่ง):** ห้ามเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง — เช่น ซื้อรายชื่อจากผู้ให้บริการข้อมูล รับมาจากพันธมิตรธุรกิจ หรือดึงจากแหล่งสาธารณะ - **ข้อยกเว้น 2 กรณี (วรรคหนึ่ง (1)-(2)):** - **(1) แจ้ง + ขอความยินยอม:** แจ้งภายในไม่ชักช้า แต่ไม่เกิน **30 วัน** นับจากวันที่เก็บ + ได้รับความยินยอม - **(2) เข้าฐานข้อยกเว้น:** ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (ข้อมูลทั่วไป) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (ข้อมูลอ่อนไหว) - **กฎเสริมสำหรับการแจ้งรายละเอียด (วรรคสอง):** - ใช้กฎ [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) (วัตถุประสงค์ใหม่) + [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (การแจ้งรายละเอียด) มาบังคับโดยอนุโลม — เฉพาะกรณีต้องขอความยินยอมตามวรรคหนึ่ง - **ข้อยกเว้นการแจ้ง 4 กรณี (วรรคสอง (1)-(4)):** - **(1) เจ้าของข้อมูลทราบอยู่แล้ว** — ไม่ต้องแจ้งซ้ำ - **(2) ทำไม่ได้ในทางปฏิบัติหรือเป็นอุปสรรค** — โดยเฉพาะการศึกษาวิจัย/ประวัติศาสตร์/สถิติ ต้องมีมาตรการคุ้มครองทดแทน - **(3) ความเร่งด่วนตามกฎหมาย** — มีมาตรการคุ้มครองทดแทน - **(4) หน้าที่รักษาความลับ** — ผู้ควบคุมเป็นผู้ที่ต้องรักษาความลับตามวิชาชีพ/หน้าที่ - **ระยะเวลาการแจ้งรายละเอียด (วรรคสาม):** - **30 วัน** เป็นค่าเริ่มต้น - **ก่อนการติดต่อครั้งแรก** หากนำไปใช้ติดต่อ - **ก่อนการเปิดเผยครั้งแรก** หากนำไปเปิดเผย ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) — หลักจำกัดวัตถุประสงค์ (ใช้บังคับกับการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บจากแหล่งอื่น) - [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — การแจ้งรายละเอียด 6 ข้อ (บังคับใช้โดยอนุโลม) - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม สำหรับข้อมูลทั่วไป - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง สำหรับข้อมูลอ่อนไหว ## หมายเหตุ - **กรอบเวลา 30 วัน:** เป็นเส้นแบ่งสำคัญในแนวปฏิบัติ — ผู้ควบคุมข้อมูลที่ซื้อรายชื่อหรือรับข้อมูลจากพันธมิตรธุรกิจ ต้องวางกระบวนการแจ้งภายใน 30 วันให้ทันเวลา ไม่งั้นการเก็บไม่ชอบด้วยกฎหมาย - **ข้อยกเว้นการแจ้ง (4) "หน้าที่รักษาความลับ":** ครอบคลุมวิชาชีพที่มีหน้าที่รักษาความลับตามกฎหมาย เช่น ทนาย แพทย์ ผู้สอบบัญชี เจ้าหน้าที่รัฐบางประเภท — ในกรณีเหล่านี้ การแจ้งอาจขัดกับหน้าที่รักษาความลับ - **เชื่อมโยงกับการประมวลผลที่ทำต่อ:** เมื่อเก็บถูกต้องตามมาตรานี้แล้ว การใช้/เปิดเผยข้อมูลที่เก็บมา ยังต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งและฐานทางกฎหมายตามมาตราอื่นในหมวดนี้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/25.md ============================================================ โนด: มาตรา 26 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/26.md # มาตรา 26 ## ตัวบท > มาตรา 26 ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ > > (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม > > (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น > > (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย > > (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ > > (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ > > (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ > > (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ > > ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## สรุป มาตรานี้คือ **หลักการห้ามเก็บข้อมูลอ่อนไหว** เป็นกฎเข้มกว่าข้อมูลทั่วไปตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) โดยห้ามเก็บข้อมูลอ่อนไหวเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา การเมือง สุขภาพ พันธุกรรม ฯลฯ โดยไม่ได้รับ **ความยินยอมโดยชัดแจ้ง** (เข้มกว่าความยินยอมทั่วไป) — เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น 5 ข้อในมาตรานี้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **ประเภทของข้อมูลอ่อนไหว** ที่ระบุชัดในมาตรา: 1. เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ 2. ความคิดเห็นทางการเมือง 3. ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา 4. พฤติกรรมทางเพศ 5. ประวัติอาชญากรรม 6. ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ 7. ข้อมูลสหภาพแรงงาน 8. ข้อมูลพันธุกรรม 9. ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ใบหน้า ม่านตา ลายนิ้วมือ) 10. ข้อมูลอื่นใดที่คณะกรรมการประกาศกำหนด - **มาตรฐานความยินยอม:** ต้อง **"ชัดแจ้ง"** — เข้มกว่าความยินยอมทั่วไป - **5 ข้อยกเว้นที่อนุญาตเก็บโดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง:** 1. ป้องกันอันตรายต่อชีวิต/ร่างกาย/สุขภาพ เมื่อเจ้าของให้ความยินยอมไม่ได้ 2. กิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไรเกี่ยวกับศาสนา/การเมือง/สหภาพ 3. ข้อมูลที่เจ้าของเปิดเผยต่อสาธารณะโดยชัดแจ้ง 4. การก่อตั้ง/ใช้/ต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย 5. การปฏิบัติตามกฎหมายในด้านการแพทย์/สาธารณสุข/แรงงาน/วิจัย/ประโยชน์สาธารณะ - **กรณีพิเศษ ประวัติอาชญากรรม:** ต้องอยู่ใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจ หรือมีมาตรการตามที่คณะกรรมการกำหนด ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — มาตราทั่วไปสำหรับข้อมูลทั่วไป (มาตรานี้เป็น **กฎเฉพาะเรื่อง** ของข้อมูลอ่อนไหว ใช้แทนเมื่อเป็นข้อมูลอ่อนไหว) ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR Article 9:** มาตรานี้สอดคล้องกับ "ข้อมูลประเภทพิเศษ" ใน GDPR - **PDPA กว้างกว่า GDPR:** PDPA ระบุ "ประวัติอาชญากรรม" ในมาตรานี้ ขณะที่ GDPR แยกเป็น Article 10 ต่างหาก - **PDPA ระบุ "ความพิการ"** ขณะที่ GDPR ไม่ระบุชัด - **ความยินยอมโดยชัดแจ้ง vs ทั่วไป:** ความแตกต่างอยู่ที่ "รูปแบบของการให้ความยินยอม" — ชัดแจ้งต้อง: - แยกออกจากความยินยอมทั่วไป (ไม่รวมกับเรื่องอื่น) - ระบุประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์ชัดเจน - มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ - **กรณีธุรกิจขนาดเล็กต้องระวัง:** - ภาพถ่ายจับใบหน้า → ข้อมูลชีวภาพ → ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง - แบบสมัครงานถามสุขภาพ/ศาสนา → ข้อมูลอ่อนไหว - ข้อมูลสมาชิกสหภาพแรงงาน → ข้อมูลอ่อนไหว - **ภาพจำลองใบหน้า (การรู้จำใบหน้า):** ตัวบทยืนยันชัดเจนว่าเป็น "ข้อมูลชีวภาพ" — กระทบการใช้งานปัญญาประดิษฐ์และกล้องวงจรปิดมาก ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/26.md ============================================================ โนด: มาตรา 27 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/27.md # มาตรา 27 ## ตัวบท > มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) > > บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการตาม[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ## สรุป มาตรานี้ขยายหลักการของ [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (ที่กำกับการ "เก็บรวบรวม") มาที่ขั้น **"ใช้หรือเปิดเผย"** ข้อมูลส่วนบุคคล โดยห้ามใช้/เปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เป็นข้อมูลที่เก็บมาได้โดยฐานยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (ข้อมูลทั่วไป) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (ข้อมูลอ่อนไหว) — และผู้รับข้อมูลเองก็ผูกพันกับวัตถุประสงค์เดิม ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการ (วรรค 1):** ห้ามใช้/เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ข้อมูลถูกเก็บมาโดยฐานยกเว้นใน [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) - **ข้อจำกัดของผู้รับข้อมูล (วรรค 2):** บุคคล/นิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลต้อง: - ไม่ใช้/เปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่น - ผูกพันตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลตอนขอข้อมูล - หลัก **จำกัดวัตถุประสงค์** — วัตถุประสงค์ของผู้รับขยายเพิ่มเองไม่ได้ - **หน้าที่บันทึก (วรรค 3):** กรณีใช้/เปิดเผยโดยฐานยกเว้น ผู้ควบคุมต้องบันทึกใน **ROPA** (รายการกิจกรรมประมวลผลตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั่วไป (วรรค 1 อ้างฐานที่อนุญาตให้เก็บโดยไม่ต้องขอความยินยอม → ใช้/เปิดเผยตามฐานเดิม) - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานในการเก็บข้อมูลอ่อนไหว (เช่นเดียวกับ[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) แต่สำหรับข้อมูลอ่อนไหว) - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) ## หมายเหตุ - **โครงสร้างของ "วงจรชีวิตข้อมูล" ใน PDPA:** - **เก็บรวบรวม:** [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (ทั่วไป) + [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (อ่อนไหว) - **ใช้/เปิดเผย:** มาตรานี้ — ใช้ฐานที่อ้างถึงตอนเก็บได้ - **โอนต่างประเทศ:** [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 5(1)(b) (จำกัดวัตถุประสงค์) + Article 6 (ความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผล) - **ข้อสังเกตของ ROPA (วรรค 3):** - บังคับเฉพาะกรณีใช้ฐานยกเว้น (ไม่ขอความยินยอม) - การใช้ที่มีความยินยอม ก็ควรบันทึก ROPA แต่ไม่ใช่ตามมาตรานี้ (แต่เพราะ [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) เอง) - **ผู้รับข้อมูลผูกพันการจำกัดวัตถุประสงค์:** - กรณีบริษัทแบ่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการภายนอก — ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เดิม - กรณีถ่ายโอนข้อมูลภายในกลุ่มบริษัท — บริษัทรับยังต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เดิม - **กรณีธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องระวัง:** - การตลาดผ่านอีเมลใช้ข้อมูลลูกค้าที่เก็บมาเพื่อ "การซื้อสินค้า" → เป็นการใช้นอกวัตถุประสงค์ - รายชื่อลูกค้าให้บริษัทในเครือ → บริษัทในเครือต้องไม่ใช้นอกวัตถุประสงค์เดิม ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/27.md ============================================================ โนด: มาตรา 28 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/28.md # มาตรา 28 ## ตัวบท > มาตรา 28 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตาม[มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (5) เว้นแต่ > > (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย > > (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว > > (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น > > (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ > > (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ > > ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ## สรุป มาตรานี้คือ **กฎการส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ** — โดยหลักการ ประเทศปลายทาง/องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลต้องมี **"มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ"** ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ ([มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (5)) — เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น 6 ข้อ — และให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยกรณีปัญหา ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักการ (วรรคหนึ่ง):** การส่งข้อมูลไปต่างประเทศต้องไปยังประเทศ/องค์การที่ "มีมาตรฐานการคุ้มครองที่เพียงพอ" ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ ([มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (5)) - **ข้อยกเว้น 6 กรณี:** - **(1) ปฏิบัติตามกฎหมาย** — กฎหมายไทยหรือกฎหมายอื่นกำหนด - **(2) ความยินยอมโดยรับทราบ:** เจ้าของข้อมูลรู้ว่าประเทศปลายทาง/องค์การไม่มีมาตรฐานเพียงพอแล้วยังยินยอม - **(3) จำเป็นเพื่อสัญญา:** เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือก่อนเข้าทำสัญญา - **(4) สัญญากับบุคคลที่สามเพื่อประโยชน์เจ้าของข้อมูล:** ผู้ควบคุมทำสัญญากับบุคคลที่สามเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล - **(5) อันตรายต่อชีวิต/ร่างกาย/สุขภาพ** เมื่อเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมในขณะนั้นไม่ได้ - **(6) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ** - **กลไกการวินิจฉัย (วรรคสอง):** - เมื่อมีปัญหาเรื่องมาตรฐานเพียงพอ → เสนอ **คณะกรรมการ** เป็นผู้วินิจฉัย - คำวินิจฉัยทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ (เช่น ประเทศปลายทางออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เข้มขึ้น) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (5) — อำนาจคณะกรรมการในการประกาศหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลต่างประเทศ - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — ข้อยกเว้นเพิ่มเติมสำหรับการส่งภายในเครือกิจการ/เครือธุรกิจที่มีนโยบายคุ้มครองข้อมูล (เทียบเท่า BCR) ## หมายเหตุ - **"มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ":** เป็นแนวคิดมาตรฐาน — ประเทศปลายทางต้องมีระบบกฎหมายและกลไกบังคับใช้ที่ให้การคุ้มครองในระดับใกล้เคียงกับ พ.ร.บ. นี้ การประเมินขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ - **ข้อยกเว้น (2) ต้องเป็นความยินยอมโดยรับทราบ:** ไม่ใช่ความยินยอมทั่วไป — ต้องแจ้งโดยเฉพาะเจาะจงว่าประเทศปลายทาง/องค์การไม่มีมาตรฐานเพียงพอ ก่อนขอความยินยอม - **เชื่อมโยงกับ [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md):** ผู้ควบคุมที่มี "นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" สำหรับเครือกิจการที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน → ส่งข้อมูลไปต่างประเทศได้โดย **ยกเว้น** ม.28 (เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับการส่งข้อมูลข้ามประเทศ) - **กรณีปฏิบัติจริง:** องค์กรที่ใช้บริการคลาวด์จากต่างประเทศ (เช่น AWS, Google Cloud, Azure) ต้องตรวจว่าเขตที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศที่มีมาตรฐานเพียงพอ หรือเข้าข้อยกเว้นใดข้อหนึ่ง หรือใช้ ม.29 ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/28.md ============================================================ โนด: มาตรา 29 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/29.md # มาตรา 29 ## ตัวบท > มาตรา 29 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน หากนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงาน การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศที่เป็นไปตามนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองดังกล่าว ให้สามารถกระทำได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) > > นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลักษณะของเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน และหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบและรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > ในกรณีที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตาม[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) หรือยังไม่มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมสามารถบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนด **2 ทางเลือกสำหรับการส่งข้อมูลไปต่างประเทศที่ยกเว้น [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md):** 1. **นโยบายคุ้มครองข้อมูลภายในเครือกิจการ** — ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลในไทยกำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลสำหรับการส่งข้อมูลไปยังเครือกิจการ/เครือธุรกิจในต่างประเทศ ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน → ส่งได้ตามนโยบายนั้น 2. **มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเฉพาะกรณี** (กรณียังไม่มีคำวินิจฉัยและไม่มีนโยบาย) — ต้องจัดมาตรการคุ้มครองที่บังคับสิทธิและเยียวยาทางกฎหมายได้ ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ ## องค์ประกอบสำคัญ - **ทางเลือกที่ 1 — นโยบายภายในเครือกิจการ (วรรคหนึ่ง):** - **ใคร:** ผู้ควบคุมข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูลในไทย - **ส่งไปไหน:** ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลในต่างประเทศที่อยู่ใน **เครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน** - **เพื่ออะไร:** การประกอบกิจการ/ธุรกิจร่วมกัน - **เงื่อนไข:** นโยบายต้องได้รับการ **ตรวจสอบและรับรองจากสำนักงาน** - **ผล:** ส่งข้อมูลได้โดย**ยกเว้น** [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) - **กลไกของนโยบาย (วรรคสอง):** รายละเอียดของนโยบาย ลักษณะของเครือกิจการ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบ → ตามประกาศคณะกรรมการ - **ทางเลือกที่ 2 — มาตรการเฉพาะกรณี (วรรคสาม):** - **เมื่อใด:** ยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตาม [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) (กรณีปัญหา) **หรือ** ยังไม่มีนโยบายตามวรรคหนึ่ง - **เงื่อนไข:** ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลต้องจัดให้มี: - มาตรการคุ้มครองที่ **บังคับสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้** - มาตรการ **เยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ** - **เป็นไปตาม:** หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — กฎทั่วไปการส่งข้อมูลต่างประเทศ (มาตรานี้เป็นข้อยกเว้น 2 ทาง) ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากล:** ทางเลือกที่ 1 ใกล้เคียงกับแนวคิด **BCR** ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของ EU — เป็นนโยบายภายในกลุ่มบริษัทที่ผูกพันสมาชิกในเครือทุกประเทศ - **เครือกิจการ/เครือธุรกิจเดียวกัน:** เป็นนิยามที่ต้องดูประกาศคณะกรรมการ — ในแนวปฏิบัติทั่วไปครอบคลุมบริษัทแม่/บริษัทลูก, บริษัทในเครือที่ถือหุ้นข้ามกัน, และบริษัทร่วมทุนที่มีโครงสร้างกำกับร่วม - **ทางเลือกที่ 2 เป็นทางเลือกสำรอง:** สำหรับกรณีที่ยังไม่ได้รับการรับรองนโยบาย หรือยังไม่มีคำวินิจฉัยเรื่องประเทศปลายทาง — ผู้ควบคุมต้องวางมาตรการคุ้มครองเทียบเท่าด้วยตนเอง โดยเน้น 2 องค์ประกอบ: บังคับสิทธิได้ + มีมาตรการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ - **ในแนวปฏิบัติ:** องค์กรข้ามชาติมักเลือก **ทางเลือกที่ 1** เพราะให้ความแน่นอนทางกฎหมาย; องค์กรขนาดเล็กที่ส่งข้อมูลครั้งคราวมักใช้ **ความยินยอมโดยรับทราบ** ตาม [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) (2) แทน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/29.md ============================================================ โนด: มาตรา 30 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/30.md # มาตรา 30 ## ตัวบท > มาตรา 30 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตาม[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) > > เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ > > คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งการขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้ ## สรุป มาตรานี้ให้ **สิทธิเข้าถึงข้อมูล** แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีสิทธิ 2 ทาง: (1) ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลที่ผู้ควบคุมเก็บไว้ และ (2) ขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมต้องดำเนินการภายใน 30 วัน เว้นแต่ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย/คำสั่งศาลและการเปิดเผยจะกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ## องค์ประกอบสำคัญ - **สิทธิ 2 ทาง (วรรค 1):** - **ขอเข้าถึงและขอรับสำเนา** ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุม - **ขอเปิดเผยที่มาของข้อมูล** ที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม (รู้ว่าผู้ควบคุมได้ข้อมูลมาจากแหล่งใด) - **เงื่อนไขการปฏิเสธ (วรรค 2):** ปฏิเสธได้ต่อเมื่อมีครบทั้ง 2 องค์ประกอบ: - การปฏิเสธเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล **และ** - การให้เข้าถึง/สำเนาจะกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น - **หน้าที่บันทึก (วรรค 3):** กรณีปฏิเสธ — ผู้ควบคุมต้องบันทึกการปฏิเสธพร้อมเหตุผลไว้ในรายการตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (ROPA) - **กรอบเวลา (วรรค 4):** ดำเนินการโดยไม่ชักช้า แต่**ไม่เกิน 30 วัน** นับแต่วันที่ได้รับคำขอ - **อำนาจของคณะกรรมการ (วรรค 5):** ออกหลักเกณฑ์การเข้าถึง/สำเนา รวมทั้งหลักเกณฑ์การขยายระยะเวลา 30 วัน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) — รวมการบันทึกการปฏิเสธคำขอเข้าถึงตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 15 (สิทธิเข้าถึง) — เป็นรากฐานของ **กระบวนการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล** - **ขอบเขตของสิทธิ:** ครอบคลุมเฉพาะข้อมูลที่อยู่ "ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุม" — ไม่ครอบคลุมข้อมูลที่ผู้ประมวลผลถือไว้แทนผู้ควบคุมรายอื่น (เจ้าของข้อมูลต้องไปขอจากผู้ควบคุมตัวจริง) - **2 รูปแบบของคำขอ:** - **เข้าถึง:** ดูข้อมูล อาจให้ผ่านระบบออนไลน์ของผู้ควบคุมหรือส่งดูทางอีเมล - **สำเนา:** ได้รับสำเนาเอกสารกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล (เพื่อใช้/ตรวจสอบ/นำไปเสนอผู้อื่น) - **การได้มาซึ่งข้อมูล:** เจ้าของข้อมูลมีสิทธิรู้ว่าข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมมาจากไหน เช่น แหล่งสาธารณะ การซื้อจากผู้ให้บริการรายอื่น หรือการเก็บอัตโนมัติ - **ข้อจำกัด "สิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น":** ตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายกลุ่มที่มีบุคคลอื่นปะปน หรืออีเมลที่กล่าวถึงบุคคลที่ 3 — ผู้ควบคุมอาจปฏิเสธหรือปกปิดเฉพาะส่วนที่กระทบ - **แนวปฏิบัติ:** องค์กรมักจัดทำช่องทางออนไลน์สำหรับรับคำขอเข้าถึงข้อมูล หรือกำหนดอีเมลเฉพาะสำหรับรับคำขอ + แบบฟอร์มขอข้อมูล + ขั้นตอนยืนยันตัวตนของผู้ขอ ก่อนเปิดเผยข้อมูล - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/30.md ============================================================ โนด: มาตรา 31 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/31.md # มาตรา 31 ## ตัวบท > มาตรา 31 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้ > > (1) ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ > > (2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ > > ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กำหนดใน[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งจะใช้กับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอด้วยเหตุผลดังกล่าว ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธคำขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตาม[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ## สรุป มาตรานี้ให้ **สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล** แก่เจ้าของข้อมูล โดยมีสิทธิ: (1) ขอรับข้อมูลของตนในรูปแบบที่อ่าน/ใช้งานได้โดยอัตโนมัติ (2) ขอให้ส่งข้อมูลไปยังผู้ควบคุมรายอื่นโดยตรง สิทธินี้ใช้ได้เฉพาะข้อมูลที่เก็บโดยฐานความยินยอมหรือฐานสัญญาตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) และไม่สามารถใช้กับการประมวลผลเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือตามกฎหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **เงื่อนไขเบื้องต้น (วรรค 1):** ข้อมูลต้องอยู่ในรูปแบบ: - **อ่านหรือใช้งานได้ทั่วไป** ด้วยเครื่องมือ/อุปกรณ์อัตโนมัติ - **ใช้หรือเปิดเผยได้ด้วยวิธีอัตโนมัติ** - **สิทธิ 3 ทาง:** - **ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ได้ทั่วไป** (วรรค 1 ส่วนแรก) — ส่งกลับให้เจ้าของข้อมูลโดยตรง - **ขอให้ส่ง/โอนไปผู้ควบคุมอื่นโดยอัตโนมัติ** ((1)) — เมื่อทำได้ด้วยวิธีอัตโนมัติ - **ขอรับข้อมูลที่ส่งให้ผู้ควบคุมอื่นโดยตรง** ((2)) — เว้นแต่สภาพทางเทคนิคไม่อาจทำได้ - **ข้อมูลที่ใช้สิทธิได้ (วรรค 2):** - ข้อมูลที่ให้ความยินยอมในการเก็บ ใช้ เปิดเผย - ข้อมูลที่ได้รับยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) (ฐานสัญญา) - ข้อมูลอื่นใน [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด - **ข้อจำกัด (วรรค 3):** - **ไม่ใช้กับ:** การประมวลผลเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย - **ต้องไม่ละเมิดสิทธิ/เสรีภาพของบุคคลอื่น** - **กรณีปฏิเสธ:** บันทึกการปฏิเสธ + เหตุผลไว้ในรายการตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บรวบรวมโดยไม่ต้องขอความยินยอม — สิทธิตามมาตรานี้ใช้ได้เฉพาะกับข้อมูลที่เก็บโดยความยินยอม หรือฐานสัญญา [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) เท่านั้น - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) — รวมการบันทึกการปฏิเสธคำขอตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 20 (สิทธิโอนย้ายข้อมูล) — แนวคิดมาจากความต้องการลดการล็อกอินข้อมูลในผู้ให้บริการรายเดียว - **ข้อจำกัดทางฐานในการประมวลผล:** สิทธินี้**ไม่ครอบคลุมทั้งหมด** — ใช้ได้เฉพาะข้อมูลที่เก็บภายใต้: - ความยินยอม **หรือ** - ฐานสัญญาตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) - ข้อมูลที่เก็บภายใต้ฐานอื่น (เช่น ประโยชน์สาธารณะ ปฏิบัติตามกฎหมาย ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย) **ไม่ใช้สิทธินี้ได้** - **รูปแบบ "ใช้งานได้ทั่วไป":** มาตรฐานเปิด เช่น CSV, JSON, XML — ไม่ใช่รูปแบบเฉพาะที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะของผู้ให้บริการเดิมเปิด - **ตัวอย่างในทางปฏิบัติ:** - ขอย้ายข้อมูลรูปภาพจากบริการเก็บข้อมูลออนไลน์รายหนึ่งไปยังอีกราย - ขอย้ายประวัติการซื้อจากร้านค้าออนไลน์รายหนึ่งไปอีกราย - ขอย้ายข้อมูลสุขภาพจากแอปพลิเคชันหนึ่งไปอีกแอป - **ข้อจำกัดทางเทคนิคของ (2):** ผู้ควบคุมเดิมต้องส่งโดยตรงไปยังผู้ควบคุมใหม่ — แต่หากสองระบบเข้ากันไม่ได้ ก็เป็นเหตุยกเว้นได้ (สภาพทางเทคนิคไม่อาจทำได้) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/31.md ============================================================ โนด: มาตรา 32 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/32.md # มาตรา 32 ## ตัวบท > มาตรา 32 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ดังต่อไปนี้ > > (1) กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ (5) เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิสูจน์ได้ว่า > > (ก) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า > > (ข) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย > > (2) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง > > (3) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล > > ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติโดยแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธการคัดค้านด้วยเหตุผลตาม (1) (ก) หรือ (ข) หรือ (3) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตาม[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ## สรุป มาตรานี้ให้ **สิทธิคัดค้านการประมวลผล** แก่เจ้าของข้อมูล ใน 3 กรณีหลัก: (1) ข้อมูลที่เก็บโดยฐานประโยชน์สาธารณะ ([มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4)) หรือฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ([มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5)) (2) การตลาดแบบตรง (ไม่มีข้อยกเว้น — คัดค้านได้เสมอ) (3) การวิจัยทางวิทยาศาสตร์/ประวัติศาสตร์/สถิติ ผลของการคัดค้าน คือ ผู้ควบคุมต้องหยุดประมวลผลและแยกข้อมูลออกทันที ## องค์ประกอบสำคัญ - **3 กรณีที่คัดค้านได้ (วรรค 1):** - **(1) ฐานประโยชน์สาธารณะ/ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย** ([มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ (5)) — แต่ผู้ควบคุมยกเว้นได้ถ้าพิสูจน์ได้: - **(ก)** มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่**สำคัญยิ่งกว่า** **หรือ** - **(ข)** เพื่อก่อตั้ง/ใช้/ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย - **(2) การตลาดแบบตรง** — คัดค้านได้เสมอ ไม่มีข้อยกเว้น (สิทธิเด็ดขาด) - **(3) การวิจัย/ประวัติศาสตร์/สถิติ** — เว้นแต่ผู้ควบคุมจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อภารกิจประโยชน์สาธารณะ - **ผลของการคัดค้าน (วรรค 2):** - ผู้ควบคุม **ไม่สามารถเก็บ ใช้ เปิดเผย** ข้อมูลนั้นต่อไปได้ - ต้อง **แยกส่วนข้อมูลที่คัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจน ในทันที** เมื่อได้รับการแจ้ง - **หน้าที่บันทึก (วรรค 3):** กรณีปฏิเสธการคัดค้านด้วยเหตุผลตาม (1) (ก) หรือ (ข) หรือ (3) — บันทึกการปฏิเสธ + เหตุผลใน [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บรวบรวมโดยไม่ต้องขอความยินยอม — มาตรานี้ระบุว่าฐานใดบ้างที่คัดค้านได้ ((4) ประโยชน์สาธารณะ และ (5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย) - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) — รวมการบันทึกการปฏิเสธคัดค้านตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 21 (สิทธิคัดค้าน) — โดยเฉพาะการคัดค้านการตลาดแบบตรงที่เป็นสิทธิเด็ดขาด - **(2) เป็นสิทธิเด็ดขาด:** การตลาดแบบตรง — เจ้าของข้อมูลคัดค้านได้เสมอ ไม่ต้องอาศัยฐานใดและไม่มีข้อยกเว้น - **"การตลาดแบบตรง":** ครอบคลุมการส่งข้อความเชิงพาณิชย์ตรงไปยังผู้รับ เช่น อีเมลโปรโมชัน, ข้อความสั้นโฆษณา, การโทรเสนอขายสินค้า, การส่งจดหมายโฆษณา - **เกณฑ์ "เหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า":** ภาระการพิสูจน์อยู่ที่**ผู้ควบคุม** — ต้องแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ของผู้ควบคุม/บุคคลที่ 3 มีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล - **"แยกส่วนในทันที":** กรณีฐานข้อมูล — อาจใช้การติดป้ายหรือเครื่องหมายเพื่อแยกข้อมูลที่ถูกคัดค้านไม่ให้นำมาประมวลผลเดิม โดยไม่ต้องลบทิ้ง (ลบเป็นกระบวนการแยกตาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md)) - **เชื่อมโยงกับ [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md):** หากคัดค้านสำเร็จและไม่มีฐานทางกฎหมายให้เก็บไว้ต่อ → เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิให้ลบตาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) ต่อได้ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/32.md ============================================================ โนด: มาตรา 33 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/33.md # มาตรา 33 ## ตัวบท > มาตรา 33 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ > > (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล > > (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป > > (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (2) > > (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ > > ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (1) หรือ (4) หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นไปตามคำขอนั้น โดยแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับคำตอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำขอ > > กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ > > คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้ ## สรุป มาตรานี้ให้ **สิทธิให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้** ใน 4 กรณี: หมดความจำเป็น, ถอนความยินยอม, คัดค้านสำเร็จ, หรือเก็บโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีข้อยกเว้นสำคัญหากเก็บเพื่อเสรีภาพแสดงความคิดเห็น/วัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)/[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) บางประการ/หรือเพื่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย กรณีข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะ ผู้ควบคุมต้องรับผิดชอบทั้งทางเทคนิคและค่าใช้จ่ายและแจ้งผู้ควบคุมรายอื่น ## องค์ประกอบสำคัญ - **4 กรณีที่ขอให้ลบได้ (วรรค 1):** - **(1) หมดความจำเป็น** ตามวัตถุประสงค์เดิม - **(2) ถอนความยินยอม** + ผู้ควบคุมไม่มีอำนาจตามกฎหมายให้เก็บต่อ - **(3) คัดค้านสำเร็จ:** คัดค้านตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) และผู้ควบคุมปฏิเสธไม่ได้ หรือคัดค้านตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (2) (การตลาดแบบตรง) - **(4) เก็บ ใช้ เปิดเผย** โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามหมวดนี้ - **3 รูปแบบของการดำเนินการ:** - **ลบ** — ลบข้อมูลออกจากระบบ - **ทำลาย** — ทำลายเอกสารกระดาษหรือสื่อบันทึกที่จับต้องได้ - **ทำให้ไม่ระบุตัวบุคคลได้** — แปลงข้อมูลให้ไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ - **ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องลบ (วรรค 2):** - การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น - วัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (1) (ป้องกันอันตรายชีวิต) หรือ (4) (ภารกิจประโยชน์สาธารณะ) - วัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก) หรือ (ข) (เวชศาสตร์/การวิจัยข้อมูลอ่อนไหว) - การใช้เพื่อก่อตั้ง/ใช้/ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย - การปฏิบัติตามกฎหมาย - **กรณีข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะ (วรรค 3):** - ผู้ควบคุมต้องรับผิดชอบ**ทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายทั้งหมด** - ต้อง**แจ้งผู้ควบคุมรายอื่น** ที่ได้รับข้อมูลไป เพื่อให้ดำเนินการตามคำขอด้วย - **สิทธิร้องเรียน (วรรค 4):** ผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ → เจ้าของข้อมูลร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ดำเนินการ - **อำนาจของคณะกรรมการ (วรรค 5):** ออกหลักเกณฑ์การลบ/ทำลาย/ทำให้ไม่ระบุตัวได้ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานเก็บรวบรวมข้อมูลทั่วไป — ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องลบครอบคลุมการเก็บเพื่อ (1) ป้องกันอันตรายชีวิต และ (4) ภารกิจประโยชน์สาธารณะ - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหว — ข้อยกเว้นครอบคลุม (5) (ก) เวชศาสตร์ป้องกัน/อาชีวอนามัย และ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) — สิทธิคัดค้าน — กรณีที่ (3) ของมาตรานี้อ้างถึง ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 17 (สิทธิให้ลบ / "สิทธิที่จะถูกลืม") — โดยเฉพาะวรรค 3 ที่ครอบคลุม "หน้าที่แจ้งผู้ควบคุมรายอื่น" ในกรณีข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะ - **ความสมดุลของสิทธิ:** มาตรานี้สมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าของข้อมูลกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น/ประโยชน์สาธารณะ — สื่อมวลชน/นักวิชาการสามารถอ้างข้อยกเว้นได้ - **3 รูปแบบเลือกตามบริบท:** - **ลบ:** ใช้กับข้อมูลที่ไม่จำเป็นเลย - **ทำลาย:** สื่อกายภาพ (เช่น เอกสาร, ฮาร์ดดิสก์เสีย) - **ทำให้ไม่ระบุตัวได้:** กรณีต้องเก็บข้อมูลรวมเพื่อสถิติแต่ไม่ต้องการเชื่อมโยงกับบุคคล (เช่น ลบรหัสระบุตัวตน เก็บเฉพาะข้อมูลรวม) - **"ข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะ" (วรรค 3):** เน้นความรับผิดชอบขยายของผู้ควบคุม — เช่น โพสต์บนสื่อสังคมที่เครื่องมือค้นหาเก็บข้อมูลไป → ต้องแจ้งเครื่องมือค้นหาด้วย - **ภาระค่าใช้จ่าย:** ผู้ควบคุมเป็นผู้รับ — เจ้าของข้อมูลไม่ต้องจ่ายค่าใช้สิทธิที่จะถูกลืม - **กลไกร้องเรียน:** ไม่ใช่ฟ้องศาลทันที — ขั้นแรกร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (มีกระบวนการทางปกครอง) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/33.md ============================================================ โนด: มาตรา 34 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/34.md # มาตรา 34 ## ตัวบท > มาตรา 34 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ > > (1) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ดำเนินการตาม[มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) > > (2) เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายตาม[มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) (4) แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน > > (3) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย > > (4) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) หรือตรวจสอบตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (3) เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคสาม > > กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ > > คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการระงับการใช้ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ## สรุป มาตรานี้ให้ **สิทธิระงับการใช้ข้อมูล** — ใช้แทนการลบในกรณีที่ผู้ควบคุมยังต้องเก็บข้อมูลไว้แต่ไม่ควรนำมาใช้ใน 4 กรณี: (1) อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องตาม [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) (2) ต้องลบตาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) (4) แต่ขอระงับแทน (3) หมดความจำเป็นแต่เจ้าของข้อมูลต้องการเก็บไว้เพื่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (4) อยู่ระหว่างพิสูจน์/ตรวจสอบเพื่อปฏิเสธการคัดค้านตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) ## องค์ประกอบสำคัญ - **4 กรณีที่ระงับได้ (วรรค 1):** - **(1) ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง** — ผู้ควบคุมกำลังตรวจสอบหลังเจ้าของข้อมูลร้องขอตาม [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) - **(2) ต้องลบตาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) (4) แต่ขอระงับแทน** — กรณีข้อมูลถูกเก็บโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของข้อมูลเลือกระงับ (เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อไป) แทนการลบ - **(3) หมดความจำเป็นแต่ต้องเก็บเพื่อสิทธิเรียกร้อง** — เจ้าของข้อมูลขอเก็บไว้เพื่อก่อตั้ง/ใช้/ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย - **(4) ระหว่างพิสูจน์/ตรวจสอบ** เพื่อปฏิเสธการคัดค้านตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) หรือ (3) - **สิทธิร้องเรียน (วรรค 2):** ผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ → ร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ - **อำนาจของคณะกรรมการ (วรรค 3):** ออกหลักเกณฑ์การระงับการใช้ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) — สิทธิคัดค้าน — กรณี (4) เชื่อมโยงกับช่วงที่ผู้ควบคุมพิสูจน์/ตรวจสอบเพื่อปฏิเสธคัดค้าน - [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) — สิทธิให้ลบ — กรณี (2) ระบุว่าเจ้าของข้อมูลอาจขอระงับแทนกรณีตาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) (4) - [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) — สิทธิให้แก้ไข — กรณี (1) เชื่อมโยงกับช่วงที่ผู้ควบคุมตรวจสอบความถูกต้อง ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 18 (สิทธิให้ระงับการประมวลผล) — เป็นทางเลือกระหว่าง "ลบ" กับ "ใช้ต่อ" ในระหว่างที่ยังตัดสินใจไม่ได้ - **ความหมายของ "ระงับการใช้":** ผู้ควบคุมยัง**เก็บข้อมูลได้** แต่ไม่นำมาใช้ในกระบวนการประมวลผลปกติ — เช่น เก็บไว้ในคลังเก็บถาวรแยก ติดเครื่องหมายห้ามอ่าน หรือเข้ารหัสแล้วเก็บกุญแจถอดรหัสแยก - **กลไกในเชิงการดำเนินงาน:** - **(1):** ระหว่างที่ผู้ควบคุมตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ — ห้ามใช้ข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้อง - **(2):** เจ้าของข้อมูลเลือกระงับแทนการลบ — มักใช้เมื่อต้องการเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี - **(3):** กรณีคล้ายการระงับเพื่อรอคดี — ต้องเก็บข้อมูลเพื่อต่อสู้หรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย แม้หมดวัตถุประสงค์เดิม - **(4):** ระหว่างที่ผู้ควบคุมยังพิสูจน์ "เหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า" ตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) — ต้องระงับเพื่อรอข้อสรุป - **ไม่ปรากฏข้อกำหนดเรื่องบันทึกการปฏิเสธ:** ต่างจาก [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md), [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md), [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md), [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) — มาตรานี้ไม่ระบุให้บันทึกใน [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) เพราะกลไกบังคับเป็นการร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแทน - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/34.md ============================================================ โนด: มาตรา 35 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/35.md # มาตรา 35 ## ตัวบท > มาตรา 35 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ## สรุป มาตรานี้เป็น **หน้าที่ดูแลคุณภาพข้อมูล** ของผู้ควบคุม — ต้องรักษาให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเก็บไว้มีคุณสมบัติ 4 ด้าน: ถูกต้อง, เป็นปัจจุบัน, สมบูรณ์, และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด มาตรานี้เป็นพื้นฐานของกลไกการขอแก้ไขข้อมูลใน [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้มีหน้าที่:** ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - **คุณสมบัติ 4 ด้านของข้อมูลที่ต้องรักษา:** - **ถูกต้อง** — ตรงตามความเป็นจริง ไม่มีข้อผิดพลาด - **เป็นปัจจุบัน** — สะท้อนสถานะล่าสุด ไม่ล้าสมัยจนทำให้ตัดสินใจผิด - **สมบูรณ์** — ครบถ้วนตามที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ - **ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด** — แม้แต่ละชิ้นถูกต้อง แต่รวมแล้วต้องไม่สื่อความผิดเพี้ยน - **ลักษณะของหน้าที่:** เชิงรุก — ผู้ควบคุมต้อง "ดำเนินการ" ให้เป็นไปตามคุณสมบัตินี้ ไม่ใช่รอให้เจ้าของข้อมูลร้องขอเท่านั้น ## มาตราที่อ้างอิง (ไม่มีการอ้างอิงตรงในตัวบท แต่เชื่อมโยงเชิงระบบกับ [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) ที่เป็นกลไกในกรณีผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ) ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 5(1)(d) — "ความถูกต้อง" — หนึ่งในหลักการคุ้มครองข้อมูลของ GDPR - **โครงสร้างเชิงระบบ:** - **มาตรานี้ ([มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md)):** กำหนด**หน้าที่ของผู้ควบคุม** - **[มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md):** กลไกเมื่อ**เจ้าของข้อมูล**ร้องขอให้แก้ไข — และผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ - **ตัวอย่างในทางปฏิบัติ:** - **ที่อยู่ของลูกค้าเปลี่ยน** → ต้องอัปเดตเพื่อความเป็นปัจจุบัน - **เลขประจำตัวผู้เสียภาษีพิมพ์ผิด** → ต้องแก้ไขเพื่อความถูกต้อง - **ข้อมูลทางการแพทย์เก่า** → ต้องเพิ่มข้อมูลใหม่เพื่อความสมบูรณ์ - **คะแนนเครดิต**ที่ไม่ได้สะท้อนการชำระล่าสุด → อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด - **กลไกควบคุมคุณภาพข้อมูล:** ผู้ควบคุมควรกำหนดกระบวนการตรวจสอบเป็นระยะ ไม่ใช่รอจน [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) ถูกใช้ - **เกณฑ์ตามวัตถุประสงค์:** "สมบูรณ์" และ "เป็นปัจจุบัน" พิจารณา**ตามวัตถุประสงค์**ในการเก็บ — ข้อมูลที่ไม่จำเป็นไม่ต้องเก็บให้สมบูรณ์/อัปเดต (เน้นหลักความจำเป็น) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/35.md ============================================================ โนด: มาตรา 36 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/36.md # มาตรา 36 ## ตัวบท > มาตรา 36 ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตาม[มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตาม[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) > > ให้นำความใน[มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้เป็น **กลไกเมื่อเจ้าของข้อมูลร้องขอให้แก้ไขข้อมูล** ตามหน้าที่คุณภาพข้อมูลใน [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) หากผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ ต้องบันทึกคำร้องขอ + เหตุผลใน [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (ROPA) และเจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ ([มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) วรรคสอง โดยอนุโลม) ## องค์ประกอบสำคัญ - **เงื่อนไข (วรรค 1):** - เจ้าของข้อมูลร้องขอให้ผู้ควบคุมดำเนินการตาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) (ทำให้ถูกต้อง/เป็นปัจจุบัน/สมบูรณ์/ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด) **และ** - ผู้ควบคุมไม่ดำเนินการ - **หน้าที่บันทึก:** ผู้ควบคุมต้องบันทึกคำร้องขอ + เหตุผลที่ไม่ดำเนินการไว้ในรายการตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (ROPA) - **กลไกร้องเรียน (วรรค 2):** ให้นำ [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม → เจ้าของข้อมูลร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมดำเนินการได้ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) — สิทธิระงับการใช้ — มาตรานี้นำวรรคสอง (กลไกร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ) มาใช้บังคับโดยอนุโลม - [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) — หน้าที่ผู้ควบคุมในการรักษาคุณภาพข้อมูล — เป็นต้นทางของคำร้องขอตามมาตรานี้ - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA) — รวมการบันทึกคำร้องขอที่ไม่ดำเนินการตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 16 (สิทธิแก้ไข) — สิทธิแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง - **โครงสร้างเชิงระบบ:** - **[มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md):** หน้าที่เชิงรุกของผู้ควบคุม - **มาตรานี้ ([มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md)):** กลไกเมื่อเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิร้องขอ - **เนื้อหาของคำร้องขอ:** ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านของคุณภาพข้อมูลตาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) — เจ้าของข้อมูลอาจขอให้: - **แก้ไข** ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง - **ปรับปรุง** ข้อมูลที่ล้าสมัย - **เพิ่ม** ข้อมูลที่ขาดหายไป - **ปรับบริบท** ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด - **"นำ [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม":** หมายความว่ากลไกร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (ที่ใช้กับสิทธิระงับใน [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md)) ใช้กับสิทธิแก้ไขใน [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) ด้วย - **"โดยอนุโลม":** ปรับใช้บทบัญญัติของมาตราอื่นกับบริบทใหม่ โดยปรับถ้อยคำเท่าที่จำเป็น - **เชื่อมโยงกับ [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) (1):** ในระหว่างที่ผู้ควบคุมตรวจสอบคำร้องขอตามมาตรานี้ เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิระงับการใช้ตาม [มาตรา 34](https://link.pdpalawbase.com/section/34.md) (1) ได้ด้วย - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md):** ผู้ควบคุมต้องแจ้งสิทธิตามมาตรานี้ในการแจ้งความเป็นส่วนตัว ([มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (6)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/36.md ============================================================ โนด: มาตรา 37 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/37.md # มาตรา 37 ## ตัวบท > มาตรา 37 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ > > (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ > > (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (1) หรือ (4) หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน[มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคห้า มาใช้บังคับกับการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยอนุโลม > > (4) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (5) ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง ต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้กำหนด **5 หน้าที่หลักของผู้ควบคุมข้อมูล:** (1) มาตรการความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม (2) ป้องกันบุคคลที่ 3 ใช้/เปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ (3) ระบบลบข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็น (4) **แจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง** + แจ้งเจ้าของข้อมูลในกรณีเสี่ยงสูง (5) ผู้ควบคุมต่างประเทศตาม [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง ต้องแต่งตั้งตัวแทนในราชอาณาจักร ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) มาตรการความมั่นคงปลอดภัย:** - ป้องกัน: สูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยโดยปราศจากอำนาจ/มิชอบ - ต้อง**ทบทวน**เมื่อจำเป็นหรือเทคโนโลยีเปลี่ยน - ตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศ - **(2) ป้องกันบุคคลที่ 3:** เมื่อต้องส่งข้อมูลให้บุคคล/นิติบุคคลอื่น ต้องดำเนินการป้องกันการใช้/เปิดเผยมิชอบ (ผ่านสัญญา/มาตรการอื่น) - **(3) ระบบลบข้อมูล:** ต้องมีระบบตรวจสอบเพื่อลบ/ทำลายข้อมูลใน 4 กรณี: - พ้นกำหนดระยะเวลาเก็บ - ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็น - เจ้าของข้อมูลร้องขอ - เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอม - **ข้อยกเว้น:** เสรีภาพแสดงความคิดเห็น, [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (1)/(4), [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก)/(ข), สิทธิเรียกร้อง, ปฏิบัติตามกฎหมาย - **กลไกของคณะกรรมการ:** [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคห้า ใช้บังคับโดยอนุโลม - **(4) แจ้งเหตุละเมิด:** - **ต่อสำนักงาน:** ภายใน **72 ชั่วโมง** นับแต่ทราบเหตุ (เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพ) - **ต่อเจ้าของข้อมูล:** ในกรณีความเสี่ยง**สูง** — แจ้ง + แนวทางการเยียวยา โดยไม่ชักช้า - หลักเกณฑ์ + ข้อยกเว้นเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ - **(5) ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศ:** - กรณี: ผู้ควบคุมตาม [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง (ผู้ควบคุมต่างประเทศที่กฎหมายไทยคุ้มถึง) - ต้องแต่งตั้งตัวแทน**เป็นหนังสือ** + **อยู่ในราชอาณาจักร** - ตัวแทนได้รับมอบอำนาจ**โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) — ขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย — วรรคสองคือกรณีผู้ควบคุมต่างประเทศที่กฎหมายไทยบังคับถึง ที่ต้องแต่งตั้งตัวแทนตาม (5) - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานเก็บข้อมูลทั่วไป — (1) ป้องกันอันตรายชีวิต และ (4) ภารกิจประโยชน์สาธารณะ คือข้อยกเว้นในการลบ - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว — (5) (ก) เวชศาสตร์ป้องกัน และ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข คือข้อยกเว้นในการลบ - [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) — สิทธิให้ลบ — วรรคห้า (อำนาจคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การลบ) ใช้บังคับโดยอนุโลม ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** - (1) → Article 32 (มาตรการความมั่นคงปลอดภัยของการประมวลผล) - (4) → Article 33 (แจ้งภายใน 72 ชั่วโมง) + Article 34 (แจ้งเจ้าของข้อมูล) - (5) → Article 27 (ตัวแทนของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลที่ไม่อยู่ใน EU) - **72 ชั่วโมงเป็นกำหนดเวลาที่เคร่งครัด:** สอดคล้องกับ GDPR — ผู้ควบคุมต้องวางกระบวนการรับมือเหตุละเมิดให้พร้อม (การตรวจจับ การประเมิน ทีมแจ้งเหตุ) - **การแจ้ง 2 ชั้น:** - **ต่อสำนักงาน:** เสมอ (เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยง) — เป็นการรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล - **ต่อเจ้าของข้อมูล:** เฉพาะกรณี**ความเสี่ยงสูง** — เป็นการสื่อสารกับเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยา - **มาตรการความมั่นคงปลอดภัย "ที่เหมาะสม":** ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง — ข้อมูลอ่อนไหว/จำนวนมาก/มีค่าทางเศรษฐกิจสูง → มาตรการต้องเข้มข้นกว่า - **"ระบบการตรวจสอบ" ใน (3):** ต้องเป็นระบบอัตโนมัติและเป็นระบบ — ไม่ใช่การตรวจสอบเฉพาะกิจ; เชื่อมโยงกับนโยบายระยะเวลาเก็บและการจัดการวงจรชีวิตข้อมูล - **ตัวแทน vs DPO ([มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md)):** ต่างกัน — ตัวแทน = นิติฐานะ + รับผิดแทนผู้ควบคุมต่างประเทศ; DPO = หน้าที่ให้คำแนะนำ + ตรวจสอบ - **ผู้ควบคุมต่างประเทศที่กฎหมายไทยบังคับถึง ([มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง):** ผู้ควบคุมต่างประเทศที่เสนอสินค้า/บริการแก่เจ้าของข้อมูลในไทย หรือเฝ้าติดตามพฤติกรรมในไทย — ต้องแต่งตั้งตัวแทนเป็นจุดติดต่อตามกฎหมาย - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (8):** มาตรการตาม (1) ของมาตรานี้ต้องบันทึกใน ROPA ([มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (8)) - **ข้อยกเว้นการแต่งตั้งตัวแทน (5):** ดู [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) — หน่วยงานของรัฐ + กิจการเล็กที่ไม่เกี่ยวกับ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/37.md ============================================================ โนด: มาตรา 38 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/38.md # มาตรา 38 ## ตัวบท > มาตรา 38 บทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทนตาม[มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) มิให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้ > > (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (2) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกอบอาชีพหรือธุรกิจในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีลักษณะตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตาม[มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) (2) > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง มีผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้นำความใน[มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) และความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ข้อยกเว้นการแต่งตั้งตัวแทน** ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) — ไม่ต้องแต่งตั้งตัวแทนใน 2 กรณี: (1) หน่วยงานของรัฐที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และ (2) กิจการเล็กที่ไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหวและไม่เก็บข้อมูลจำนวนมาก ส่วนผู้ประมวลผลของผู้ควบคุมต่างประเทศก็ต้องแต่งตั้งตัวแทนเช่นกัน (ใช้บังคับโดยอนุโลม) ## องค์ประกอบสำคัญ - **2 กรณีที่ยกเว้นไม่ต้องแต่งตั้งตัวแทน (วรรค 1):** - **(1) หน่วยงานของรัฐ** ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด - **(2) กิจการเล็ก** ที่มี 2 องค์ประกอบ: - **ไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหว** ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) - **ไม่เก็บข้อมูลจำนวนมาก** ตามที่คณะกรรมการประกาศตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) (2) - **ผู้ประมวลผลของผู้ควบคุมต่างประเทศ (วรรค 2):** - กรณี: ผู้ควบคุมตาม [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง (ผู้ควบคุมต่างประเทศที่กฎหมายไทยบังคับถึง) มี**ผู้ประมวลผล** - ผู้ประมวลผลก็ต้องแต่งตั้งตัวแทนตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) **โดยอนุโลม** - ข้อยกเว้น (1) (2) ของมาตรานี้ก็ใช้กับผู้ประมวลผลโดยอนุโลม ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) — ขอบเขตการบังคับใช้ — วรรคสองคือกรณีผู้ควบคุมต่างประเทศที่กฎหมายไทยบังคับถึง อันเป็นต้นทางของหน้าที่แต่งตั้งตัวแทน - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว — กิจการที่เก็บข้อมูลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ไม่ได้รับยกเว้น (ต้องแต่งตั้งตัวแทน) - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — หน้าที่ผู้ควบคุม — มาตรานี้ระงับการบังคับใช้ของ (5) - [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — DPO — (2) อ้างถึงเกณฑ์ "ข้อมูลจำนวนมาก" ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 27(2) — ข้อยกเว้นการแต่งตั้งตัวแทน - **เกณฑ์ "กิจการเล็ก":** ต้องครบทั้ง 2 องค์ประกอบ — ไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหว **และ** ไม่เก็บข้อมูลจำนวนมาก; กิจการเล็กที่เก็บข้อมูลอ่อนไหว (เช่น คลินิกแพทย์) **ยังคงต้อง**แต่งตั้งตัวแทน - **"จำนวนมาก" ตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) (2):** เกณฑ์เดียวกับการต้องมี DPO — กำหนดโดยประกาศคณะกรรมการ ไม่ใช่ตัวเลขในกฎหมายโดยตรง - **ความสมเหตุสมผล:** ตัวแทนเป็นภาระของ (1) ต้นทุนการดำเนินงาน (ต้องอยู่ในไทย) และ (2) เกราะรับผิดสำหรับเจ้าของข้อมูล — กิจการเล็กที่ความเสี่ยงต่ำได้รับยกเว้นเพื่อลดภาระ - **ผู้ประมวลผลก็ต้องแต่งตั้งตัวแทน:** วรรค 2 อุดช่องว่าง — ห้ามดำเนินงานผ่านผู้ประมวลผลต่างประเทศโดยไม่มีจุดติดต่อในไทย - **"โดยอนุโลม":** ปรับใช้บทบัญญัติในบริบทใหม่โดยปรับถ้อยคำเท่าที่จำเป็น — เช่น "ผู้ควบคุม" → "ผู้ประมวลผล" - **ข้อยกเว้นไม่กระทบหน้าที่อื่น:** ผู้ควบคุมที่ได้รับยกเว้นการแต่งตั้งตัวแทนตามมาตรานี้ **ยังต้องปฏิบัติตามหน้าที่อื่น**ทุกข้อใน [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)-(4) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/38.md ============================================================ โนด: มาตรา 39 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/39.md # มาตรา 39 ## ตัวบท > มาตรา 39 ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ > > (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม > > (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท > > (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล > > (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล > > (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น > > (6) การใช้หรือเปิดเผยตาม[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคสาม > > (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตาม[มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) วรรคสาม [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md) วรรคสาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคสาม และ[มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคหนึ่ง > > (8) คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตาม[มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) > > ความในวรรคหนึ่งให้นำมาใช้บังคับกับตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง โดยอนุโลม > > ความใน (1) (2) (3) (4) (5) (6) และ (8) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูล**บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล** (ROPA) ที่ครอบคลุม 8 องค์ประกอบ — เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและสำนักงานตรวจสอบได้ บันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศ ([มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง) ก็ต้องบันทึกโดยอนุโลม กิจการเล็กอาจได้รับยกเว้นบางส่วน — แต่หากเก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือมีความเสี่ยง ต้องบันทึกเต็มรูปแบบ ## องค์ประกอบสำคัญ - **8 รายการที่ต้องบันทึก (วรรค 1):** - **(1)** ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม - **(2)** วัตถุประสงค์ของการเก็บแต่ละประเภท - **(3)** ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุม - **(4)** ระยะเวลาเก็บรักษา - **(5)** สิทธิและวิธีเข้าถึง + เงื่อนไขผู้มีสิทธิเข้าถึง - **(6)** การใช้/เปิดเผยตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคสาม (กรณีฐานยกเว้น) - **(7)** การปฏิเสธคำขอ/คัดค้านตาม: - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) วรรคสาม (ปฏิเสธสิทธิเข้าถึง) - [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md) วรรคสาม (ปฏิเสธสิทธิโอนย้ายข้อมูล) - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคสาม (ปฏิเสธคัดค้าน) - [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคหนึ่ง (ปฏิเสธแก้ไข) - **(8)** คำอธิบายมาตรการความมั่นคงปลอดภัยตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) - **รูปแบบของการบันทึก:** หนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ - **วัตถุประสงค์:** ให้**เจ้าของข้อมูลและสำนักงาน**ตรวจสอบได้ - **ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศ (วรรค 2):** ใช้บังคับกับตัวแทนตาม [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) วรรคสอง โดยอนุโลม - **ข้อยกเว้นกิจการเล็ก (วรรค 3):** - ยกเว้น (1)(2)(3)(4)(5)(6)(8) **(แต่ไม่ยกเว้น (7))** — กิจการเล็กตามที่คณะกรรมการประกาศ - **เว้นแต่:** มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ **หรือ** ไม่ใช่กิจการที่เก็บข้อมูลเป็นครั้งคราว **หรือ** เก็บข้อมูลอ่อนไหวตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) — ขอบเขตการบังคับใช้ — วรรคสอง (กรณีนอกราชอาณาจักร) ที่ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศต้องบันทึก ROPA โดยอนุโลม - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว — กิจการเล็กที่เก็บข้อมูลตามนี้ไม่ได้รับยกเว้น - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) — การใช้/เปิดเผย — วรรคสาม (กรณีใช้ฐานยกเว้น) เป็นรายการ (6) - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) — สิทธิเข้าถึง — การปฏิเสธตามวรรคสามต้องบันทึกใน (7) - [มาตรา 31](https://link.pdpalawbase.com/section/31.md) — สิทธิให้โอนย้ายข้อมูล — การปฏิเสธตามวรรคสามต้องบันทึกใน (7) - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) — สิทธิคัดค้าน — การปฏิเสธคัดค้านตามวรรคสามต้องบันทึกใน (7) - [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) — สิทธิแก้ไข — คำร้องขอที่ไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องบันทึกใน (7) - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — หน้าที่ผู้ควบคุม — (1) มาตรการความมั่นคงปลอดภัย เป็นรายการ (8) ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 30 (บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล) — โครงสร้างคล้ายแต่รายละเอียดต่างกันบ้าง (PDPA เน้นการบันทึกการปฏิเสธสิทธิด้วยใน (7)) - **ความสำคัญของ ROPA:** - **หลักความรับผิดชอบ:** ผู้ควบคุมต้องสามารถ**แสดงให้เห็น**การปฏิบัติตาม PDPA — ROPA คือหลักฐาน - **เครื่องมือสำหรับ DPIA:** ROPA เป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินความเสี่ยง - **เครื่องมือสำหรับการตรวจสอบ:** สำนักงานใช้ตรวจสอบเมื่อมีการตรวจสอบหรือสอบสวน - **(7) ยังต้องทำเสมอ:** ข้อยกเว้นกิจการเล็กยกเว้นเฉพาะ (1)-(6) + (8) — การปฏิเสธสิทธิยังต้องบันทึก เพื่อให้เจ้าของข้อมูลตรวจสอบได้ - **เกณฑ์ "กิจการเล็ก":** ต้องดูประกาศคณะกรรมการ — ในแนวปฏิบัติทั่วไปอาจอ้างเกณฑ์ของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (จำนวนพนักงาน/รายได้) - **3 กรณีที่ยังต้องบันทึกแม้เป็นกิจการเล็ก:** - **มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ** เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การจัดทำโพรไฟล์ การเฝ้าติดตาม - **ไม่ใช่ครั้งคราว** เช่น การประมวลผลเป็นกิจกรรมหลักของกิจการ - **ข้อมูลอ่อนไหวตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)** — เช่น กิจการสุขภาพ คลินิกแพทย์ - **รูปแบบบันทึกในทางปฏิบัติ:** - **ตารางคำนวณหรือฐานข้อมูล** สำหรับองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ - **เอกสารประมวลผลคำ** สำหรับองค์กรเล็ก - **ระบบกำกับดูแลความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เฉพาะทาง** สำหรับองค์กรใหญ่/ที่มี DPO - **ความเชื่อมโยงในระบบ PDPA:** ROPA เป็นจุดศูนย์กลางที่หลายมาตราอ้างถึง — เห็นได้ว่ามาตราต่างๆ ใน หมวด 3 ที่ระบุ "บันทึกใน [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)" สะท้อนความเป็นกลไกหลักของการตรวจสอบความรับผิด ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/39.md ============================================================ โนด: มาตรา 40 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/40.md # มาตรา 40 ## ตัวบท > มาตรา 40 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ > > (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ > > (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้งแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น > > (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น > > การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ > > ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ## สรุป มาตรานี้กำหนด **3 หน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูล:** (1) ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมเท่านั้น (เว้นแต่คำสั่งขัดกฎหมาย) (2) มาตรการความมั่นคงปลอดภัย + แจ้งผู้ควบคุมเหตุละเมิด (3) บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล (ROPA ของฝั่งผู้ประมวลผล) ผลของการไม่ปฏิบัติตาม (1) คือ ถูกถือเป็นผู้ควบคุม นอกจากนี้กำหนดให้ต้องมี **ข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุม-ผู้ประมวลผล** ## องค์ประกอบสำคัญ - **3 หน้าที่ของผู้ประมวลผล (วรรค 1):** - **(1) ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมเท่านั้น** — เว้นแต่คำสั่งขัดกฎหมาย/บทบัญญัติคุ้มครองข้อมูล - **(2) มาตรการความมั่นคงปลอดภัย** + **แจ้งผู้ควบคุม** เหตุการละเมิด - **(3) บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล** (ROPA ของฝั่งผู้ประมวลผล) — ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ - **ผลของการไม่ปฏิบัติตาม (1) — หลักยกระดับเป็นผู้ควบคุม (วรรค 2):** - ผู้ประมวลผลที่ดำเนินการนอกคำสั่ง → **ถือว่าเป็นผู้ควบคุม** สำหรับการประมวลผลนั้น - ผลทางกฎหมาย: ต้องรับภาระทุกหน้าที่ของผู้ควบคุม (รวม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) ทั้งหมด, [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ROPA, ฯลฯ) - **ข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล (วรรค 3):** - ผู้ควบคุม**ต้องจัด**ให้มีข้อตกลงเป็นหนังสือ - วัตถุประสงค์: ควบคุมการดำเนินงานของผู้ประมวลผลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ - **ข้อยกเว้นกิจการเล็ก (วรรค 4):** - ยกเว้น **(3)** เท่านั้น (หน้าที่ ROPA) — กิจการเล็กที่คณะกรรมการประกาศ - **เว้นแต่:** มีความเสี่ยง **หรือ** ไม่ใช่ครั้งคราว **หรือ** เก็บข้อมูลอ่อนไหวตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว — ผู้ประมวลผลที่ประมวลข้อมูลตามนี้ไม่ได้รับยกเว้น (3) ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** - (1) → Article 28(3)(a) "ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมเท่านั้น" - (2) → Article 32 (มาตรการความมั่นคงปลอดภัย) + Article 33(2) (แจ้งผู้ควบคุม) - (3) → Article 30(2) (บันทึกของผู้ประมวลผล) - วรรค 2 → Article 28(10) "ให้ถือว่าเป็นผู้ควบคุม" - วรรค 3 → Article 28(3) (สัญญา / ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล) - **โครงสร้างความสัมพันธ์ผู้ควบคุม vs ผู้ประมวลผล:** - **ผู้ควบคุม:** ตัดสิน "วัตถุประสงค์" และ "วิธีการ" — รับผิดต่อเจ้าของข้อมูล - **ผู้ประมวลผล:** ดำเนินการแทนตามคำสั่ง — รับผิดต่อผู้ควบคุม และมีความเสี่ยงตามพระราชบัญญัตินี้ - **หลักยกระดับเป็นผู้ควบคุม (วรรค 2) สำคัญมาก:** - ป้องกันการ "ซ่อน" ความรับผิดของผู้ประมวลผลเมื่อใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ของตน - ตัวอย่าง: ผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใช้ข้อมูลลูกค้าไปฝึกระบบปัญญาประดิษฐ์ของตนเอง → ถือเป็นผู้ควบคุมสำหรับการประมวลผลในการฝึกระบบนั้น - **เนื้อหาของข้อตกลงประมวลผลข้อมูลโดยทั่วไป:** - วัตถุประสงค์และระยะเวลาของการประมวลผล - ประเภทของข้อมูลและเจ้าของข้อมูล - หน้าที่ของผู้ประมวลผล (ตาม (1)-(3)) - กลไกการแจ้งเหตุละเมิด - สิทธิของผู้ควบคุมในการตรวจสอบ - การอนุมัติให้ใช้ผู้ประมวลผลย่อย - ข้อกำหนดเมื่อสิ้นสุดสัญญา (ลบ/ส่งคืนข้อมูล) - **กรณีผู้ประมวลผลย่อย:** ผู้ประมวลผลใช้ผู้ประมวลผลย่อย → ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุม + ผูกพันด้วยข้อตกลงประมวลผลแบบเดียวกัน (โดยอนุโลม) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (2):** ผู้ควบคุมที่ส่งข้อมูลให้ผู้ประมวลผล มีหน้าที่ "ป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้/เปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ" ซึ่งข้อตกลงประมวลผลตามมาตรานี้คือกลไกหลัก - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md):** ผู้ประมวลผลก็มีหน้าที่แต่งตั้ง DPO ในกรณีตามเงื่อนไขของ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/40.md ============================================================ โนด: มาตรา 41 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/41.md # มาตรา 41 ## ตัวบท > มาตรา 41 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีดังต่อไปนี้ > > (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (2) การดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอโดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > (3) กิจกรรมหลักของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตาม[มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรคสอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันได้ ทั้งนี้ สถานที่ทำการแต่ละแห่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันดังกล่าวต้องสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่าย > > ความในวรรคสองให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตาม (1) ซึ่งมีขนาดใหญ่หรือมีสถานที่ทำการหลายแห่งโดยอนุโลม > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องแต่งตั้งตัวแทนตาม[มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ตัวแทนโดยอนุโลม > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานทราบ ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ได้ > > คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยคำนึงถึงความรู้หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นพนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **3 กรณีที่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO):** (1) หน่วยงานของรัฐ (2) กิจกรรมต้องตรวจสอบข้อมูลจำนวนมากเป็นประจำ (3) กิจกรรมหลักคือการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) เครือกิจการเดียวกันใช้ DPO ร่วมได้ ตัวแทนตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) ก็ใช้บังคับ DPO มีสิทธิเป็นพนักงานในองค์กรหรือผู้รับจ้างภายนอกก็ได้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **3 กรณีที่ต้องมี DPO (วรรค 1):** - **(1) หน่วยงานของรัฐ** ตามที่คณะกรรมการประกาศ - **(2) การติดตามตรวจสอบข้อมูลขนาดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ** — กิจกรรมจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล/ระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยมีข้อมูลจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศ - **(3) ข้อมูลอ่อนไหวเป็นกิจกรรมหลัก** — กิจกรรมหลักเป็นการเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) - **DPO ร่วมในเครือกิจการ (วรรค 2):** - กรณี: เครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกันตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรคสอง - แต่ละสาขาต้องสามารถ**ติดต่อ DPO ได้โดยง่าย** - **DPO ร่วมในหน่วยงานของรัฐ (วรรค 3):** หน่วยงานของรัฐขนาดใหญ่/หลายแห่งใช้ DPO ร่วมได้โดยอนุโลม - **ตัวแทนตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) (วรรค 4):** ผู้ควบคุมต่างประเทศที่แต่งตั้งตัวแทน → ใช้บังคับ DPO กับตัวแทนโดยอนุโลม - **หน้าที่แจ้งข้อมูลติดต่อ DPO (วรรค 5):** - แจ้งให้**เจ้าของข้อมูล**และ**สำนักงาน**ทราบ - เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อ DPO เกี่ยวกับการประมวลผล + การใช้สิทธิตาม PDPA - **คุณสมบัติของ DPO (วรรค 6):** คณะกรรมการอาจประกาศกำหนด — เน้นความรู้/ความเชี่ยวชาญด้านคุ้มครองข้อมูล - **รูปแบบของ DPO (วรรค 7):** - **พนักงานในองค์กร** **หรือ** - **ผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญา (DPO ภายนอก)** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว — กิจกรรมหลักที่ประมวลผลข้อมูลตามนี้ต้องมี DPO ((3)) - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — การส่งข้อมูลภายในเครือกิจการ — วรรคสอง (เครือกิจการเดียวกัน) เป็นเกณฑ์ของ DPO ร่วมในเครือกิจการ - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — หน้าที่ผู้ควบคุม — (5) (ตัวแทนของผู้ควบคุมต่างประเทศ) ก็ต้องบังคับ DPO โดยอนุโลม ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 37 (การแต่งตั้ง), Article 38 (สถานะ), Article 39 (หน้าที่) — โครงสร้างใกล้เคียง - **คำว่า "เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" = DPO** — กฎหมายไทยใช้คำเต็ม แต่อุตสาหกรรมเรียกย่อ DPO เป็นมาตรฐาน - **3 ปัจจัยที่ใช้วิเคราะห์ว่าต้องมี DPO หรือไม่:** - **ภาครัฐ** — เปลี่ยนเป็นเรื่องอำนาจรัฐ - **การติดตามตรวจสอบข้อมูลจำนวนมากเป็นประจำ** — เช่น ธนาคาร โทรคมนาคม การโฆษณาออนไลน์ - **ข้อมูลอ่อนไหวเป็นกิจการหลัก** — เช่น โรงพยาบาล องค์กรศาสนา บริการที่ใช้ข้อมูลชีวภาพ - **(2) "ข้อมูลจำนวนมาก":** ไม่มีตัวเลขในกฎหมาย — ขึ้นกับประกาศคณะกรรมการ; ในแนวปฏิบัติของ EU พิจารณา: - จำนวนเจ้าของข้อมูลที่กระทบ - ปริมาณข้อมูล / ความหลากหลาย - ระยะเวลาที่ประมวลผล - ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ - **(3) "กิจกรรมหลัก":** ไม่ใช่ "กิจกรรมรอง" — เช่น โรงพยาบาล (สุขภาพคือกิจกรรมหลัก), งานบุคคลของบริษัทผลิต (งานบุคคลไม่ใช่กิจกรรมหลักของบริษัทผลิต) - **DPO พนักงานในองค์กร vs ผู้รับจ้างภายนอก:** - **พนักงานในองค์กร:** เข้าใจองค์กรลึก แต่ความเป็นอิสระอาจถูกท้าทาย (รายงานต่อใคร?) - **ผู้รับจ้างภายนอก:** ความเป็นอิสระสูงกว่า แต่อาจไม่เข้าใจบริบทองค์กร — เหมาะกับกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม - **ความเป็นอิสระของ DPO:** ดูใน [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 3 — ห้ามไล่ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่ + รายงานต่อผู้บริหารสูงสุดได้ - **DPO ร่วมในเครือกิจการข้ามประเทศ:** กรณีบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ + บริษัทลูกในไทย → ต้องแน่ใจว่า DPO ติดต่อได้สะดวกกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าของข้อมูลในไทย - **เกณฑ์ "จำนวนมาก" เดียวกับ [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) (2):** ทั้ง [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) (2) (ข้อยกเว้นตัวแทน) และ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) (2) (ต้องมี DPO) อ้างถึงเกณฑ์ "ข้อมูลจำนวนมาก" ของคณะกรรมการ — เป็นเกณฑ์เดียวกัน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/41.md ============================================================ โนด: มาตรา 42 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/42.md # มาตรา 42 ## ตัวบท > มาตรา 42 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ > > (1) ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ > > (2) ตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ > > (3) ประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ > > (4) รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้หรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์อย่างเพียงพอ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกจากงานหรือเลิกสัญญาการจ้างด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต้องสามารถรายงานไปยังผู้บริหารสูงสุดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงได้ > > เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นได้ แต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องรับรองกับสำนักงานว่าหน้าที่หรือภารกิจดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **4 หน้าที่หลักของ DPO:** (1) ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล + ลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง (2) ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (3) ประสานงาน/ให้ความร่วมมือกับสำนักงาน (4) รักษาความลับ พร้อมหลักประกัน 3 ด้านของความเป็นอิสระ: สนับสนุนทรัพยากร, **ห้ามไล่ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่**, รายงานต่อผู้บริหารสูงสุดได้ DPO ปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ แต่ห้ามขัดแย้งกับหน้าที่ตามกฎหมายนี้ ([มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md)) ## องค์ประกอบสำคัญ - **4 หน้าที่หลักของ DPO (วรรค 1):** - **(1) ให้คำแนะนำ** — แก่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล + ลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย - **(2) ตรวจสอบ** — การดำเนินงานเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ เปิดเผย ให้เป็นไปตามกฎหมาย - **(3) ประสานงาน** — กับสำนักงานในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการประมวลผล - **(4) รักษาความลับ** — ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ - **หน้าที่สนับสนุนของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล (วรรค 2):** - **เครื่องมือ/อุปกรณ์** อย่างเพียงพอ - **อำนวยความสะดวก**ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล - **หลักประกันความเป็นอิสระ (วรรค 3):** - **ห้ามไล่ออก/เลิกสัญญา** ด้วยเหตุที่ DPO ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย - DPO ต้องสามารถ**รายงานตรง**ต่อผู้บริหารสูงสุดในกรณีมีปัญหา - **DPO ปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ (วรรค 4):** - DPO อาจมีบทบาทอื่น (เช่น ทำคู่กับงานที่ปรึกษากฎหมาย / กำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ / ความปลอดภัยทางสารสนเทศ) - **เงื่อนไข:** ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลต้อง**รับรองต่อสำนักงาน**ว่าไม่ขัด/แย้งกับหน้าที่ DPO ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — เงื่อนไขการแต่งตั้ง DPO — มาตรานี้กำหนดหน้าที่ของ DPO ที่ต้องแต่งตั้งตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) ## หมายเหตุ - **เทียบ GDPR:** สอดคล้องกับ Article 38 (สถานะ) + Article 39 (หน้าที่) — Article 39 ครอบคลุมหน้าที่ของ DPO - **3 หลักประกันความเป็นอิสระสำคัญมาก:** - **ทรัพยากร:** ทรัพยากรเพียงพอ (เครื่องมือ + เข้าถึงข้อมูล) - **ความมั่นคงในตำแหน่ง:** ห้ามไล่ออกเพราะ "ตักเตือน" หรือ "รายงาน" ที่ฝ่ายบริหารไม่ชอบ - **ช่องทางรายงานตรง:** รายงานตรงผู้บริหารสูงสุด — ข้ามผู้บังคับบัญชาระดับกลางได้หากเกิดความขัดแย้ง - **(1) "ลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง" รวมในหน้าที่ DPO:** สำคัญ — DPO ต้องมีอำนาจให้คำแนะนำพนักงานทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหาร - **(4) การรักษาความลับ:** DPO เห็นข้อมูลส่วนบุคคลทั่วทั้งองค์กร — มีหน้าที่รักษาความลับโดยปริยาย - **ผลประโยชน์ทับซ้อน (วรรค 4):** DPO ไม่ควรมีบทบาทที่ตัดสินใจวิธีการประมวลผลเอง (เช่น ผู้บริหารสูงสุด หรือหัวหน้าฝ่ายการตลาด) — เพราะจะต้อง "ตรวจสอบตัวเอง" - **บทบาทที่ปกติเข้ากันได้:** เจ้าหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย, ผู้ตรวจสอบภายใน, ที่ปรึกษากฎหมาย, เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางไอที (ไม่ใช่ผู้กำหนดวิธีการประมวลผล) - **บทบาทที่ขัดแย้ง:** ผู้บริหารสูงสุด, ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ, ผู้บริหารฝ่ายการเงิน, ผู้บริหารฝ่ายการตลาด, ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี, หัวหน้าฝ่ายบุคคล - **DPO ผู้รับจ้างภายนอก + การรับรองต่อสำนักงาน:** กรณีจ้างภายนอก — บริษัทรับจ้างอาจมีลูกค้าหลายราย → ต้องรับรองว่าไม่ขัดแย้งกัน - **DPO กับการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส:** การห้ามไล่ออกเป็นการคุ้มครองในลักษณะเดียวกับผู้แจ้งเบาะแส — แต่ครอบคลุมเฉพาะการ "ปฏิบัติหน้าที่ตาม PDPA" (ไม่ใช่การประพฤติผิดอื่น) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md):** - **[มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md):** ใครต้องมี DPO + การแต่งตั้ง + คุณสมบัติ - **มาตรานี้ ([มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md)):** หน้าที่ + ความเป็นอิสระ + การคุ้มครอง - **บทบาท DPO ในการดำเนินคดี:** เป็นจุดติดต่อหลักของสำนักงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล — กรณีมีการตรวจสอบ/สอบสวน/เหตุละเมิด — ตามวรรค 1 (3) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/42.md ============================================================ โนด: มาตรา 43 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/43.md # มาตรา 43 ## ตัวบท > มาตรา 43 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ > > สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น > > กิจการของสำนักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน > > ให้สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ## สรุป มาตรานี้จัดตั้ง **สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล แต่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและส่งเสริมการพัฒนาด้านนี้ของประเทศ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานหลายฉบับโดยตรง แต่พนักงานต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด และเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ## องค์ประกอบสำคัญ - **วัตถุประสงค์ของสำนักงาน (วรรค 1):** - คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ - **สถานะทางกฎหมาย (วรรค 2):** - เป็น **หน่วยงานของรัฐ** ที่มีฐานะเป็น **นิติบุคคล** - **ไม่ใช่** ส่วนราชการตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน - **ไม่ใช่** รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น - **กฎหมายแรงงานที่ไม่บังคับใช้ (วรรค 3):** - กฎหมายคุ้มครองแรงงาน - กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ - กฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ - กฎหมายประกันสังคม - กฎหมายเงินทดแทน - **แต่:** พนักงานและลูกจ้างต้องได้รับประโยชน์ตอบแทน**ไม่น้อยกว่า**ที่กำหนดในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม และเงินทดแทน - **ความรับผิดทางละเมิด (วรรค 4):** เป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ — ผู้เสียหายฟ้องสำนักงานได้โดยตรง (ไม่ต้องฟ้องเจ้าหน้าที่รายบุคคล) ## มาตราที่อ้างอิง (ไม่มีการอ้างอิงมาตราอื่นในตัวบท) ## หมายเหตุ - **โครงสร้างหน่วยงานของรัฐแบบอิสระ:** สำนักงานเป็น "หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ" ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กับองค์กรกำกับดูแลหลายแห่งในไทย เช่น กสทช., กลต., สภาพยาบาล - **ความเป็นอิสระจากระบบราชการ:** การไม่อยู่ภายใต้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เปิดทางให้สำนักงานบริหารงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ขึ้นกับโครงสร้างราชการประจำ - **เหตุที่ไม่ใช้กฎหมายแรงงานตรง:** เนื่องจากสถานะกึ่งราชการ-กึ่งเอกชน → จึงต้องออกแบบระบบบริหารพนักงานเฉพาะ (ดู [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) และ [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md)) แต่กฎหมายผูกมัดให้ค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของกฎหมายแรงงาน - **ภาระความรับผิดทางละเมิด:** ผู้เสียหายฟ้องสำนักงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องฟ้องเจ้าหน้าที่รายบุคคล — ลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะถูกฟ้องเป็นการส่วนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ - **ความเชื่อมโยงกับโครงสร้างคณะกรรมการ:** สำนักงานเป็นหน่วยปฏิบัติงานสนับสนุนคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่จัดตั้งตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (หมวด 1) — ทำหน้าที่ทางวิชาการ ธุรการ และดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/43.md ============================================================ โนด: มาตรา 44 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/44.md # มาตรา 44 ## ตัวบท > มาตรา 44 นอกจากหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตาม[มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติงานวิชาการและงานธุรการให้แก่คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และคณะอนุกรรมการ รวมทั้งให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) จัดทำร่างแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่างแผนแม่บทและมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติดังกล่าว เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ > > (2) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (3) วิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามมาตรการหรือกลไกการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งตรวจสอบและรับรองนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) > > (4) สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งวิเคราะห์และวิจัยประเด็นทางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ > > (5) ประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (6) ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ > > (7) เป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน และประชาชน รวมทั้งเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (8) กำหนดหลักสูตรและฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป > > (9) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ > > (10) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ > > (11) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามที่กฎหมายกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนด **หน้าที่และอำนาจของสำนักงาน** 11 ข้อ — ครอบคลุมทั้งงานวิชาการและธุรการสนับสนุนคณะกรรมการชุดต่าง ๆ และหน้าที่เชิงรุก ได้แก่ จัดทำแผนแม่บท ส่งเสริมการวิจัย วิเคราะห์/รับรองมาตรฐาน สำรวจสถานการณ์ ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ให้คำปรึกษา ฝึกอบรม ทำความตกลงในและต่างประเทศ ติดตามประเมินผล นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคหนึ่ง ## องค์ประกอบสำคัญ - **หน้าที่ด้านธุรการ-วิชาการ (วรรคนำ):** สนับสนุนคณะกรรมการ + คณะกรรมการกำกับสำนักงาน + คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ + คณะอนุกรรมการ - **หน้าที่และอำนาจ 11 ข้อ:** - **(1) จัดทำแผนแม่บท** — ส่งเสริมและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล + มาตรการแก้ไขปัญหา → เสนอต่อคณะกรรมการ - **(2) ส่งเสริมการวิจัย** — พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง - **(3) วิเคราะห์และรับรองมาตรฐาน** — รวมการตรวจสอบนโยบายตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) (สำหรับการส่งข้อมูลภายในเครือกิจการต่างประเทศ) - **(4) สำรวจและติดตามสถานการณ์** — วิจัยประเด็นที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ - **(5) ประสานงาน** — ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ท้องถิ่น องค์การมหาชน หน่วยงานรัฐอื่น - **(6) ให้คำปรึกษา** — ทั้งภาครัฐและเอกชน - **(7) ศูนย์กลางบริการวิชาการ** — สำหรับรัฐ เอกชน ประชาชน + เผยแพร่ความรู้ - **(8) หลักสูตรฝึกอบรม** — ผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ประชาชน - **(9) ความตกลงในและต่างประเทศ** — เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ - **(10) ติดตามและประเมินผล** การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ - **(11) หน้าที่อื่น** ตามที่คณะกรรมการ/คณะกรรมการกำกับ/คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ/คณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามกฎหมาย ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศโดยใช้นโยบายเครือกิจการ — สำนักงานเป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองนโยบายตาม (3) - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — การจัดตั้งสำนักงาน — มาตรานี้ขยายหน้าที่นอกเหนือวัตถุประสงค์ตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคหนึ่ง ## หมายเหตุ - **บทบาทหลัก 4 ขา:** หน้าที่ของสำนักงานครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ: - **ด้านนโยบาย** — (1) แผนแม่บท + (4) สำรวจสถานการณ์ - **ด้านการกำกับดูแล** — (3) รับรองมาตรฐาน + (10) ติดตามประเมินผล - **ด้านการสนับสนุน** — (5) ประสานงาน + (6) ให้คำปรึกษา + (9) ความตกลงระหว่างประเทศ - **ด้านการเผยแพร่** — (7) ศูนย์กลางบริการ + (8) ฝึกอบรม + (2) ส่งเสริมการวิจัย - **ความสำคัญของ (3) ต่อภาคธุรกิจ:** การ "ตรวจสอบและรับรองนโยบายตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md)" คือกระบวนการที่บริษัทข้ามชาติต้องผ่าน เพื่อย้ายข้อมูลไปยังเครือกิจการในต่างประเทศ — สำนักงานเป็นหน่วยรับรอง - **(8) ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล:** ตอบโจทย์ของ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล — สำนักงานช่วยพัฒนาบุคลากรให้พอเพียงต่อความต้องการของกิจการที่ต้องตั้งตำแหน่งนี้ - **(9) ความตกลงต่างประเทศ:** เปิดทางให้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับองค์กรกำกับดูแลของประเทศอื่น เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้ามพรมแดน — แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการก่อน - **(11) เป็นข้อปลายเปิด:** เปิดให้คณะกรรมการ/คณะกรรมการกำกับ/คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ/คณะอนุกรรมการ มอบหมายงานเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์ - **อำนาจทั่วไปของสำนักงาน** ดูเพิ่มที่ [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md) (ถือกรรมสิทธิ์ ทำนิติกรรม เก็บค่าธรรมเนียม ฯลฯ) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/44.md ============================================================ โนด: มาตรา 45 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/45.md # มาตรา 45 ## ตัวบท > มาตรา 45 ในการดำเนินงานของสำนักงาน นอกจากหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติใน[มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) แล้ว ให้สำนักงานมีหน้าที่และอำนาจทั่วไป ดังต่อไปนี้ด้วย > > (1) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ > > (2) ก่อตั้งสิทธิ หรือทำนิติกรรมทุกประเภทผูกพันทรัพย์สิน ตลอดจนทำนิติกรรมอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน > > (3) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการของสำนักงาน > > (4) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินงานต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่สำนักงานกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (5) ปฏิบัติการอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน หรือตามที่คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย ## สรุป มาตรานี้กำหนด **อำนาจทั่วไปของสำนักงาน** 5 ข้อ ซึ่งเป็นอำนาจรองรับการบริหารจัดการในฐานะนิติบุคคล นอกเหนือจากหน้าที่เฉพาะตาม [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) ได้แก่ ถือกรรมสิทธิ์/ทรัพยสิทธิ ทำนิติกรรม จัดหาและให้ทุน เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน และปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมอบหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **อำนาจทรัพย์สิน (1):** ถือกรรมสิทธิ์ + สิทธิครอบครอง + ทรัพยสิทธิต่าง ๆ - **อำนาจทำนิติกรรม (2):** - ก่อตั้งสิทธิ/ทำนิติกรรมผูกพันทรัพย์สิน - ทำนิติกรรมอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการ - **อำนาจให้ทุน (3):** จัดหาและให้ทุนเพื่อสนับสนุนกิจการของสำนักงาน - **อำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม (4):** - ประเภทรายได้: ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ - **เงื่อนไข:** ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่สำนักงานกำหนด **โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** - **อำนาจอื่นที่กฎหมายมอบ (5):** ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่คณะกรรมการ/คณะกรรมการกำกับ/คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ/คณะอนุกรรมการมอบหมาย ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) — หน้าที่และอำนาจของสำนักงาน — มาตรานี้ขยายเพิ่ม "อำนาจทั่วไป" นอกเหนือจากหน้าที่ใน [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) ## หมายเหตุ - **อำนาจในฐานะนิติบุคคล:** (1) (2) (3) สะท้อนสถานะนิติบุคคลตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสอง — สำนักงานสามารถมีทรัพย์สิน ทำสัญญา ก่อหนี้ และดำเนินคดีในนามของตนเอง - **(4) ค่าธรรมเนียมและบริการ:** สำนักงานมีอำนาจเก็บรายได้จากบริการของตน เช่น - การออกใบรับรองมาตรฐาน/นโยบายคุ้มครองข้อมูล - หลักสูตรฝึกอบรมตาม [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) (8) - บริการให้คำปรึกษาแก่เอกชน - **อัตราต้องผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** — ป้องกันการเก็บค่าธรรมเนียมโดยไม่เหมาะสม - **กลไกควบคุม:** อำนาจตาม (4) ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ดูองค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงานที่ [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) - **(5) เป็นข้อปลายเปิด:** ออกแบบเผื่อกฎหมายอื่นในอนาคตที่มอบหมายงานให้สำนักงาน หรือคณะกรรมการชุดต่าง ๆ มอบหมายเฉพาะกิจ - **ที่มาของรายได้และทุน** ดูเพิ่มที่ [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) (ทุนและทรัพย์สินของสำนักงาน) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/45.md ============================================================ โนด: มาตรา 46 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/46.md # มาตรา 46 ## ตัวบท > มาตรา 46 ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินงานของสำนักงานประกอบด้วย > > (1) ทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ตาม[มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) วรรคหนึ่ง > > (2) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นรายปี > > (3) เงินอุดหนุนจากหน่วยงานของรัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล > > (4) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้อันเกิดจากการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน > > (5) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน > > เงินและทรัพย์สินของสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ## สรุป มาตรานี้กำหนด **5 แหล่งที่มาของทุนและทรัพย์สินของสำนักงาน** ได้แก่ ทุนประเดิมจากรัฐบาล เงินอุดหนุนทั่วไปรายปี เงินอุดหนุนจากหน่วยงานในและต่างประเทศ ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ และดอกผล/รายได้จากทรัพย์สิน วรรคสองกำหนดให้เงินและทรัพย์สินดังกล่าวต้อง**นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน** ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางการคลังที่กระทบต่อความเป็นอิสระทางการเงินของสำนักงาน ## องค์ประกอบสำคัญ - **5 แหล่งที่มาของทุนและทรัพย์สิน (วรรค 1):** - **(1) ทุนประเดิม** — รัฐบาลจัดสรรครั้งแรกตาม [มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) วรรคหนึ่ง (อยู่ในหมวดบทเฉพาะกาล) - **(2) เงินอุดหนุนทั่วไป** — รัฐบาลจัดสรรเป็นรายปีตามความเหมาะสม - **(3) เงินอุดหนุนจากหน่วยงานของรัฐและต่างประเทศ** — ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล - **(4) รายได้จากการดำเนินการ** — ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ ตามหน้าที่และอำนาจ - **(5) ดอกผลและรายได้จากทรัพย์สิน** — ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้จากการใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน - **การนำส่งคลัง (วรรค 2):** เงินและทรัพย์สินตามวรรค 1 ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) — บทเฉพาะกาลว่าด้วยทุนประเดิม — รัฐบาลต้องจัดสรรทุนประเดิมให้สำนักงานตามวรรคหนึ่ง ## หมายเหตุ - **โครงสร้างรายได้:** - **รายได้จากภาครัฐ** — (1) ทุนประเดิม + (2) เงินอุดหนุนรายปี - **รายได้จากความร่วมมือ** — (3) ทุนจากหน่วยงานในและต่างประเทศ - **รายได้จากการดำเนินงานเอง** — (4) ค่าธรรมเนียมและบริการ + (5) ดอกผล - **ทุนประเดิม:** เป็นเงินก้อนแรกในการจัดตั้งองค์กร ตาม [มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) (บทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัตินี้) - **(2) เงินอุดหนุนรายปี:** เป็นกลไกหลักที่รัฐบาลให้งบประมาณดำเนินงานต่อเนื่อง — ต่างจากส่วนราชการที่ได้งบประมาณรายปีตามมาตรฐานของหน่วยราชการ; สำนักงานในฐานะหน่วยงานของรัฐแบบอิสระ ได้รับเป็น "เงินอุดหนุน" - **(4) ค่าธรรมเนียมและบริการ:** อัตราต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ตาม [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md) (4) - **(5) ดอกผลและรายได้จากทรัพย์สิน:** ครอบคลุมดอกเบี้ยจากเงินฝาก/พันธบัตร และรายได้จากการให้เช่าหรือใช้ประโยชน์อสังหาริมทรัพย์ของสำนักงาน (ดู [มาตรา 47](https://link.pdpalawbase.com/section/47.md)) - **เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ:** เปิดทางให้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศ — ตอบโจทย์ความร่วมมือข้ามพรมแดน - **⚠️ ข้อจำกัดทางการคลังของสำนักงาน (วรรค 2):** - กฎหมายกำหนดให้เงินและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง**ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน** - ผลทางปฏิบัติ: รายได้จากค่าธรรมเนียม/บริการ ((4)) และดอกผล/รายได้จากทรัพย์สิน ((5)) ที่สำนักงานหามาได้เอง ก็ต้องนำส่งคลังเช่นกัน — สำนักงาน**ไม่สามารถเก็บไว้ใช้เอง**ในการดำเนินงาน - หมายความว่าสำนักงานต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นรายปี ((2)) เป็นกลไกหลัก - **ข้อจำกัดนี้แตกต่างจากหน่วยงานของรัฐแบบอิสระบางแห่ง** ที่กฎหมายจัดตั้งระบุให้เก็บรายได้ของตนไว้ใช้ดำเนินงานได้ (เช่น กสทช., กลต.) — ทำให้ความเป็นอิสระทางการเงินของสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกจำกัดมากกว่า ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/46.md ============================================================ โนด: มาตรา 47 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/47.md # มาตรา 47 ## ตัวบท > มาตรา 47 บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานได้มาจากการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสำนักงานตาม[มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) (4) หรือ (5) ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานซื้อหรือแลกเปลี่ยนด้วยรายได้ของตน** (ตาม [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) (4) ค่าธรรมเนียมและบริการ หรือ (5) ดอกผลและรายได้จากทรัพย์สิน) เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานเอง — ไม่ใช่ของแผ่นดินหรือหน่วยราชการอื่น ## องค์ประกอบสำคัญ - **ขอบเขต:** อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานได้มาโดย: - **การซื้อ** หรือ - **การแลกเปลี่ยน** - **แหล่งเงินที่ใช้:** ต้องเป็นรายได้ของสำนักงานตาม: - [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) **(4)** — ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ - [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) **(5)** — ดอกผลของเงิน หรือรายได้จากทรัพย์สิน - **ผล:** เป็น **กรรมสิทธิ์ของสำนักงาน** (ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของแผ่นดินหรือหน่วยงานอื่น) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) — ทุนและทรัพย์สินของสำนักงาน — มาตรานี้ใช้กับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากรายได้ตาม [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) (4) หรือ (5) เท่านั้น ## หมายเหตุ - **ความหมายของ "เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน":** สำนักงานในฐานะนิติบุคคลตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสอง สามารถถือกรรมสิทธิ์ได้ตาม [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md) (1) — มาตรานี้ยืนยันชัดเจนว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากรายได้ของตน เป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคลสำนักงาน - **เหตุที่จำกัดเฉพาะรายได้ตาม (4) และ (5):** - **(1) ทุนประเดิม** และ **(2) เงินอุดหนุนรายปีจากรัฐบาล** เป็นเงินภาครัฐที่อาจมีเงื่อนไขเฉพาะ — มาตรานี้ไม่ครอบคลุม - **(3) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ** อาจมีเงื่อนไขจากผู้ให้ทุน — มาตรานี้ไม่ครอบคลุม - **(4) (5)** เป็นรายได้ที่สำนักงานหามาเอง → จึงเป็นทรัพย์สินของสำนักงานเต็มที่ - **กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาด้วยทุนรัฐบาล:** ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรานี้ — ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของแหล่งเงินนั้น (เช่น ที่ดินที่รัฐโอนให้อาจมีข้อจำกัดในการขายต่อ) - **ตัวอย่างในทางปฏิบัติ:** - สำนักงานเก็บค่าธรรมเนียมจากการรับรองมาตรฐาน → ซื้ออาคารสำนักงานด้วยเงินที่เก็บได้ → อาคารเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน - ดอกเบี้ยจากเงินฝากของสำนักงาน → ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ → เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md):** อำนาจถือกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทั่วไปอยู่ที่ [มาตรา 45](https://link.pdpalawbase.com/section/45.md) (1) — มาตรานี้เป็นการกำหนดเฉพาะสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากรายได้ของสำนักงานเอง ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/47.md ============================================================ โนด: มาตรา 48 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/48.md # มาตรา 48 ## ตัวบท > มาตรา 48 ให้มีคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหกคนซึ่งสรรหาและแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างน้อยสามคน และด้านอื่นที่เกี่ยวข้องอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสำนักงาน > > ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน > > ให้นำความใน[มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) และ[มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) มาใช้บังคับกับประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้มี **คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ประกอบด้วยประธานกรรมการ (สรรหาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูล) ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน (อย่างน้อย 3 คนเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูล) โดยมีเลขาธิการสำนักงานเป็นกรรมการและเลขานุการ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้นำ [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) และ [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) มาใช้โดยอนุโลม ## องค์ประกอบสำคัญ - **องค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน (วรรค 1):** - **ประธานกรรมการ 1 คน** — สรรหาจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - **กรรมการโดยตำแหน่ง 2 คน:** - ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ - **กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน** — สรรหาจาก: - **อย่างน้อย 3 คน** เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - คนที่เหลือเชี่ยวชาญด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน - **เลขาธิการในฐานะกรรมการและเลขานุการ (วรรค 2):** - เลขาธิการสำนักงานเป็น **กรรมการและเลขานุการ** - แต่งตั้งพนักงานของสำนักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกิน 2 คน - **คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม (วรรค 3):** - นำ [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) (คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล) มาใช้โดยอนุโลม - นำ [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) (ลักษณะต้องห้าม) มาใช้โดยอนุโลม ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 11](https://link.pdpalawbase.com/section/11.md) — คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — ใช้กับประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน โดยอนุโลม - [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) — ลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — ใช้โดยอนุโลม ## หมายเหตุ - **ความแตกต่างระหว่าง "คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" และ "คณะกรรมการกำกับสำนักงาน":** - **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) — กำหนดนโยบายและทิศทางการคุ้มครองข้อมูลของประเทศ + ออกประกาศและกฎเกณฑ์ - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** (มาตรานี้) — กำกับดูแล**การบริหารงาน**ของสำนักงานในฐานะองค์กร เช่น งบประมาณ บริหารบุคคล ระเบียบภายใน - **กรรมการโดยตำแหน่ง 2 คน:** ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลฯ — ให้การเชื่อมโยงระหว่างสำนักงานกับนโยบายดิจิทัลของประเทศ - **องค์ประกอบรวม 9 คน + เลขาธิการ:** - 1 ประธาน + 2 กรรมการโดยตำแหน่ง + 6 ผู้ทรงคุณวุฒิ = 9 กรรมการ - + เลขาธิการสำนักงานในฐานะกรรมการและเลขานุการ - **สัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูล:** อย่างน้อย 1 (ประธาน) + อย่างน้อย 3 (จาก 6 ผู้ทรงคุณวุฒิ) = อย่างน้อย 4 จาก 10 ที่มีความเชี่ยวชาญตรง - **กระบวนการสรรหา:** ดูที่ [มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md) (คณะกรรมการสรรหา) ที่กำหนดวิธีคัดเลือกประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ - **ความเป็นอิสระจากการเมือง:** การใช้ [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) (ลักษณะต้องห้าม) โดยอนุโลม → ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ฯลฯ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/48.md ============================================================ โนด: มาตรา 49 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/49.md # มาตรา 49 ## ตัวบท > มาตรา 49 ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนแปดคนทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) > > ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหาและเลือกกรรมการสรรหาอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหา และให้สำนักงานปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา > > ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการสรรหาว่างลง ให้ดำเนินการเพื่อให้มีกรรมการสรรหาแทนในตำแหน่งนั้นโดยเร็ว ในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการสรรหาใหม่ ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ > > กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) > > หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้มี **คณะกรรมการสรรหา 8 คน** ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้ง เพื่อคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับสำนักงานตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) โดยกรรมการสรรหาเลือกประธานและเลขานุการกันเอง สำนักงานทำหน้าที่ธุรการ และกรรมการสรรหาห้ามเสนอชื่อตนเองเข้ารับการคัดเลือก หลักเกณฑ์การสรรหาต้องโปร่งใสและเป็นธรรม ## องค์ประกอบสำคัญ - **คณะกรรมการสรรหา (วรรค 1):** - จำนวน **8 คน** ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) แต่งตั้ง - **หน้าที่:** คัดเลือกบุคคลเป็นประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) - **โครงสร้างภายใน (วรรค 2):** - กรรมการสรรหา**เลือกกันเอง**ให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา - **เลือกอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการ** - **สำนักงานเป็นหน่วยธุรการ** ของคณะกรรมการสรรหา - **กรณีตำแหน่งว่าง (วรรค 3):** - ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสรรหาแทนโดยเร็ว - ระหว่างนั้น คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ (ยังทำหน้าที่ต่อได้) - **ข้อห้ามเสนอชื่อตนเอง (วรรค 4):** กรรมการสรรหา**ไม่มีสิทธิ**ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) (ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน) - **หลักเกณฑ์การสรรหา (วรรค 5):** - ให้คณะกรรมการกำหนด - ต้องคำนึงถึง **ความโปร่งใส** และ **ความเป็นธรรม** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — มาตรานี้กำหนดกระบวนการสรรหาประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับสำนักงานตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ## หมายเหตุ - **ห่วงโซ่การสรรหา:** มี 3 ระดับขององค์กร: - **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ← จัดตั้งโดยกฎหมาย - แต่งตั้ง → **คณะกรรมการสรรหา** (มาตรานี้) - คัดเลือก → **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) - **ขนาด 8 คน:** จำนวนคู่ — กรณีลงคะแนนอาจเสมอกัน → ปกติประธานคณะกรรมการสรรหาจะเป็นเสียงชี้ขาดในทางปฏิบัติ - **กลไกป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน:** - กรรมการสรรหาห้ามเสนอชื่อตนเอง (วรรค 4) - การกำหนดหลักเกณฑ์ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรม (วรรค 5) - **สำนักงานเป็นหน่วยธุรการ:** ในระหว่างกระบวนการสรรหาประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — สำนักงานทำหน้าที่ธุรการ (รับใบสมัคร จัดประชุม รวบรวมเอกสาร) แม้จะเป็นองค์กรที่กำลังจะถูกกำกับโดยคณะกรรมการที่กำลังสรรหา - **คณะกรรมการสรรหาทำงานต่อเนื่องได้แม้ตำแหน่งว่าง:** กลไกในวรรค 3 ป้องกันการหยุดชะงักของกระบวนการสรรหา หากกรรมการสรรหาออกระหว่างกระบวนการ - **กระบวนการคัดเลือกในรายละเอียด:** ดูที่หมวดต่อไป (ม.50-52) ที่กำหนดวิธีการคัดเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/49.md ============================================================ โนด: มาตรา 50 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/50.md # มาตรา 50 ## ตัวบท > มาตรา 50 ในการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง รวมทั้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคสาม และยินยอมให้เสนอชื่อเข้ารับคัดเลือกเท่ากับจำนวนประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ที่จะได้รับแต่งตั้ง > > เมื่อได้คัดเลือกบุคคลเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ครบจำนวนแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาแจ้งรายชื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) พร้อมหลักฐานแสดงคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งความยินยอมของบุคคลดังกล่าวต่อคณะกรรมการเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) > > ให้คณะกรรมการประกาศรายชื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ซึ่งได้รับแต่งตั้งในราชกิจจานุเบกษา ## สรุป มาตรานี้กำหนด **ขั้นตอนการสรรหา** ประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) โดย **คณะกรรมการสรรหา** ([มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md)) คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติครบ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และ**ยินยอม**ให้เสนอชื่อ ครบจำนวนตามที่ต้องแต่งตั้ง จากนั้นแจ้งรายชื่อพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) เพื่อแต่งตั้ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ## องค์ประกอบสำคัญ - **ขั้นตอนการคัดเลือก (วรรค 1):** - ผู้คัดเลือก: คณะกรรมการสรรหา ([มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md)) - เกณฑ์: มีคุณสมบัติตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง + ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคสาม - **ต้องได้รับความยินยอม**ของผู้ถูกเสนอชื่อ (ป้องกันการเสนอชื่อโดยไม่สมัครใจ) - **คัดเลือกเท่ากับจำนวน**ที่จะแต่งตั้ง (ไม่เกิน ไม่ขาด) - **การส่งรายชื่อต่อคณะกรรมการ (วรรค 2):** - คณะกรรมการสรรหาส่งรายชื่อต่อ**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) - ต้องมี: หลักฐานคุณสมบัติ + หลักฐานการไม่มีลักษณะต้องห้าม + หลักฐานความยินยอม - คณะกรรมการเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง - **การประกาศ (วรรค 3):** - คณะกรรมการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งใน**ราชกิจจานุเบกษา** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่ใช้ในการคัดเลือก - [มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md) — คณะกรรมการสรรหา — เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **บทบาทของ 3 องค์กรในกระบวนการสรรหา:** 1. **คณะกรรมการสรรหา** ([มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md)) — คัดเลือก 2. **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) — แต่งตั้ง + ประกาศ 3. **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — เป็นผลลัพธ์ - **กลไกถ่วงดุล:** ผู้คัดเลือก ≠ ผู้แต่งตั้ง — ลดความเสี่ยงผูกขาดในการเลือกบุคคล - **หลัก "เท่ากับจำนวน":** ไม่ใช่การส่งรายชื่อหลายคนให้เลือก — คณะกรรมการสรรหาต้องส่งรายชื่อตรงตามจำนวนที่จะแต่งตั้ง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงไม่มีดุลพินิจปฏิเสธรายชื่อใดเป็นรายบุคคลในขั้นตอนนี้ (ต่างจากระบบที่ส่งรายชื่อ 2-3 คนต่อ 1 ตำแหน่งให้ผู้แต่งตั้งคัดเลือกเอง) - **ความยินยอมเป็นเงื่อนไขเริ่มต้น:** ต่างจากการเสนอชื่อแบบ "ลับ" — มาตรานี้กำหนดให้ผู้ถูกเสนอต้องยินยอม **ก่อน**คัดเลือก - **ราชกิจจานุเบกษา = การประกาศตำแหน่ง:** การแต่งตั้งจะมีผลทางกฎหมายต่อบุคคลภายนอกเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา (เป็นกฎเกณฑ์ทั่วไปของการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรของรัฐ) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/50.md ============================================================ โนด: มาตรา 51 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/51.md # มาตรา 51 ## ตัวบท > มาตรา 51 ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี > > เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ > > ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **วาระ 4 ปี** สำหรับประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) โดยมีกลไก **อยู่รักษาการต่อ** จนกว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ (ต้องแต่งตั้งใหม่ภายใน 60 วัน) และ**จำกัดไม่เกิน 2 วาระ** เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ ## องค์ประกอบสำคัญ - **วาระ 4 ปี (วรรค 1):** ประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี - **กลไกการเปลี่ยนผ่านเมื่อครบวาระ (วรรค 2):** - ต้องแต่งตั้งคนใหม่**ภายใน 60 วัน** หลังครบวาระ - ระหว่างรอผู้ใหม่: ผู้ที่พ้นวาระ**อยู่รักษาการต่อ** จนกว่าผู้ใหม่จะเข้ารับหน้าที่ - ป้องกัน**ช่องว่างของอำนาจ**ในการกำกับสำนักงาน - **จำกัด 2 วาระ (วรรค 3):** - ผู้พ้นวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ — แต่ห้ามเกิน **2 วาระ** (สูงสุด 8 ปี) - หลักการป้องกันการผูกขาดอำนาจในระยะยาว ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — กรรมการประเภทที่อยู่ภายใต้วาระตามมาตรานี้ - [มาตรา 50](https://link.pdpalawbase.com/section/50.md) — วิธีการแต่งตั้ง — กระบวนการที่ใช้ในการสรรหาและแต่งตั้งใหม่ในวรรค 2 ## หมายเหตุ - **ขอบเขตของมาตรานี้:** ใช้กับ **ประธาน + กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ** ของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (1) และ (2)) เท่านั้น — ไม่ใช้กับ **กรรมการโดยตำแหน่ง** (ปลัดกระทรวงดิจิทัล + เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองฯ) ซึ่งดำรงตำแหน่งตราบที่ยังเป็นผู้ดำรงตำแหน่งราชการนั้น - **เปรียบเทียบกับคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 15](https://link.pdpalawbase.com/section/15.md)):** - ประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็มีวาระ 4 ปี + ห้ามเกิน 2 วาระ เช่นกัน — สอดคล้องกัน - **กลไกผู้รักษาการ (วรรค 2):** - ลักษณะ: รักษาการเฉพาะการดำเนินงาน "ปกติ" — ป้องกันสภาวะที่คณะกรรมการตัดสินใจไม่ได้ - ความเสี่ยง: ถ้าการแต่งตั้งใหม่ล่าช้าเกินสมควร อำนาจในมือผู้รักษาการอาจขยายโดยพฤติการณ์ — มาตรานี้กำหนด 60 วันเป็นกรอบเวลาเร่งให้แต่งตั้ง (แต่ไม่ได้บังคับเด็ดขาดให้ต้องเสร็จภายใน 60 วัน) - **เปรียบเทียบ "วาระ" กับ "ก่อนวาระ":** [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) = ครบวาระ; [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md) = พ้นจากตำแหน่ง**ก่อน**วาระ (เสียชีวิต ลาออก ขาดคุณสมบัติ ฯลฯ) - **2 วาระ = สูงสุด 8 ปี:** หลังครบ 8 ปี ผู้นั้นจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งเดียวกันได้อีก แต่ไม่ได้ห้ามดำรงตำแหน่งอื่นในองค์กร (เช่น เปลี่ยนจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นเลขาธิการ ถ้ามีคุณสมบัติครบตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/51.md ============================================================ โนด: มาตรา 52 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/52.md # มาตรา 52 ## ตัวบท > มาตรา 52 ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม[มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว > > ให้ดำเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระของประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ## สรุป มาตรานี้กำหนดกลไกเมื่อ **ประธานหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ** — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ทำงานต่อด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ถ้า**ประธาน**พ้นวาระ → **ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม** ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว ต้องแต่งตั้งคนใหม่**ภายใน 60 วัน** ผู้ที่แต่งตั้งใหม่อยู่ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลือของผู้ที่ตนแทน เว้นแต่**วาระเหลือน้อยกว่า 90 วัน** จะไม่แต่งตั้งแทนก็ได้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **กรณีกรรมการ (ไม่ใช่ประธาน) พ้นวาระ:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงานทำงานต่อด้วยกรรมการ**เท่าที่มีอยู่** จนกว่าจะแต่งตั้งคนแทน - **กรณีประธาน พ้นวาระก่อนกำหนด:** - **ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม** ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว - หมายเหตุ: ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็น**กรรมการโดยตำแหน่ง**อยู่แล้วใน [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (3) — มาตรานี้ยกระดับให้เป็นประธานชั่วคราวเพิ่มเติม - **กำหนดเวลาแต่งตั้งใหม่ (วรรค 2):** - **ภายใน 60 วัน** นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง - **วาระของผู้ที่แต่งตั้งใหม่:** - อยู่ใน**วาระที่เหลือ**ของผู้ซึ่งตนแทน (ไม่ใช่ 4 ปีใหม่) - หลักการ "อยู่ตามวาระเดิมที่เหลือ" — ป้องกันการขยายวาระโดยพฤติการณ์ - **ข้อยกเว้น 90 วัน:** - ถ้าวาระเหลือ**น้อยกว่า 90 วัน** → **ไม่ต้องแต่งตั้ง**ก็ได้ - หลักการได้สัดส่วน — หลีกเลี่ยงต้นทุนกระบวนการสรรหาที่ไม่คุ้มกับเวลาดำรงตำแหน่งสั้น ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — โครงสร้างองค์กรที่อยู่ภายใต้กลไกของมาตรานี้ - [มาตรา 50](https://link.pdpalawbase.com/section/50.md) — วิธีการแต่งตั้ง — กระบวนการที่ใช้แต่งตั้งคนแทนในวรรค 2 - [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) — วาระ 4 ปี — [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md) เป็นกลไกพ้น**ก่อน**วาระ ส่วน [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) เป็นกลไกพ้น**ตาม**วาระ ## หมายเหตุ - **ความแตกต่างระหว่าง [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) และ [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md):** - [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) วรรคสอง: พ้นตามวาระ → ผู้พ้นรักษาการต่อจนคนใหม่เข้ารับหน้าที่ - [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md) วรรคหนึ่ง: พ้นก่อนวาระ → คณะกรรมการทำงานต่อด้วยจำนวนเท่าที่มีอยู่ + ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่ประธานถ้าจำเป็น (ผู้พ้นไม่รักษาการ — เพราะอาจพ้นเพราะขาดคุณสมบัติ ทุพพลภาพ ฯลฯ) - **ทำไมเป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ:** - กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นกระทรวงต้นสังกัดที่ดูแลภารกิจคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเชิงนโยบาย — ปลัดเป็นข้าราชการระดับสูงที่ใกล้ชิดกับงานนี้ - กรรมการโดยตำแหน่งอีกคน (เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองฯ) เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการกำกับ — จึงเป็นไปไม่ได้ในเชิงโครงสร้างที่จะให้กำกับตนเอง - **เกณฑ์ "ไม่ถึง 90 วัน" + "ภายใน 60 วัน":** - ถ้าวาระเหลือ 91-150 วัน → ต้องแต่งตั้งแทนภายใน 60 วัน + ผู้ที่แต่งตั้งใหม่อาจอยู่ตำแหน่งเพียง 31-90 วัน - ถ้าวาระเหลือ ≤90 วัน → อาจปล่อยตำแหน่งว่างไปจนครบวาระ - **ความหมายของ "เท่าที่มีอยู่":** องค์ประชุม ([มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md)) คำนวณจาก**กรรมการที่มีอยู่จริง** ไม่ใช่จำนวนเต็มของคณะกรรมการ — กรรมการที่เหลือยังตัดสินใจในกิจการของสำนักงานต่อได้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/52.md ============================================================ โนด: มาตรา 53 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/53.md # มาตรา 53 ## ตัวบท > มาตรา 53 การประชุมคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม > > ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม > > การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด > > กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่มีการพิจารณาจะเข้าร่วมประชุมมิได้ > > การประชุมของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่คณะกรรมการกำหนดก็ได้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กฎการประชุม** ของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)): องค์ประชุม **ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง** ของจำนวนกรรมการที่มีอยู่; ประธานในที่ประชุม = ประธานกรรมการ (หรือเลือกกันเองถ้าประธานไม่มา); วินิจฉัยด้วย **เสียงข้างมาก** + ประธานมี **เสียงชี้ขาด** เมื่อเสียงเท่ากัน; กรรมการที่ **มีส่วนได้เสีย** ห้ามเข้าร่วม; ประชุม **ทางอิเล็กทรอนิกส์** ได้ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) กำหนด ## องค์ประกอบสำคัญ - **องค์ประชุม (วรรค 1):** ไม่น้อยกว่า**กึ่งหนึ่ง**ของกรรมการที่มีอยู่ (เช่น ถ้ามีกรรมการ 6 คน → ต้องมาอย่างน้อย 3 คน) - ฐานคำนวณ = "ที่มีอยู่" — ไม่ใช่จำนวนเต็มตามกฎหมาย → ถ้าตำแหน่งว่าง องค์ประชุมก็ลดตามจริง - **ประธานในที่ประชุม (วรรค 2):** - ปกติ = ประธานกรรมการ ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (1)) - กรณีประธานไม่มา/ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ → กรรมการที่มาประชุม**เลือกกันเอง**ให้คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะคราว - **การวินิจฉัย (วรรค 3):** - **เสียงข้างมาก** - **กรรมการ 1 คน = 1 เสียง** - กรณีเสียงเท่า → **ประธานออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด** - **ห้ามผู้มีส่วนได้เสียเข้าประชุม (วรรค 4):** - กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่จะพิจารณา**ห้ามเข้าร่วมประชุม** - ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน - **การประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ (วรรค 5):** - ทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) กำหนด ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — เป็นองค์กรที่ใช้กฎการประชุมตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **[มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) ใช้กับ "คณะกรรมการกำกับสำนักงาน" เท่านั้น** — ไม่ใช่ **"คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ที่มีกฎการประชุมแยกใน [มาตรา 13](https://link.pdpalawbase.com/section/13.md) - **ใช้บังคับโดยอนุโลมกับคณะอนุกรรมการ:** [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) วรรคท้าย กำหนดให้นำ [มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) มาใช้กับการประชุมของคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานแต่งตั้งด้วย - **เหตุผลของกลไกเสียงชี้ขาดของประธาน:** - คณะกรรมการกำกับมีกรรมการ 6 คน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — เลขคู่ → เสียงเท่ากันได้ในทางคณิตศาสตร์ - กลไกนี้ป้องกันสภาวะที่ที่ประชุมตัดสินใจไม่ได้ - **"ส่วนได้เสีย" — ตัวอย่างที่ควรงดเข้าร่วม:** - กรรมการที่เป็นที่ปรึกษา/ผู้บริหารของบริษัทที่อยู่ในการพิจารณาออกข้อบังคับเฉพาะกลุ่ม - กรรมการที่ครอบครัวมีผลประโยชน์ในการอนุมัติงบประมาณรายการใดรายการหนึ่ง - กรรมการที่เป็นผู้ถูกร้องเรียนในเรื่องที่พิจารณา - **การประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์:** - หลักการรองรับการประชุมระยะไกล (โดยเฉพาะหลังโควิด-19) — แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อรักษามาตรฐาน (เช่น การยืนยันตัวตน การบันทึกการประชุม การคุ้มครองข้อมูลที่หารือกัน) - **องค์ประชุม "ที่มีอยู่" vs "ตามกฎหมาย":** ถ้าคณะกรรมการกำกับมีตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่ง (5 คนจาก 6) → องค์ประชุม = 3 คน (กึ่งหนึ่งของ 5) ไม่ใช่ 3 คน (กึ่งหนึ่งของ 6) — กลไกนี้ทำให้คณะกรรมการ**ทำงานต่อได้**แม้มีตำแหน่งว่าง (สอดคล้องกับ [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md) วรรค 1) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/53.md ============================================================ โนด: มาตรา 54 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/54.md # มาตรา 54 ## ตัวบท > มาตรา 54 คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน > > (2) ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดองค์กร การเงิน การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป การตรวจสอบภายใน รวมตลอดทั้งการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ ของสำนักงาน > > (3) อนุมัติแผนการดำเนินงาน แผนการใช้จ่ายเงินและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน > > (4) ควบคุมการบริหารงานและการดำเนินการของสำนักงานและเลขาธิการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง > > (5) แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ > > (6) วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของเลขาธิการในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงาน > > (7) ประเมินผลการดำเนินการของสำนักงาน และการปฏิบัติงานของเลขาธิการ > > (8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามที่คณะกรรมการหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย > > ข้อบังคับตาม (2) ถ้ามีการจำกัดอำนาจเลขาธิการในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอก ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ## สรุป มาตรานี้เป็น **บทบัญญัติสำคัญที่กำหนดบทบาทของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลการบริหารของ**สำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) — มี 8 หน้าที่/อำนาจ: กำหนดนโยบาย, ออกข้อบังคับภายใน, อนุมัติงบประมาณ, ควบคุมการบริหาร, แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ, วินิจฉัยอุทธรณ์, ประเมินผล, และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) กำหนดนโยบายและให้ความเห็นชอบแผน:** - กำหนด**นโยบายการบริหารงาน** ของสำนักงาน - ให้ความเห็นชอบ**แผนการดำเนินงาน** (เลขาธิการเป็นผู้จัดทำ ตาม [มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (1)) - **(2) ออกข้อบังคับภายใน:** - การจัดองค์กร, การเงิน, **การบริหารงานบุคคล** (ที่ต่างจากระเบียบราชการพลเรือน), การบริหารงานทั่วไป, การตรวจสอบภายใน, การสงเคราะห์/สวัสดิการ - หมายเหตุ: ข้อบังคับเหล่านี้ใช้ภายในสำนักงาน — ไม่ใช่ข้อบังคับที่บังคับใช้กับเอกชนภายนอก (อันนั้นเป็นอำนาจของ**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ตาม [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)) - **(3) อนุมัติงบประมาณประจำปี:** แผนการดำเนินงาน + แผนใช้จ่ายเงิน + งบประมาณรายจ่ายประจำปี - **(4) ควบคุมการดำเนินการของสำนักงานและเลขาธิการ:** - ให้เป็นไปตาม พรบ. นี้ + กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง - หลักการกำกับดูแล — เลขาธิการเป็นผู้บริหาร แต่คณะกรรมการกำกับเป็นผู้กำกับ - **(5) แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ:** กระบวนการสรรหาเลขาธิการเริ่มที่นี่ (ผลลัพธ์ = แต่งตั้งเลขาธิการตาม [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)) - **(6) วินิจฉัยอุทธรณ์:** - อุทธรณ์**คำสั่งทางปกครอง**ของเลขาธิการ - **เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงาน** (เช่น คำสั่งบุคคลภายในสำนักงาน คำสั่งจัดซื้อจัดจ้าง) - **ไม่ใช่**อุทธรณ์ในเรื่องการบังคับใช้ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอก - **(7) ประเมินผล:** - การดำเนินการของสำนักงานในภาพรวม - การปฏิบัติงานของเลขาธิการเป็นรายบุคคล - **(8) อื่น ๆ:** หน้าที่ที่ พรบ. นี้ + กฎหมายอื่นกำหนด หรือที่**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) / **คณะรัฐมนตรี** มอบหมาย - **ข้อจำกัดในการทำนิติกรรม (วรรคท้าย):** - ถ้าข้อบังคับตาม (2) **จำกัดอำนาจเลขาธิการ**ในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอก - ต้อง**ประกาศในราชกิจจานุเบกษา** — เพื่อให้บุคคลภายนอกรู้ขอบเขตอำนาจของเลขาธิการ (รับผิดชอบสาธารณะ) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับตามมาตรานี้ - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้ใช้อำนาจตามมาตรานี้ - [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) — คณะอนุกรรมการ — กลไกที่คณะกรรมการกำกับใช้แบ่งงานเฉพาะด้าน - [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) — เลขาธิการ — ผู้ถูกกำกับ/ประเมินตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบบทบาท: คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล vs คณะกรรมการกำกับสำนักงาน:** - **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md), [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)): กำกับ**การบังคับใช้กฎหมายต่อสาธารณะ** — ออกประกาศ ออกหลักเกณฑ์ ลงโทษทางปกครอง - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** (มาตรานี้): กำกับ**การบริหารภายในของสำนักงาน** — งบประมาณ บุคคล นโยบายการดำเนินงาน - **โครงสร้างของระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล:** สำนักงาน ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) เป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่**ฝ่ายปฏิบัติการ** — มีคณะกรรมการกำกับสำนักงานเป็น "บอร์ดบริหารองค์กร" + คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็น "ผู้กำกับนโยบายและกำหนดมาตรฐาน" - **(2) "ข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล":** ทำให้สำนักงานมีระบบบุคลากรแยกจากระบบราชการพลเรือนทั่วไป — สอดคล้องกับ [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสอง ที่กำหนดให้สำนักงานเป็น**หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล** (ไม่เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน) - **(6) "อุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง":** - ฐาน: พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 - กลไก: ผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของเลขาธิการ → อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน → คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกำกับเป็นที่สุดในชั้นปกครองภายใน + อาจฟ้องศาลปกครองต่อได้ - **วรรคท้าย "ประกาศในราชกิจจานุเบกษา":** - หลักการแจ้งสาธารณะให้ทราบทั่วกัน — บุคคลภายนอกที่จะเข้าทำนิติกรรมกับสำนักงานต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าเลขาธิการมีอำนาจทำนิติกรรมประเภทใดได้บ้าง - ป้องกันข้อพิพาทเรื่องอำนาจในภายหลัง (ผู้ทำนิติกรรมโดยสุจริตได้รับการคุ้มครอง) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/54.md ============================================================ โนด: มาตรา 55 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/55.md # มาตรา 55 ## ตัวบท > มาตรา 55 คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมอบหมายได้ > > คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ > > การปฏิบัติหน้าที่และจำนวนของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด > > การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำความใน[มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้ให้อำนาจ**คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) แต่งตั้ง 2 ประเภทของกลไกสนับสนุน: (1) **คณะอนุกรรมการ** เพื่อทำงานเฉพาะเรื่องตามมอบหมาย; (2) **ที่ปรึกษา** ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ — โดยจำนวนและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำกฎการประชุมตาม [มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ## องค์ประกอบสำคัญ - **คณะอนุกรรมการ (วรรค 1):** - ผู้แต่งตั้ง: คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) - บทบาท: ปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการ**ตามที่ได้รับมอบหมาย** - มีจำนวนและขอบเขตงานตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด - **ที่ปรึกษา (วรรค 2):** - ผู้แต่งตั้ง: คณะกรรมการกำกับสำนักงาน - คุณสมบัติ: บุคคล**ผู้มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์** ที่เป็นประโยชน์ - บทบาท: ให้คำปรึกษา (ไม่มีอำนาจวินิจฉัยหรือตัดสินใจแทนกรรมการ) - **การปฏิบัติหน้าที่และจำนวน (วรรค 3):** - ทั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา → ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด - หลักการ: คณะกรรมการกำกับสำนักงานมีดุลพินิจกำหนดได้ตามภารกิจ - **การประชุมโดยอนุโลม (วรรค 4):** - คณะอนุกรรมการใช้กฎตาม [มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) (องค์ประชุมกึ่งหนึ่ง / ประธาน / เสียงข้างมาก / เสียงชี้ขาดของประธานเมื่อเสียงเท่า / ห้ามผู้มีส่วนได้เสีย / อิเล็กทรอนิกส์ได้) - คำว่า "**โดยอนุโลม**" — ปรับใช้ตามบริบท แต่ไม่จำเป็นต้องตรงทุกตัวอักษร ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ/ที่ปรึกษาตามมาตรานี้ - [มาตรา 53](https://link.pdpalawbase.com/section/53.md) — กฎการประชุมคณะกรรมการกำกับ — นำมาใช้กับคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ## หมายเหตุ - **คณะอนุกรรมการ vs ที่ปรึกษา — ความแตกต่าง:** - **คณะอนุกรรมการ:** มีอำนาจปฏิบัติงาน (ตามที่ได้รับมอบหมาย) — มีองค์ประชุม + ลงมติได้ - **ที่ปรึกษา:** ให้คำปรึกษาเท่านั้น — ไม่มีอำนาจตัดสินใจ; อาจเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับเพื่อให้ข้อมูลแต่ไม่มีสิทธิออกเสียง - **บทบัญญัติคล้ายกันใน [มาตรา 14](https://link.pdpalawbase.com/section/14.md):** คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก็แต่งตั้งคณะอนุกรรมการได้ — [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) เป็นกลไกคล้ายกันสำหรับคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **กรณีตัวอย่างของคณะอนุกรรมการ:** อาจใช้สำหรับ - การพิจารณาอุทธรณ์ตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (6) ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ - การตรวจสอบการใช้งบประมาณภายใน - การประเมินผลเลขาธิการตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (7) + [มาตรา 61](https://link.pdpalawbase.com/section/61.md) - **ค่าตอบแทนของคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา:** กำหนดใน [มาตรา 56](https://link.pdpalawbase.com/section/56.md) (เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง) - **"โดยอนุโลม" ในวรรค 4:** ตัวอย่างที่ต้องปรับ — ถ้าคณะอนุกรรมการมีจำนวนน้อย (เช่น 3 คน) → องค์ประชุม "กึ่งหนึ่ง" = 2 คน (ปัดขึ้นโดยพฤติการณ์); หรือถ้าหัวข้อเฉพาะที่มีบุคคลภายนอกร่วมเป็นที่ปรึกษา → กฎห้ามมีส่วนได้เสียยิ่งสำคัญ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/55.md ============================================================ โนด: มาตรา 56 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/56.md # มาตรา 56 ## ตัวบท > มาตรา 56 ให้ประธานกรรมการและกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้ง ได้รับเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ## สรุป มาตรานี้กำหนด **เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทน** สำหรับ 4 กลุ่ม: (1) ประธานคณะกรรมการกำกับสำนักงาน, (2) กรรมการกำกับสำนักงาน, (3) ที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับสำนักงาน, (4) ประธานและอนุกรรมการที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานแต่งตั้ง — ตามหลักเกณฑ์ที่ **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) กำหนด **โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง** ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้มีสิทธิได้รับ (4 กลุ่ม):** 1. **ประธานกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (1)) 2. **กรรมการกำกับสำนักงาน** (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ + กรรมการโดยตำแหน่ง) 3. **ที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) วรรคสอง) 4. **ประธานคณะอนุกรรมการ + อนุกรรมการ** ที่แต่งตั้งตาม [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) วรรคหนึ่ง - **ผู้กำหนดหลักเกณฑ์:** **คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) — ไม่ใช่คณะกรรมการกำกับสำนักงานเอง (ป้องกันการกำหนดค่าตอบแทนของตนเอง) - **เงื่อนไขเพิ่มเติม:** ต้องได้รับ**ความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง** — ฐานทางคลัง ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — ผู้กำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทน - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้ได้รับเบี้ยประชุม - [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md) — คณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา — ผู้ได้รับเบี้ยประชุม ## หมายเหตุ - **กลไกถ่วงดุลในการกำหนดค่าตอบแทน:** - ผู้กำหนดหลักเกณฑ์ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ≠ ผู้รับ (กำกับสำนักงาน) — ป้องกันการขึ้นเบี้ยตนเอง - ความเห็นชอบของ**กระทรวงการคลัง** — ป้องกันการตั้งค่าตอบแทนสูงเกินมาตรฐานราชการ - **เปรียบเทียบกับเลขาธิการ:** เลขาธิการมี**อัตราเงินเดือน/ผลตอบแทน**แยกต่างหากตาม [มาตรา 65](https://link.pdpalawbase.com/section/65.md) — ไม่ได้รับเบี้ยประชุมตามมาตรานี้ - **ข้อสังเกต — ที่มาของเงิน:** เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทนจ่ายจากเงินของสำนักงาน — ขณะที่สำนักงานต้องนำส่งรายได้เข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดินตาม [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) วรรคสอง → จึงพึ่งเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตาม [มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md) (1) เป็นหลัก ทำให้การกำหนดค่าตอบแทนต้องสมดุลกับเงินอุดหนุนที่ได้รับจริง - **กรณีที่ไม่ได้รับ:** - **กรรมการโดยตำแหน่ง** (ปลัดกระทรวงดิจิทัล + เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (3)) อาจได้รับเบี้ยประชุมหรือไม่ขึ้นกับหลักเกณฑ์ — ในทางปฏิบัติทั่วไป ข้าราชการประจำที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งอาจมีข้อจำกัดเรื่องการรับเบี้ยประชุมตามระเบียบกระทรวงการคลัง - **กรรมการสรรหา** ตาม [มาตรา 49](https://link.pdpalawbase.com/section/49.md) **ไม่ได้กล่าวถึงใน [มาตรา 56](https://link.pdpalawbase.com/section/56.md)** — ถ้าจะให้เบี้ยประชุม ต้องอาศัยกลไกอื่นหรือหลักเกณฑ์ทั่วไปของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อสังเกต: อาจเป็นช่องว่างของกฎหมาย) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/56.md ============================================================ โนด: มาตรา 57 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/57.md # มาตรา 57 ## ตัวบท > มาตรา 57 ให้สำนักงานมีเลขาธิการคนหนึ่งซึ่งคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้ง มีหน้าที่บริหารกิจการของสำนักงาน > > การแต่งตั้งเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ## สรุป มาตรานี้จัดตั้งตำแหน่ง **เลขาธิการ** เป็น**ผู้บริหารกิจการของสำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) — มีคนเดียวต่อสำนักงาน แต่งตั้งโดย**คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนดเอง ## องค์ประกอบสำคัญ - **เลขาธิการมีคนเดียว:** "**เลขาธิการคนหนึ่ง**" — ไม่ใช่ตำแหน่งหลายคน - **บทบาท:** **บริหารกิจการของสำนักงาน** — ผู้บริหารสูงสุดในเชิงปฏิบัติงาน - **ผู้แต่งตั้ง:** คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — สอดคล้องกับ [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (5) ที่ให้อำนาจแต่งตั้ง**คณะกรรมการสรรหา**เลขาธิการ - **หลักเกณฑ์การสรรหา:** - กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับสำนักงานเอง - ไม่ได้อยู่ในตัวบทของพระราชบัญญัติ — เปิดให้คณะกรรมการกำกับฯ มีดุลพินิจในการออกระเบียบ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่เลขาธิการเป็นผู้บริหาร - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้แต่งตั้งและกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — มี (5) แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ + (4) ควบคุมการดำเนินการของเลขาธิการ + (7) ประเมินผลเลขาธิการ ## หมายเหตุ - **โครงสร้างการบริหารของสำนักงาน — 2 ระดับ:** - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — ระดับนโยบายและกำกับดูแล - **เลขาธิการ** (มาตรานี้) — ระดับปฏิบัติการและบริหารกิจการ - **เปรียบเทียบ "เลขาธิการ" 2 คนใน พรบ. นี้:** - **เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** = **เลขาธิการของสำนักงาน** (มาตรานี้) — เป็นผู้เดียวกัน คนละตำแหน่งกับเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองฯ - กรณีที่อยู่ใน [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) วรรคหนึ่ง (3) — เลขาธิการเป็น**กรรมการโดยตำแหน่ง**ในคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - แต่ใน [มาตรา 12](https://link.pdpalawbase.com/section/12.md) เลขาธิการก็เป็น**เลขานุการของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) — รับสองบทบาทในคนเดียวกัน - **ความสัมพันธ์ของอำนาจ:** - เลขาธิการ = ผู้บริหาร — แต่อยู่ภายใต้การควบคุม/กำกับของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (4)) - เลขาธิการมีอำนาจตาม [มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (รายละเอียดหน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ) - คำสั่งทางปกครองของเลขาธิการอาจถูกอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับ ตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (6) - **ทำไมหลักเกณฑ์การสรรหาไม่อยู่ในพระราชบัญญัติ:** - เปิดให้ปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทของสำนักงานในแต่ละยุค (ผู้สมัครที่เหมาะสม / มาตรฐานการสรรหาที่เปลี่ยนแปลง) - แต่คุณสมบัติพื้นฐาน + ลักษณะต้องห้ามถูกกำหนดในพระราชบัญญัติแล้ว ([มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) + [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/57.md ============================================================ โนด: มาตรา 58 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/58.md # มาตรา 58 ## ตัวบท > มาตรา 58 ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ > > (1) มีสัญชาติไทย > > (2) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีแต่ไม่เกินหกสิบปี > > (3) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวกับภารกิจของสำนักงานและการบริหารจัดการ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **คุณสมบัติพื้นฐาน** ของผู้ที่จะแต่งตั้งเป็น**เลขาธิการ** ([มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)): (1) **สัญชาติไทย**, (2) **อายุ 35-60 ปี**, (3) **ความรู้ + ความสามารถ + ประสบการณ์** ทั้งในด้านภารกิจของสำนักงาน (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และด้านการบริหารจัดการ ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) สัญชาติไทย:** - ต้องเป็น**คนไทยโดยสัญชาติ** — ตำแหน่งบริหารหน่วยงานของรัฐ - **(2) อายุ 35-60 ปี:** - **ขั้นต่ำ 35 ปี** — เพื่อให้มีประสบการณ์เพียงพอ - **ไม่เกิน 60 ปี** ณ วันแต่งตั้ง — เกี่ยวข้องกับวาระ 4 ปีของเลขาธิการ ([มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md)) → อายุสูงสุดที่จะอยู่ในตำแหน่งครบวาระ = 64 ปี - **(3) ความรู้/ความสามารถ/ประสบการณ์ — 2 ด้าน:** - **ภารกิจของสำนักงาน** — ความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหางานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - **การบริหารจัดการ** — ความสามารถในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) — เลขาธิการ — ตำแหน่งที่อยู่ภายใต้คุณสมบัติของมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบกับลักษณะต้องห้าม:** [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) = คุณสมบัติเชิงบวก (ต้องมี); [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) = ลักษณะต้องห้าม (ต้องไม่มี) — ผู้สมัครต้องผ่านทั้ง 2 ด่าน - **ไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษา:** - ไม่ระบุระดับปริญญา (ตรี/โท/เอก) — เปิดให้คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนดในหลักเกณฑ์การสรรหาตาม [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) วรรคสอง - หลัก: "**ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์**" — เน้นที่เนื้อหา ไม่ใช่ใบปริญญา - **เพดานอายุ 60 ปี — ผลในทางปฏิบัติ:** - ผู้มีอายุ 56-60 ปี ณ วันแต่งตั้ง → อยู่ครบวาระ 4 ปีอาจอายุเกิน 60 ปี (ถึง 64 ปี) — แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะ 60 ปีคือเพดาน "ณ วันแต่งตั้ง" ไม่ใช่ "ระหว่างดำรงตำแหน่ง" - ผู้มีอายุเกิน 60 ปี → ไม่สามารถสมัครได้ แม้จะมีประสบการณ์มากก็ตาม - **"ภารกิจของสำนักงาน" เป็นหลักการกว้าง:** - การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเชิงเทคนิค (ทั้งด้านกฎหมาย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล) - การกำกับดูแลภาคเอกชน - การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเรื่องการส่งข้อมูลข้ามพรมแดน - **การบริหารจัดการ** เป็นด้านที่สอง — สะท้อนว่าตำแหน่งนี้ไม่ใช่นักวิชาการเฉย ๆ แต่ต้องเป็นผู้บริหารองค์กรได้ - **ไม่ห้ามถือสัญชาติคู่:** ตัวบทใช้คำว่า "**มีสัญชาติไทย**" — ไม่ได้ห้ามมีสัญชาติอื่นร่วมด้วย ต่างจากบางตำแหน่งของรัฐที่ห้ามถือสัญชาติอื่น ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/58.md ============================================================ โนด: มาตรา 59 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/59.md # มาตรา 59 ## ตัวบท > มาตรา 59 ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นเลขาธิการ > > (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต > > (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ > > (3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ > > (4) เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของราชการส่วนท้องถิ่น > > (5) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี > > (6) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี > > (7) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หรือออกจากงานจากหน่วยงานที่เคยปฏิบัติหน้าที่ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือเคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง > > (8) เคยถูกให้ออกเพราะไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตาม[มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4) > > (9) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ## สรุป มาตรานี้กำหนด **9 ลักษณะต้องห้าม** ของเลขาธิการ — ผู้สมัครต้อง**ไม่มี**ลักษณะใดเลย จึงจะมีสิทธิเข้ารับการแต่งตั้งตาม [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) ครอบคลุม: ความสามารถทางกฎหมาย (ล้มละลาย/ไร้ความสามารถ/เคยต้องโทษ), ความซ้อนตำแหน่ง (ข้าราชการประจำ/การเมือง/พรรคการเมือง), ประวัติด่างพร้อย (ถูกไล่ออก/ถูกถอดถอน/ไม่ผ่านประเมิน), และผลประโยชน์ทับซ้อน (มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน) ## องค์ประกอบสำคัญ - **กลุ่ม A — ความสามารถทางกฎหมายและประวัติอาญา:** - **(1) ล้มละลาย:** เป็นบุคคลล้มละลาย**ในปัจจุบัน** หรือ**เคย**ล้มละลายทุจริต (ถ้าเคยล้มละลาย "ปกติ" ที่พ้นแล้วไม่ใช่ทุจริต ไม่ห้าม) - **(2) ไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ:** บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - **(3) ต้องคำพิพากษาจำคุก:** - **คำพิพากษาถึงที่สุด** (ไม่ใช่ระหว่างอุทธรณ์/ฎีกา) - ห้ามแม้ไม่ได้รับโทษจริง (รอลงอาญา = ห้าม) - **ข้อยกเว้น:** ความผิดโดยประมาท + ความผิดลหุโทษ - **กลุ่ม B — ความซ้อนตำแหน่ง:** - **(4) ข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้างปัจจุบัน** ของรัฐ — ต้องลาออกจากตำแหน่งราชการก่อน (ดู [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) วรรคหนึ่ง สำหรับกลไกการยืมตัวชั่วคราวที่ต่างกัน) - **(5) นักการเมือง:** **เป็น** หรือ **เคยเป็น** (ภายใน 1 ปี) ข้าราชการการเมือง / สส / สว / สมาชิกสภาท้องถิ่น / ผู้บริหารท้องถิ่น - **(6) สมาชิก/เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง:** **เป็น** หรือ **เคยเป็น** (ภายใน 1 ปี) — เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการเมือง - **กลุ่ม C — ประวัติด่างพร้อย:** - **(7) ถูกไล่ออก/ปลดออก/ถูกถอดถอน:** เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วร้ายแรง — ใช้ได้ตลอดชีวิต (ไม่มีระยะเวลาฟื้นฟู) - **(8) ไม่ผ่านการประเมิน:** เคยถูกให้ออกตาม [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4) (ฐานเดียวกับเลขาธิการที่อยู่ในตำแหน่ง) - **กลุ่ม D — ผลประโยชน์ทับซ้อน:** - **(9) ส่วนได้เสีย:** ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน — **ทางตรง** (เป็นเจ้าของกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับ) หรือ **ทางอ้อม** (มีคู่สมรส/บุตร/หุ้น) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) — คุณสมบัติเลขาธิการ — มาตรานี้คู่กัน (คุณสมบัติเชิงบวก vs ลักษณะต้องห้าม) - [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) — การพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ — (4) เป็นฐานของ ม.59 (8) ## หมายเหตุ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md):** ผู้สมัครต้องผ่านทั้ง [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) (มี 3 คุณสมบัติเชิงบวก) **และไม่มี** 9 ลักษณะต้องห้ามใน [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) นี้ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md):** ลักษณะต้องห้ามใน [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) เป็นฐานให้พ้นจากตำแหน่งระหว่างดำรงตำแหน่งด้วย — [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (3) ระบุว่าหากเลขาธิการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ "ขาดคุณสมบัติตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md)" ให้พ้นจากตำแหน่ง - **(3) คำพิพากษาจำคุก — ขอบเขต:** - ครอบคลุม**ทุกฐานความผิดอาญา** ที่ต้องโทษจำคุก (ลักทรัพย์ ฉ้อโกง เมาแล้วขับที่ถึงโทษจำคุก ฯลฯ) - ข้อยกเว้น **"โดยประมาท"** เช่น ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย — ไม่ห้าม (เพราะไม่มีเจตนาทุจริต) - ข้อยกเว้น **"ลหุโทษ"** = โทษเล็กน้อย เช่น ส่งเสียงดังรบกวน ทิ้งขยะ — ไม่ห้าม - **(4) vs (5):** (4) ห้าม**ปัจจุบัน**ของข้าราชการ — ผู้สมัครที่เคยเป็นข้าราชการประจำที่ลาออกแล้วไม่ห้าม; (5) ห้าม**ทั้งปัจจุบันและเคยเป็น 1 ปี**ของนักการเมือง — เข้มงวดกว่า เพราะการเมืองมีความเสี่ยงต่อความเป็นกลางมากกว่า - **(6) ผู้สนับสนุนพรรค vs สมาชิกพรรค:** เน้นที่ "**กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่น**" + "**เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง**" — ดังนั้น สมาชิกพรรคทั่วไปที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในพรรค **ไม่ต้องห้าม** (ตัวบทแคบกว่าที่อาจคิด) - **(7) "ทุจริตต่อหน้าที่" vs "ประพฤติชั่วร้ายแรง":** 2 ฐานต่างกัน - **ทุจริตต่อหน้าที่** = ใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์ส่วนตัว - **ประพฤติชั่วร้ายแรง** = พฤติกรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงาน เช่น ล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายผู้อื่น - **(9) ส่วนได้เสีย — ขอบเขตกว้าง:** - "**กิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน**" หมายถึงกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับของ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูล) - **ทางตรง** = เป็นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ที่ปรึกษาของบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับ - **ทางอ้อม** = ครอบครัวใกล้ชิด (บิดา-มารดา-คู่สมรส-บุตร) มีส่วนได้เสียในลักษณะข้างต้น - แทบทุกบริษัทขนาดใหญ่ในไทยเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตาม พรบ. — เลขาธิการที่จะรับตำแหน่งจึงต้อง**สละผลประโยชน์** ในธุรกิจที่ตนถือหุ้นใหญ่ก่อน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/59.md ============================================================ โนด: มาตรา 60 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/60.md # มาตรา 60 ## ตัวบท > มาตรา 60 เลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ > > ก่อนครบกำหนดตามวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันแต่ไม่เกินหกสิบวัน หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อสรรหาเลขาธิการคนใหม่ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมไม่เกินสามคนต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้กำหนด **วาระเลขาธิการ 4 ปี** + **ห้ามเกิน 2 วาระ** + กลไกการสรรหาคนใหม่: **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ต้องแต่งตั้ง**คณะกรรมการสรรหา** ก่อนครบวาระ 30-60 วัน หรือ ภายใน 30 วันหลังพ้นก่อนวาระ → คณะกรรมการสรรหาเสนอ **รายชื่อไม่เกิน 3 คน** ต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงานเพื่อเลือก ## องค์ประกอบสำคัญ - **วาระ 4 ปี (วรรค 1):** ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี - **จำกัด 2 วาระ:** อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ — แต่ห้ามเกิน 2 วาระ (สูงสุด 8 ปี) - **กลไกการสรรหาคนใหม่ (วรรค 2):** - **กรอบเวลา:** - ก่อนครบวาระ: 30-60 วัน → ตั้งคณะกรรมการสรรหา - พ้นก่อนวาระ: ภายใน 30 วัน → ตั้งคณะกรรมการสรรหา - **ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา:** คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — สอดคล้องกับ [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (5) - **ผลลัพธ์ของคณะกรรมการสรรหา:** เสนอรายชื่อ**ไม่เกิน 3 คน** ต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ - [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) — เลขาธิการ — ตำแหน่งที่อยู่ภายใต้วาระตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบกระบวนการสรรหา 2 องค์กร:** - **กรรมการกำกับสำนักงานผู้ทรงคุณวุฒิ ([มาตรา 50](https://link.pdpalawbase.com/section/50.md)):** คณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อ**เท่ากับจำนวนที่จะแต่งตั้ง** — ผู้แต่งตั้งไม่มีดุลพินิจปฏิเสธรายบุคคล - **เลขาธิการ (มาตรานี้):** คณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อ**ไม่เกิน 3 คน** — คณะกรรมการกำกับสำนักงานเลือก**1 คนจาก 3 คน** (มีดุลพินิจ) - เหตุผล: เลขาธิการเป็นตำแหน่งบริหารคนเดียวที่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับ ([มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) วรรคท้าย) → ผู้แต่งตั้งควรเลือกได้ - **2 วาระ = สูงสุด 8 ปี:** หลังครบ 8 ปี ผู้นั้นจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งเลขาธิการได้อีก แต่ไม่ห้ามดำรงตำแหน่งอื่น (เช่น เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับสำนักงานตาม [มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md)) - **กรอบเวลา 30-60 วัน "ก่อนครบวาระ":** - **ขั้นต่ำ 30 วัน:** ป้องกันการรีบสรรหาในวินาทีสุดท้าย (ที่อาจไม่รอบคอบ) - **ขั้นสูง 60 วัน:** ป้องกันการสรรหาเร็วเกินไป (ที่อาจเกิด**ลดอำนาจ**ของเลขาธิการคนปัจจุบันก่อนหมดวาระ) - **กรณีเลขาธิการพ้นก่อนวาระ — ใครรักษาการ?:** - [มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md) ไม่ได้ระบุว่าใครรักษาการระหว่างที่สรรหาเลขาธิการคนใหม่ (ตรงข้ามกับ [มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md) ที่กรรมการกำกับสำนักงานครบวาระอยู่รักษาการต่อ และ [มาตรา 52](https://link.pdpalawbase.com/section/52.md) ที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว) - ในทางปฏิบัติ คณะกรรมการกำกับสำนักงานน่าจะอาศัย [มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (4) ที่ให้เลขาธิการแต่งตั้ง**รองเลขาธิการ** — รองเลขาธิการอาจรักษาการ (โดยอนุโลม) แต่ตัวบทไม่ชัดเจน - **"ไม่เกิน 3 คน":** ตัวบทใช้ "**ไม่เกิน**" ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาอาจเสนอ 1, 2 หรือ 3 คน — กรณีที่มีผู้สมัครเหมาะสมเพียง 1 คน ก็เสนอ 1 คนได้ (ไม่ต้องเติมให้ครบ 3) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/60.md ============================================================ โนด: มาตรา 61 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/61.md # มาตรา 61 ## ตัวบท > มาตรา 61 ในแต่ละปีให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระยะเวลาและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้มี **การประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการเป็นรายปี** — โดยระยะเวลาและวิธีการให้เป็นไปตามที่ **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) กำหนด ## องค์ประกอบสำคัญ - **ความถี่:** **ทุกปี** ("ในแต่ละปี") - **ผู้ถูกประเมิน:** เลขาธิการ - **ผู้กำหนดระยะเวลาและวิธีการ:** คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — สอดคล้องกับ [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (7) - **ผลของการประเมิน:** ตัวบทไม่ระบุไว้โดยตรง — แต่เชื่อมกับ [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4) ที่ให้คณะกรรมการกำกับสำนักงาน**ให้ออก**ได้ถ้าไม่ผ่านการประเมิน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้กำหนดระยะเวลาและวิธีการประเมิน - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — (7) ประเมินผลเลขาธิการ (มาตรานี้เสริม) - [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) — การพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ — (4) ผลของการไม่ผ่านการประเมิน ## หมายเหตุ - **การประเมินรายปี vs การประเมินตอนพ้นวาระ:** - [มาตรา 61](https://link.pdpalawbase.com/section/61.md) = ประเมิน**ทุกปี**ระหว่างดำรงตำแหน่ง - คณะกรรมการกำกับสำนักงานอาจใช้ผลการประเมินรายปีเป็นฐานในการพิจารณาแต่งตั้งใหม่ตอนครบวาระ ([มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md)) หรือการให้ออกก่อนวาระ ([มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4)) - **กลไกการประเมินที่อาจใช้:** ตัวบทไม่กำหนดวิธีการเฉพาะ — คณะกรรมการกำกับสำนักงานอาจใช้: - **ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์** ตามแผนการดำเนินงานที่ [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (3) อนุมัติ - **การประเมิน 360 องศา** จากผู้ใต้บังคับบัญชา/เพื่อนร่วมงาน/ผู้ถูกกำกับ - **การประเมินโดยบุคคลภายนอก** (เปรียบเทียบกับ [มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) วรรคสาม ที่ให้บุคคลภายนอกประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงาน) - **ความเสี่ยงของการประเมินที่ไม่ชัดเจน:** - ตัวบทเปิดให้คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนดวิธีการเอง → เปิดช่องให้ใช้การประเมินเป็น**เครื่องมือทางการเมือง**ในการให้เลขาธิการออกก่อนวาระตาม [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4) - การออกระเบียบประเมินที่**โปร่งใส โพ้นกาล** + **ใช้กับเลขาธิการทุกคนเหมือนกัน** จะลดความเสี่ยงนี้ - **เลขาธิการเป็นตำแหน่งเดียวที่ต้องประเมินทุกปีตามมาตราเฉพาะ:** กรรมการกำกับสำนักงานผู้ทรงคุณวุฒิที่มีวาระ 4 ปี ([มาตรา 51](https://link.pdpalawbase.com/section/51.md)) ไม่มีกลไกประเมินรายปีในตัวบทเฉพาะ — สะท้อนว่าเลขาธิการเป็น**ตำแหน่งบริหารปฏิบัติการ**ที่ต้องการการกำกับใกล้ชิดกว่า ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/61.md ============================================================ โนด: มาตรา 62 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/62.md # มาตรา 62 ## ตัวบท > มาตรา 62 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม[มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md) เลขาธิการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ > > (1) ตาย > > (2) ลาออก > > (3) ขาดคุณสมบัติตาม[มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม[มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) > > (4) คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ ## สรุป มาตรานี้กำหนด **4 เหตุที่ทำให้เลขาธิการพ้นจากตำแหน่ง** (เพิ่มเติมจากการพ้นตามวาระตาม [มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md)): (1) **ตาย**; (2) **ลาออก**; (3) **ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม** ตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) / [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md); (4) **ถูกคณะกรรมการกำกับสำนักงานให้ออก** เพราะไม่ผ่านประเมิน / ประพฤติเสื่อมเสีย / บกพร่อง-ไม่สุจริต / หย่อนความสามารถ ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) ตาย:** อัตโนมัติ — ไม่ต้องมีคำสั่งใด - **(2) ลาออก:** การลาออกของเลขาธิการ — ตัวบทไม่ระบุว่าต้องลาออกต่อใคร แต่ในทางปฏิบัติ ลาออกต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ในฐานะผู้แต่งตั้ง - **(3) ขาดคุณสมบัติ/มีลักษณะต้องห้าม:** - ขาดคุณสมบัติตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) — สัญชาติไทย / อายุ 35-60 / ความรู้-ความสามารถ-ประสบการณ์ - มีลักษณะต้องห้ามตาม [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) (9 ข้อ) — ล้มละลาย ไร้ความสามารถ ต้องโทษจำคุก ฯลฯ - **ระหว่างดำรงตำแหน่ง** ถ้าเกิดสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง → พ้นทันที (เช่น ถูกศาลพิพากษาจำคุกถึงที่สุด → พ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ) - **(4) ถูกให้ออก:** ผู้สั่ง = คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — มี 4 ฐาน: - **ไม่ผ่านการประเมิน** ([มาตรา 61](https://link.pdpalawbase.com/section/61.md)) - **ประพฤติเสื่อมเสีย** — พฤติกรรมส่วนตัวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ - **บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่** — ความบกพร่องในการทำหน้าที่ + ไม่ซื่อสัตย์ - **หย่อนความสามารถ** — ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดีพอ (อาจจากเจ็บป่วยเรื้อรัง เก่าแก่ ฯลฯ) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) — คุณสมบัติเลขาธิการ — (3) อ้างถึง - [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) — ลักษณะต้องห้ามเลขาธิการ — (3) อ้างถึง - [มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md) — วาระเลขาธิการ — มาตรานี้เริ่มด้วย "นอกจากการพ้นตามวาระตาม [มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md)" - [มาตรา 61](https://link.pdpalawbase.com/section/61.md) — การประเมินผล — (4) ใช้เป็นฐาน ## หมายเหตุ - **โครงสร้างของเส้นทางการพ้น 5 เส้นทาง (รวม [มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md)):** 1. **ครบวาระ** ([มาตรา 60](https://link.pdpalawbase.com/section/60.md) วรรค 1) — เกิดขึ้นเองตามวาระ 2. **ตาย** ([มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (1)) — เกิดขึ้นเองตามข้อเท็จจริง 3. **ลาออก** ((2)) — ตามความสมัครใจของเลขาธิการ 4. **ขาดคุณสมบัติ/มีลักษณะต้องห้าม** ((3)) — เกิดขึ้นเองเมื่อเข้าเงื่อนไข 5. **ถูกให้ออก** ((4)) — ขึ้นกับดุลพินิจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **(4) "ให้ออก" — กลไกป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด:** - ตัวบทไม่ระบุ**ขั้นตอน**ของการให้ออก — แต่เป็น**คำสั่งทางปกครอง** จึงต้อง: - ให้โอกาสเลขาธิการชี้แจงตามหลักความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณา - มีเหตุผลรองรับ - บันทึกในมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - เลขาธิการอาจอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการกำกับสำนักงานต่อ**ศาลปกครอง**ได้ - **(4) ผลถาวร:** [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) (8) ระบุว่าผู้ที่เคยถูกให้ออกตาม [มาตรา 62](https://link.pdpalawbase.com/section/62.md) (4) (เพราะไม่ผ่านการประเมิน) ถูกห้ามเป็นเลขาธิการในอนาคต — เป็นโทษเพิ่มเติมที่ติดตัว - **(3) "ขาดคุณสมบัติ" vs "ลักษณะต้องห้าม":** - **ขาดคุณสมบัติ** = สิ่งที่**ต้องมี**กลับไม่มี (เช่น สัญชาติไทย — กรณีที่สละสัญชาติไทยระหว่างดำรงตำแหน่ง) - **ลักษณะต้องห้าม** = สิ่งที่**ต้องไม่มี**กลับมี (เช่น ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ระหว่างดำรงตำแหน่ง) - **อายุ 60 ปี — ไม่ทำให้พ้นตำแหน่ง:** - [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) (2) กำหนดอายุ "**ไม่เกิน 60 ปี**" สำหรับ**ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้ง** — ไม่ใช่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ - ดังนั้น เลขาธิการที่อายุ 56-60 ปี ณ วันแต่งตั้ง อาจดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 64 ปี (ครบวาระ 4 ปี) → ไม่เป็นการขาดคุณสมบัติ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/62.md ============================================================ โนด: มาตรา 63 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/63.md # มาตรา 63 ## ตัวบท > มาตรา 63 ให้เลขาธิการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) บริหารงานของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของสำนักงาน และตามนโยบายและแผนระดับชาติ แผนยุทธศาสตร์ นโยบายของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการ และคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และระเบียบ ข้อบังคับหรือมติของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > (2) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย มติของคณะรัฐมนตรี และระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด > > (3) เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานตามระเบียบหรือข้อบังคับของสำนักงาน > > (4) แต่งตั้งรองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานของเลขาธิการตามที่เลขาธิการมอบหมาย > > (5) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงาน และลูกจ้างของสำนักงาน ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด > > (6) ปฏิบัติการอื่นใดตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศของคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล > > ให้เลขาธิการรับผิดชอบในการบริหารงานของสำนักงานขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้กำหนด **6 หน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ** + ระบุว่าเลขาธิการ**รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — ครอบคลุมงานบริหาร, การวางระเบียบภายใน, การบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับ, การแต่งตั้งรองเลขาธิการ, การบรรจุ-เลื่อน-ลงโทษพนักงาน, และงานอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานมอบหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) บริหารงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์:** - ตาม**ภารกิจของสำนักงาน** ([มาตรา 44](https://link.pdpalawbase.com/section/44.md)) - ตาม**นโยบายและแผนระดับชาติ + แผนยุทธศาสตร์** - ตาม**นโยบายของคณะรัฐมนตรี + คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) **+ คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) - **(2) วางระเบียบการดำเนินงานภายใน:** - **ขอบเขต:** ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย / มติ ครม. / ระเบียบและข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - หมายเหตุ: ระเบียบของเลขาธิการ ≠ ข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ระเบียบของเลขาธิการเป็น**ระเบียบภายใน** (เช่น คู่มือปฏิบัติงาน) ที่อยู่ใต้กรอบของข้อบังคับ - **(3) ผู้บังคับบัญชาและประเมินพนักงาน-ลูกจ้าง:** - เลขาธิการเป็น**ผู้บังคับบัญชา**ของพนักงานและลูกจ้างทั้งหมดของสำนักงาน - มีอำนาจ**ประเมินผลการปฏิบัติงาน**ของผู้ใต้บังคับบัญชา (สอดคล้องกับ (5) ที่ให้อำนาจลงโทษ) - **(4) แต่งตั้งรองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการ:** - **ผู้แต่งตั้ง:** เลขาธิการ - **ต้องได้รับความเห็นชอบ**จากคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — กลไกถ่วงดุล (เลขาธิการเลือก แต่คณะกรรมการกำกับฯ ตรวจสอบ) - บทบาท: ช่วยปฏิบัติงานตามที่เลขาธิการมอบหมาย - **(5) บริหารงานบุคคล (ครอบจักรวาล):** - **บรรจุ-แต่งตั้ง-เลื่อน-ลด-ตัดเงินเดือน/ค่าจ้าง-ลงโทษทางวินัย-ให้ออกจากตำแหน่ง** - ตามระเบียบ/ข้อบังคับที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด ([มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (2)) - **(6) ปฏิบัติการอื่น:** ตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **เส้นรับผิดชอบ (วรรคท้าย):** เลขาธิการรับผิดชอบ**ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** — ไม่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) แม้ว่าเลขาธิการจะเป็นเลขานุการของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 12](https://link.pdpalawbase.com/section/12.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่เลขาธิการบริหาร - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้บังคับบัญชาของเลขาธิการ - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — กำหนดข้อบังคับที่กรอบหน้าที่ของเลขาธิการ ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบบทบาท: เลขาธิการ vs คณะกรรมการกำกับสำนักงาน:** - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md)): **กำหนด**นโยบาย/อนุมัติงบประมาณ/ออกข้อบังคับ — ระดับ**ยุทธศาสตร์** - **เลขาธิการ** (มาตรานี้): **บริหาร**ตามนโยบาย/วางระเบียบภายใน/บังคับบัญชาพนักงาน — ระดับ**ปฏิบัติการ** - **(2) "ระเบียบของเลขาธิการ" — ขอบเขตที่จำกัด:** - ไม่ใช่ระเบียบที่บังคับใช้กับเอกชนภายนอก (อันนั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) - ไม่ใช่ข้อบังคับสำคัญ (อันนั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงานตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (2)) - เป็นเพียง**ระเบียบภายในเชิงปฏิบัติ** (เช่น ขั้นตอนการเบิกจ่าย คู่มือการประชุม รหัสจริยธรรมพนักงาน) - **(4) เปรียบเทียบกับการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ:** - **รองเลขาธิการ/ผู้ช่วยเลขาธิการ** (มาตรานี้): เลขาธิการแต่งตั้ง + คณะกรรมการกำกับสำนักงานเห็นชอบ - **คณะอนุกรรมการ** ([มาตรา 55](https://link.pdpalawbase.com/section/55.md)): คณะกรรมการกำกับสำนักงานแต่งตั้งโดยตรง - ความแตกต่าง: รองเลขาธิการเป็น**ผู้ช่วยของเลขาธิการ**ในการบริหารปฏิบัติการ; คณะอนุกรรมการเป็น**ผู้ช่วยของคณะกรรมการกำกับ**ในการกำกับเชิงนโยบาย - **(5) อำนาจลงโทษทางวินัย:** - คำสั่งของเลขาธิการเป็น**คำสั่งทางปกครอง** — พนักงานที่ถูกลงโทษอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (6) - **วรรคท้าย "ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน":** - เลขาธิการต้อง**รายงาน**ต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน (ไม่ใช่ต่อรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) - หลักการ — สำนักงานเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกระทรวง ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสาม) — เลขาธิการจึงไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/63.md ============================================================ โนด: มาตรา 64 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/64.md # มาตรา 64 ## ตัวบท > มาตรา 64 ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่อการนี้ เลขาธิการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก — เลขาธิการอาจ**มอบอำนาจ**ให้บุคคลอื่นปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนได้ แต่ต้องเป็นไปตาม**ข้อบังคับ**ที่คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) กำหนด ## องค์ประกอบสำคัญ - **เลขาธิการ = ผู้แทนของสำนักงาน:** - "**กิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก**" — การลงนามสัญญา / การทำนิติกรรม / การฟ้องคดี / ตอบโต้ในคดี - สำนักงานเป็นนิติบุคคล ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสาม) → ต้องมีผู้แทนทำการแทน — เลขาธิการเป็นผู้แทนนั้น - **อำนาจมอบหมาย:** - เลขาธิการ**อาจมอบอำนาจ**ให้บุคคลอื่นปฏิบัติงาน**เฉพาะอย่าง**แทนได้ - การมอบอำนาจต้อง**เป็นไปตามข้อบังคับ**ของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - "**เฉพาะอย่าง**" → ไม่ใช่การมอบอำนาจทั่วไป — ต้องระบุเรื่องเฉพาะ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — นิติบุคคลที่เลขาธิการเป็นผู้แทน - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้กำหนดข้อบังคับการมอบอำนาจ - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — วรรคท้ายระบุว่าข้อบังคับที่จำกัดอำนาจเลขาธิการในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอกต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ## หมายเหตุ - **เลขาธิการเป็นผู้แทนตามกฎหมาย — ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ:** - เนื่องจากตัวบทกำหนดให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงานโดยตรง — ในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอก เลขาธิการลงนามแทนสำนักงานได้โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากใคร - คล้ายกับกรรมการผู้จัดการในบริษัทจำกัด (ตามข้อบังคับบริษัท) - **ข้อจำกัดของอำนาจเลขาธิการ — ตามข้อบังคับ:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงานอาจ**จำกัดอำนาจ**เลขาธิการในการทำนิติกรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง (เช่น ห้ามทำสัญญาเกินวงเงินที่กำหนดโดยไม่ผ่านอนุมัติคณะกรรมการกำกับ) - ตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) วรรคท้าย — ข้อจำกัดเหล่านี้ต้อง**ประกาศในราชกิจจานุเบกษา** เพื่อให้บุคคลภายนอกตรวจสอบได้ - **การมอบอำนาจ — ใครเป็นผู้รับมอบ?:** - ตัวบทใช้ "**บุคคลใด**" — ไม่ได้จำกัดไว้ที่พนักงานของสำนักงาน — ในทางปฏิบัติทั่วไปมอบให้รองเลขาธิการ ([มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (4)) หรือผู้อำนวยการกอง - การมอบให้บุคคลภายนอกอาจทำได้ในกรณีพิเศษ (เช่น มอบให้ทนายความว่าจ้างเฉพาะคดี) — แต่ต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับ - **"เฉพาะอย่าง" vs "ทั่วไป":** - การมอบอำนาจต้อง**เฉพาะอย่าง** — เช่น "มอบอำนาจให้นาย ก. ลงนามในสัญญาเช่าอาคาร" (เฉพาะอย่าง) - **ห้ามมอบอำนาจทั่วไป** — เช่น "มอบให้นาย ก. ทำนิติกรรมแทนเลขาธิการในทุกเรื่อง" (ทั่วไป — ห้ามตามตัวบทนี้) - **ผลของการเกินอำนาจ:** - ถ้าเลขาธิการทำนิติกรรมเกินขอบเขตของข้อบังคับ → อาจต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว - แต่ถ้าบุคคลภายนอกทำธุรกรรมโดยสุจริต (ไม่ทราบข้อจำกัด ที่ไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) — สำนักงานอาจต้องผูกพันตามนิติกรรม (กลไกคุ้มครองบุคคลภายนอก) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/64.md ============================================================ โนด: มาตรา 65 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/65.md # มาตรา 65 ## ตัวบท > มาตรา 65 ให้คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) เป็นผู้กำหนด **อัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของเลขาธิการ** ([มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)) ตามหลักเกณฑ์ที่ **คณะรัฐมนตรี** กำหนด ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้กำหนด:** คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) - **สิ่งที่กำหนด:** อัตราเงินเดือน + ประโยชน์ตอบแทนอื่น (สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ) - **กรอบที่ต้องปฏิบัติตาม:** หลักเกณฑ์ที่**คณะรัฐมนตรี**กำหนด - **บุคคลที่ได้รับ:** เลขาธิการ ([มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)) เพียงคนเดียว — ไม่รวมรองเลขาธิการ/ผู้ช่วยเลขาธิการ ([มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (4)) ที่อยู่ใต้ระเบียบบุคลากรของสำนักงาน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้กำหนดอัตราเงินเดือน - [มาตรา 56](https://link.pdpalawbase.com/section/56.md) — เบี้ยประชุมและค่าตอบแทน — มาตราคู่กัน (ค่าตอบแทนของกรรมการกำกับ/ที่ปรึกษา/อนุกรรมการ) - [มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md) — เลขาธิการ — ผู้รับเงินเดือนตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 56](https://link.pdpalawbase.com/section/56.md):** - **[มาตรา 56](https://link.pdpalawbase.com/section/56.md):** ค่าตอบแทนของ**กรรมการกำกับ + ที่ปรึกษา + อนุกรรมการ** กำหนดโดย**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ตามความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง - **[มาตรา 65](https://link.pdpalawbase.com/section/65.md) (มาตรานี้):** เงินเดือนของ**เลขาธิการ** กำหนดโดย**คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ตามหลักเกณฑ์ของ**คณะรัฐมนตรี** - ความแตกต่าง: ผู้กำหนดและผู้ตรวจสอบเป็นคนละองค์กรกัน — สะท้อนว่าเลขาธิการเป็นพนักงานเต็มเวลา (ต่างจากกรรมการที่ทำงานเป็นครั้งคราว) - **กลไกถ่วงดุล:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงานเป็นผู้บังคับบัญชาของเลขาธิการ → ไม่ควรกำหนดเงินเดือนเลขาธิการเอง**โดยอิสระ** (ป้องกันการขึ้นเงินเดือนผูกพันเลขาธิการให้พึ่งพิง) - หลักเกณฑ์ของ**คณะรัฐมนตรี** = เพดานทั่วไปสำหรับองค์กรของรัฐที่มีฐานะคล้ายคลึงกัน → คณะกรรมการกำกับสำนักงานมีดุลพินิจกำหนดภายในกรอบนั้น - **"ประโยชน์ตอบแทนอื่น" — ครอบจักรวาล:** - สวัสดิการรักษาพยาบาล - บำเหน็จบำนาญ (ถ้ามี) - รถประจำตำแหน่ง / ค่าน้ำมัน - ค่าเดินทางต่างประเทศ - ที่พัก (ถ้ามี) - **เลขาธิการเป็นพนักงานของสำนักงาน — ไม่ใช่ข้าราชการ:** - ตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) วรรคสาม — สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ - เลขาธิการจึงไม่ใช่ข้าราชการ — ใช้ระบบเงินเดือนของสำนักงาน (ไม่ใช่ระบบข้าราชการพลเรือน) - แต่ระบบบำเหน็จบำนาญอาจมีข้อตกลงพิเศษถ้าเดิมเป็นข้าราชการ ([มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md)) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/65.md ============================================================ โนด: มาตรา 66 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/66.md # มาตรา 66 ## ตัวบท > มาตรา 66 เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสำนักงาน เลขาธิการอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นพนักงานหรือลูกจ้างเป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น และมีข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ และในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นพนักงานหรือลูกจ้างเป็นการชั่วคราว ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ > > เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสำนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่งมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิมไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิมตามข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ > > ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นกลับมาบรรจุและได้รับแต่งตั้งในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิมตามวรรคสองแล้ว ให้นับระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสำนักงานสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี ## สรุป มาตรานี้สร้าง **กลไกการยืมตัวข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ** มาปฏิบัติงานชั่วคราวที่สำนักงาน ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) — เลขาธิการ ([มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)) เป็นผู้ขอ → ผู้บังคับบัญชาเดิมอนุมัติ → ทำข้อตกลง → เจ้าหน้าที่ของรัฐมาทำงานที่สำนักงาน — เมื่อสิ้นสุด **มีสิทธิกลับสู่ตำแหน่งและเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดิม** + **นับเวลาที่ทำงานในสำนักงานเป็นบำเหน็จบำนาญ**ของหน่วยงานเดิม ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — ขอข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐมาทำงานชั่วคราว:** - **ผู้ขอ:** เลขาธิการ - **ขอบเขตของผู้ที่ขอได้:** ข้าราชการ/พนักงาน/เจ้าหน้าที่/ลูกจ้างของ - ส่วนราชการ - หน่วยงานของรัฐ - รัฐวิสาหกิจ - ราชการส่วนท้องถิ่น - องค์การมหาชน - หน่วยงานอื่นของรัฐ - **เงื่อนไข:** ต้องได้รับอนุมัติจาก**ผู้บังคับบัญชา/นายจ้าง**ของผู้นั้น + มี**ข้อตกลง**ทำไว้ - **สถานะระหว่างทำงานที่สำนักงาน:** "**เป็นพนักงานหรือลูกจ้างชั่วคราว**" + "**ถือว่าได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการ**" — รักษาความต่อเนื่องของสถานะ - **วรรค 2 — สิทธิกลับสู่ตำแหน่งเดิม:** - เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา → มีสิทธิ**บรรจุ + แต่งตั้ง**กลับสู่ตำแหน่งเดิม - เงินเดือน**ไม่ต่ำกว่าเดิม** - ตามข้อตกลงที่ทำไว้ - **วรรค 3 — นับเวลาเป็นอายุราชการ:** - เวลาที่ทำงานที่สำนักงานนับเป็น**ระยะเวลาราชการ**สำหรับการคำนวณ: - บำเหน็จบำนาญ - ประโยชน์ตอบแทนทำนองเดียวกัน - **เสมือนอยู่ปฏิบัติราชการเต็มเวลา** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — ผู้ที่ขอข้าราชการมาทำงาน - [มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) — หน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ — มาตรานี้เสริมอำนาจในการสรรหาบุคลากรของเลขาธิการ ## หมายเหตุ - **[มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) vs [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) (4):** - [มาตรา 59](https://link.pdpalawbase.com/section/59.md) (4) **ห้าม**ข้าราชการประจำเป็น**เลขาธิการ** (ลักษณะต้องห้าม) - [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) **อนุญาต**ข้าราชการประจำเป็น**พนักงานชั่วคราว**ของสำนักงาน (กลไกการยืมตัว) - ความแตกต่าง: เลขาธิการเป็น**ตำแหน่งบริหารถาวร** ที่ต้องตัดสายราชการเดิม; พนักงานชั่วคราวเป็น**การยืมตัวที่กลับได้** - **เหตุผลของกลไกนี้:** - สำนักงานเป็นองค์กรใหม่ ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) เริ่มมีผลบังคับใช้ พ.ศ. 2562) → ขาดบุคลากรที่มีประสบการณ์ - การยืมตัวข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่น (เช่น สำนักงาน กสทช., สำนักงาน คปภ., ก.พ.ร., ฯลฯ) ช่วย**เร่งความพร้อม** ในการดำเนินงาน - **สิทธิกลับสู่ตำแหน่งเดิม — เป็นแรงจูงใจ:** - ข้าราชการที่มาทำงานที่สำนักงานไม่เสียสิทธิราชการ → กลับได้ - เงินเดือน**ไม่ต่ำกว่าเดิม** → ไม่เสียโอกาสทางการเงิน - **นับเวลาเป็นอายุราชการ** → ไม่เสียประโยชน์บำเหน็จบำนาญ - **"ข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ" — สาระสำคัญ:** - ระยะเวลาการยืมตัว (เช่น 2 ปี) - ตำแหน่งและเงินเดือนที่จะได้รับเมื่อกลับ (โดยทั่วไป = เดิม + การปรับเลื่อนตามวาระ) - การประเมินผลปฏิบัติงานในสำนักงาน — ใช้กับการพิจารณาเลื่อนขั้นเดิมหรือไม่ - **ความแตกต่างกับ [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md):** - [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md): ข้าราชการ → ทำงานที่สำนักงานชั่วคราว → กลับ - [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md): ข้าราชการ**ที่อยู่ระหว่างชดใช้ทุน**ย้ายมาสำนักงานถาวร — ให้นับเวลาที่สำนักงานเป็นการชดใช้ทุน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/66.md ============================================================ โนด: มาตรา 67 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/67.md # มาตรา 67 ## ตัวบท > มาตรา 67 ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ที่ได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ให้ถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา และให้นับระยะเวลาการปฏิบัติงานในสำนักงานเป็นระยะเวลาในการชดใช้ทุน > > ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐแห่งใดประสงค์จะขอให้พนักงานของสำนักงานซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานชดใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับจากสำนักงานไปเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการก่อน และให้ถือว่าการไปปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา และให้นับระยะเวลาการปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นเป็นระยะเวลาในการชดใช้ทุน ## สรุป มาตรานี้กำหนด **กลไกการโอนย้ายระหว่างสำนักงาน ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) กับหน่วยงานของรัฐอื่น** สำหรับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่าง**ชดใช้ทุนการศึกษา**: (วรรค 1) ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ย้ายมาทำงานที่สำนักงาน (โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาเดิม) → ถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา; (วรรค 2) พนักงานของสำนักงานที่อยู่ระหว่างชดใช้ทุนของสำนักงาน ย้ายไปหน่วยงานรัฐอื่น (โดยเลขาธิการเห็นชอบ) → ถือเป็นการชดใช้ทุนเช่นกัน ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — เข้าสู่สำนักงาน:** - **บุคคลที่ครอบคลุม:** ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่าง**ชดใช้ทุนการศึกษา**ของส่วนราชการ/หน่วยงานของรัฐเดิม - **เงื่อนไข:** ได้รับความเห็นชอบจาก**ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด** - **ผลทางกฎหมาย:** - การทำงานที่สำนักงาน = "**เป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา**" - ระยะเวลาทำงานที่สำนักงาน = **นับเป็นระยะเวลาชดใช้ทุน** - **วรรค 2 — ออกจากสำนักงานไปหน่วยงานรัฐอื่น:** - **บุคคลที่ครอบคลุม:** พนักงานของสำนักงานที่อยู่ระหว่าง**ชดใช้ทุน**ของสำนักงาน - **เงื่อนไข:** หน่วยงานรัฐอื่นต้องการตัว → ต้องได้รับ**ความเห็นชอบจากเลขาธิการ** - **ผลทางกฎหมาย:** - การทำงานที่หน่วยงานรัฐอื่น = เป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา (ของสำนักงาน) - ระยะเวลาทำงานที่หน่วยงานรัฐอื่น = นับเป็นระยะเวลาชดใช้ทุน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้าย - [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) — การยืมตัวข้าราชการ — มาตราคู่ขนาน ([มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) = ยืมตัวชั่วคราว, [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) = ย้ายถาวรพร้อมโอนสัญญาทุน) ## หมายเหตุ - **เปรียบเทียบ [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) vs [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md):** - **[มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md):** ข้าราชการ → **ปฏิบัติงานชั่วคราว**ที่สำนักงาน → **กลับสู่หน่วยงานเดิม** (สถานะข้าราชการคงอยู่ที่หน่วยงานเดิม) - **[มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) วรรค 1:** ข้าราชการ → **ย้ายมาเป็นพนักงานสำนักงานถาวร** → ภาระชดใช้ทุนติดตัวมา (ใช้สำเร็จด้วยการทำงานที่สำนักงาน) - **[มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) วรรค 2:** พนักงานสำนักงาน → **ย้ายไปหน่วยงานรัฐอื่นถาวร** → ภาระชดใช้ทุนของสำนักงานติดตัวไป - **ทำไมต้องมีกลไกนี้:** - ข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐ (เช่น ทุน ก.พ., ทุนกระทรวงต่างประเทศ) มี**สัญญาชดใช้ทุน** (ปกติ = ทำงานราชการ 2-3 เท่าของเวลาเรียนทุน) - ถ้าผู้นั้นต้องการมาทำงานที่สำนักงาน (ที่ไม่ใช่ส่วนราชการ — [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) — โดยปกติจะ**ผิดสัญญาชดใช้ทุน** (เพราะไม่ได้ทำงานราชการ) → ต้องคืนเงินทุน - [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) วรรค 1 ขจัดอุปสรรคนี้ — ทำให้ข้าราชการที่มีทุนผูกพันสามารถมาทำงานที่สำนักงานได้โดยไม่ต้องคืนทุน - **"ความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด" (วรรค 1):** - หน่วยงานที่ให้ทุนเดิมต้องเห็นชอบ — ป้องกันการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าซึ่งหน่วยงานเดิมต้องการตัวอยู่ - ปกติเป็นการเจรจาระหว่างหน่วยงาน - **"ความเห็นชอบจากเลขาธิการ" (วรรค 2):** - เลขาธิการ ([มาตรา 57](https://link.pdpalawbase.com/section/57.md)) เป็น**ผู้บังคับบัญชา**ของพนักงานสำนักงาน ([มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (3)) - มีอำนาจอนุญาตหรือไม่ให้พนักงานย้ายไปหน่วยงานอื่น - **กรอบการทำงานที่ครอบคลุม:** - **เข้า** → สำนักงานสามารถดึงดูดข้าราชการที่มีทุนผูกพันได้ - **ออก** → พนักงานของสำนักงานสามารถย้ายไปหน่วยงานรัฐอื่นได้ (ไม่ใช่เส้นทางตันของอาชีพ) - กลไกนี้ส่งเสริม**การหมุนเวียนบุคลากร**ระหว่างหน่วยงานของรัฐ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/67.md ============================================================ โนด: มาตรา 68 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/68.md # มาตรา 68 ## ตัวบท > มาตรา 68 การบัญชีของสำนักงานให้จัดทำตามหลักสากล ตามแบบและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **การบัญชีของสำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) จัดทำตาม **หลักสากล** + ตาม **แบบและหลักเกณฑ์** ที่ **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) กำหนด ## องค์ประกอบสำคัญ - **หลักสากล:** มาตรฐานบัญชีที่ใช้กันทั่วโลก (เช่น มาตรฐานการรายงานทางการเงินไทยที่อิงกับมาตรฐานสากล) - **ผู้กำหนดแบบและหลักเกณฑ์เฉพาะ:** คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — สอดคล้องกับ [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (2) ที่ให้อำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการเงิน - **ขอบเขต:** การบัญชีของสำนักงาน — ไม่รวมการบัญชีของผู้ควบคุมข้อมูลภายนอก (ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่บัญชีของตนเองเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบัญชีตามมาตรานี้ - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้กำหนดแบบและหลักเกณฑ์ - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — (2) ออกข้อบังคับว่าด้วยการเงิน ## หมายเหตุ - **"หลักสากล" — ขอบเขตในทางปฏิบัติ:** - มาตรฐานบัญชีไทยที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี (เช่น มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) - หลักการบัญชีของรัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด (ถ้าใช้ได้) - **"แบบและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด" — ส่วนเสริม:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงานออก**ข้อบังคับว่าด้วยการบัญชี** ตาม [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) (2) - กำหนด: - ปีบัญชีของสำนักงาน - รูปแบบงบการเงิน - การจำแนกประเภทรายได้/รายจ่าย - ระบบบัญชีคู่ ฯลฯ - **เชื่อมต่อกับ [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md):** หลังจากจัดทำบัญชีตาม [มาตรา 68](https://link.pdpalawbase.com/section/68.md) → ส่งผู้สอบบัญชีตาม [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) - **เชื่อมต่อกับ [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) วรรค 2:** สำนักงานต้องนำส่งรายได้เข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน — การบัญชีต้อง**แยกประเภทรายได้**ที่ต้องนำส่งคลังออกจากเงินอุดหนุนที่ใช้ดำเนินงาน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/68.md ============================================================ โนด: มาตรา 69 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/69.md # มาตรา 69 ## ตัวบท > มาตรา 69 ให้สำนักงานจัดทำงบการเงินและบัญชี แล้วส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี > > ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน และประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงานทุกรอบปีแล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรับรอง ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **สำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) จัดทำ**งบการเงินและบัญชี** + ส่งผู้สอบบัญชี**ภายใน 120 วัน**นับจากวันสิ้นปีบัญชี — ผู้สอบบัญชี = **สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน** หรือ **ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ สตง. เห็นชอบ** — ผู้สอบบัญชีต้อง**ประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน** ทุกรอบปี + **เสนอรายงานต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) เพื่อรับรอง ## องค์ประกอบสำคัญ - **กำหนดเวลาส่งผู้สอบบัญชี:** **ภายใน 120 วัน** (4 เดือน) นับแต่วันสิ้นปีบัญชี - **ตัวเลือกผู้สอบบัญชี:** - **สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)** — องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ; หรือ - **ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต**ที่ สตง. ให้ความเห็นชอบ — ทางเลือกเอกชน (กรณี สตง. ไม่สามารถดำเนินการเองได้ทัน) - **หน้าที่ของผู้สอบบัญชี:** - **สอบบัญชี** — ตรวจความถูกต้องของงบการเงิน - **ประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน** — ตรวจประสิทธิภาพการใช้เงิน (ไม่ใช่แค่ความถูกต้อง) - **ทำรายงานผลการสอบบัญชี** เสนอต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **บทบาทของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน:** **รับรอง**รายงานผลการสอบบัญชี ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่อยู่ภายใต้การสอบบัญชี - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้รับรองรายงาน - [มาตรา 68](https://link.pdpalawbase.com/section/68.md) — การบัญชี — ฐานในการจัดทำงบการเงินที่จะส่งสอบบัญชี - [มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) — รายงานประจำปี — ใช้รายงานสอบบัญชีเป็นส่วนประกอบ ## หมายเหตุ - **3 รอบของกระบวนการตรวจสอบรายปี:** 1. **[มาตรา 68](https://link.pdpalawbase.com/section/68.md):** จัดทำการบัญชีตามหลักสากล 2. **[มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) (มาตรานี้):** จัดทำงบการเงินและสอบบัญชีโดย สตง. หรือผู้รับอนุญาต 3. **[มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md):** จัดทำรายงานประจำปี (ที่รวมงบการเงินที่สอบแล้ว) เสนอต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงานและรัฐมนตรี + เผยแพร่สาธารณะ - **บทบาทของ สตง.:** - สตง. ตรวจสอบทุกหน่วยงานของรัฐตามรัฐธรรมนูญ — [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) เพียงแต่เน้นว่า สตง. เป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน - กรณีที่ สตง. ภาระงานล้น → สามารถมอบหมายให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเอกชน — แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของ สตง. เพื่อรักษามาตรฐาน - **"ประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน" — ขอบเขตที่กว้างกว่าการสอบบัญชีทั่วไป:** - การสอบบัญชีทั่วไป = ตรวจความถูกต้องของงบการเงินและการบันทึกบัญชี - การประเมินตามมาตรานี้ = ตรวจ**ประสิทธิภาพ**ของการใช้เงิน (เช่น โครงการอบรมจัดอย่างคุ้มค่าหรือไม่) - **กำหนด 120 วัน — ต้นทุนการดำเนินการ:** - ปีบัญชีของหน่วยงานรัฐมักสิ้นสุด 30 กันยายน → ส่งผู้สอบบัญชีภายใน 28 มกราคม - หลังสอบบัญชีแล้ว ต้องเขียนรายงานประจำปี ([มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) กำหนด 180 วัน = 31 มีนาคม) → กรอบเวลาแน่น (เพียง 60 วันสำหรับการสอบบัญชี + เขียนรายงาน) - **การรับรองโดยคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงผลการสอบบัญชี:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงานรับรอง = อนุมัติ**ตามที่เป็น** (รับทราบและให้ผ่าน) - ถ้ารายงานสอบบัญชีพบความผิดปกติ → คณะกรรมการกำกับสำนักงานต้องดำเนินการตามที่เห็นสมควร (เช่น สอบสวนข้อเท็จจริง ลงโทษ ถอดถอน) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/69.md ============================================================ โนด: มาตรา 70 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/70.md # มาตรา 70 ## ตัวบท > มาตรา 70 ให้สำนักงานจัดทำรายงานการดำเนินงานประจำปีเสนอคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และเผยแพร่รายงานนี้ต่อสาธารณชน > > รายงานการดำเนินงานประจำปีตามวรรคหนึ่ง ให้แสดงรายละเอียดของงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแล้ว พร้อมทั้งผลงานของสำนักงานและรายงานการประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาแล้ว > > การประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานตามวรรคสอง จะต้องดำเนินการโดยบุคคลภายนอกที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ความเห็นชอบ ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้ **สำนักงาน** ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) จัดทำ **รายงานการดำเนินงานประจำปี** เสนอ**คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) **และรัฐมนตรี** ภายใน **180 วัน**นับจากวันสิ้นปีบัญชี + **เผยแพร่ต่อสาธารณชน** — รายงานต้องประกอบด้วย: (1) งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแล้ว ([มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md)); (2) ผลงาน; (3) **รายงานการประเมินผลที่ดำเนินการโดยบุคคลภายนอก** ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — กรอบเวลาและผู้รับรายงาน:** - **กำหนดเวลา:** ภายใน **180 วัน** (6 เดือน) นับแต่วันสิ้นปีบัญชี - **ผู้รับรายงาน 2 ฝ่าย:** - คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) — ผู้บังคับบัญชาตามโครงสร้าง - **รัฐมนตรี** (เจ้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) — เพราะสำนักงานอยู่ในกำกับของกระทรวง - **ต้องเผยแพร่ต่อสาธารณชน** — หลักความโปร่งใส - **วรรค 2 — เนื้อหาของรายงาน 3 ส่วน:** 1. **งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแล้ว** — เชื่อมกับ [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) 2. **ผลงานของสำนักงาน** — กิจกรรม/ผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมา 3. **รายงานการประเมินผลการดำเนินงาน** — ประเมินภาพรวม - **วรรค 3 — เงื่อนไขการประเมิน:** - การประเมินตามวรรค 2 (3) ต้องดำเนินการโดย**บุคคลภายนอก** — ไม่ใช่พนักงานของสำนักงานประเมินตนเอง - บุคคลภายนอกต้องได้รับ**ความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — สำนักงาน — องค์กรที่ต้องจัดทำรายงาน - [มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — ผู้รับรายงาน + ผู้เห็นชอบบุคคลภายนอกที่ประเมิน - [มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน — (7) ประเมินผลการดำเนินการของสำนักงาน (มาตรานี้เสริม) - [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) — งบการเงินและการสอบบัญชี — เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ## หมายเหตุ - **3 ระดับของการประเมิน:** - **[มาตรา 61](https://link.pdpalawbase.com/section/61.md):** ประเมินเลขาธิการเป็นรายบุคคลโดยคณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **[มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md):** สอบบัญชีโดย สตง. หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต — เน้นการเงินและการใช้จ่าย - **[มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) (มาตรานี้):** ประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวมโดยบุคคลภายนอก — เน้นประสิทธิผลของภารกิจ - **กลไกความโปร่งใส 3 ชั้น:** - **ชั้น 1:** สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน (ภายใน) - **ชั้น 2:** สำนักงานรายงานต่อรัฐมนตรี (ผู้กำกับฝ่ายบริหาร) - **ชั้น 3:** **เผยแพร่ต่อสาธารณชน** (ความโปร่งใสต่อสังคม) - **เปรียบเทียบ "บุคคลภายนอก" ในวรรค 3 vs ผู้สอบบัญชีใน [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md):** - **ผู้สอบบัญชี ([มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md)):** สตง. หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต — เน้นความถูกต้องทางบัญชี - **บุคคลภายนอกที่ประเมิน (วรรค 3):** ตัวบทไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะ → คณะกรรมการกำกับสำนักงานเห็นชอบ; อาจเป็น - ที่ปรึกษาที่เป็นบริษัทประเมินอิสระ - นักวิชาการ/อาจารย์มหาวิทยาลัย - หน่วยงานวิชาการของรัฐอื่น - **180 วัน — กรอบเวลาที่ยืดหยุ่นกว่า [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md):** - [มาตรา 69](https://link.pdpalawbase.com/section/69.md) = 120 วัน (สอบบัญชี) - [มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) = 180 วัน (รายงานประจำปี) - ส่วนต่าง 60 วัน = เวลาที่สำนักงานใช้: - รวบรวมผลการสอบบัญชี - ดำเนินการประเมินโดยบุคคลภายนอก (ที่อาจใช้เวลา 1-2 เดือน) - เขียนและเรียบเรียงรายงานประจำปี - เผยแพร่ผ่านช่องทางสาธารณะ - **การเปิดเผยต่อสาธารณชน — ผลในเชิงประชาธิปไตย:** - เป็น**ฐานข้อมูล**ที่ประชาชนใช้ตรวจสอบสำนักงาน - สื่อมวลชนใช้รายงานนี้วิเคราะห์ผลงานของสำนักงาน - ภาคประชาสังคมใช้เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ประกาศไว้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/70.md ============================================================ โนด: มาตรา 71 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/71.md # มาตรา 71 ## ตัวบท > มาตรา 71 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะก็ได้ ตามความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องหรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร > > คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการดำเนินงานอื่นของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## สรุป มาตรานี้เปิดหมวด 5 (การร้องเรียน) โดยให้**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) เป็นผู้แต่งตั้ง **คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ** ขึ้น **คณะหนึ่งหรือหลายคณะ** ตามความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง — รายละเอียดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระ และการดำเนินงาน **ปล่อยให้คณะกรรมการประกาศกำหนด** ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — โครงสร้างและจำนวน:** - **ผู้แต่งตั้ง:** คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) - **องค์กรที่แต่งตั้ง:** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — เป็นองค์กรกึ่งตุลาการที่พิจารณาเรื่องร้องเรียน - **จำนวน:** **คณะหนึ่งหรือหลายคณะ** — ยืดหยุ่นตามภาระงานและประเภทเรื่อง - **เกณฑ์การจัดคณะ:** ตามความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง หรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร - **วรรค 2 — เรื่องที่ปล่อยให้ประกาศกำหนด (4 หัวข้อ):** 1. **คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม** — ใครเป็นได้ ใครเป็นไม่ได้ 2. **วาระการดำรงตำแหน่ง** — ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 3. **การพ้นจากตำแหน่ง** — กรณีพ้นตำแหน่ง 4. **การดำเนินงานอื่น** — กระบวนการประชุม การลงมติ ฯลฯ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — องค์ประกอบของคณะกรรมการ — ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ - [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — มาตราถัดไปที่กำหนดบทบาท ## หมายเหตุ - **เหตุใดจึงต้องมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ:** - คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) มีหน้าที่กำหนดนโยบายภาพรวม ([มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)) — ไม่เหมาะที่จะลงมาพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นรายกรณี - การพิจารณาเรื่องร้องเรียนต้องการ **ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน** (เช่น เทคนิค การแพทย์ การเงิน) ที่กรรมการไม่ครอบคลุมทุกด้าน - การแยกองค์กรช่วย**กระจายงาน** และให้คณะกรรมการมุ่งเน้นกำกับนโยบาย - **โมเดล "คณะหนึ่งหรือหลายคณะ":** - ในระยะเริ่มแรกอาจมีเพียงคณะเดียว - เมื่อปริมาณเรื่องเพิ่มขึ้นหรือเรื่องมีความเฉพาะทางมาก สามารถตั้งคณะเพิ่ม เช่น - คณะที่เชี่ยวชาญข้อมูลสุขภาพ - คณะที่เชี่ยวชาญข้อมูลทางการเงิน - คณะที่เชี่ยวชาญข้อมูลของหน่วยงานรัฐ - **การมอบให้ออกประกาศกำหนด — เปรียบเทียบกับมาตราอื่น:** - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (โครงสร้างคณะกรรมการ): กำหนดในตัวบทตรง ๆ - [มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md) (โครงสร้างคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ): ปล่อยให้ประกาศกำหนด — เพราะต้องยืดหยุ่นตามภาระงาน - **ลำดับการแต่งตั้งและทำงาน:** - คณะกรรมการชุดแรก → ตั้งตาม [มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md) (บทเฉพาะกาล) - คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ต้องประกาศกำหนดคุณสมบัติ ฯลฯ ก่อน - แล้วจึงแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรานี้ - **ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)):** - คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — กำกับ**ฝ่ายเลขาฯ** (สำนักงาน) ในเชิงบริหาร - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — พิจารณา**เรื่องร้องเรียน** (กึ่งตุลาการ) - 2 องค์กรนี้ทำหน้าที่คนละด้าน ไม่ทับซ้อนกัน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/71.md ============================================================ โนด: มาตรา 72 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/72.md # มาตรา 72 ## ตัวบท > มาตรา 72 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) พิจารณาเรื่องร้องเรียนตามพระราชบัญญัตินี้ > > (2) ตรวจสอบการกระทำใด ๆ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (3) ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล > > (4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ## สรุป มาตรานี้กำหนด **หน้าที่และอำนาจ 4 ประการ** ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) ได้แก่ (1) **พิจารณาเรื่องร้องเรียน**; (2) **ตรวจสอบการกระทำ**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล รวมทั้งลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง; (3) **ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท**; (4) **ปฏิบัติการอื่น**ตามที่ พ.ร.บ. กำหนดหรือคณะกรรมการมอบหมาย — เป็นโครงสร้างกึ่งตุลาการที่รวมการพิจารณา การสืบสวน และการระงับข้อพิพาทไว้ในองค์กรเดียว ## องค์ประกอบสำคัญ - **(1) พิจารณาเรื่องร้องเรียน:** - กระบวนการพิจารณารายละเอียดอยู่ใน [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) - เกณฑ์การรับเรื่อง/ไม่รับเรื่อง อยู่ใน [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) วรรค 2 (ระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด) - **(2) ตรวจสอบการกระทำ:** - **บุคคลที่ถูกตรวจสอบได้:** - ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล** — ขยายขอบเขตการตรวจสอบไปถึงระดับบุคลากร - **เกณฑ์:** การกระทำที่**ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล** - อำนาจสั่งให้ส่งเอกสาร/ชี้แจง อยู่ใน [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) - **(3) ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท:** - กลไกระงับข้อพิพาททางเลือกในกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล - กระบวนการอยู่ใน [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 3 — ใช้ก่อนออกคำสั่ง - ลดภาระคดีในศาลและระงับข้อพิพาทอย่างรวดเร็ว - **(4) ปฏิบัติการอื่น:** - **2 แหล่งที่มา:** - ตามที่ พ.ร.บ. นี้กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจ — เช่น สั่งโทษทางปกครอง ([มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md)) - ตามที่คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) มอบหมาย — รับงานจากคณะกรรมการชุดใหญ่ - บทเปิดที่ให้ความยืดหยุ่นในการเพิ่มภารกิจ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md) — โครงสร้างคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — ที่มาขององค์กรที่ใช้อำนาจตามมาตรานี้ - [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) — สิทธิร้องเรียน + ระเบียบการรับเรื่อง — ทำงานร่วมกับ (1) - [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) — กระบวนการพิจารณาคำร้องเรียน — ขยาย (1) + (3) - [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) — อำนาจสั่งให้ส่งเอกสาร/ชี้แจง — เครื่องมือสนับสนุน (2) - [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) — อำนาจสั่งโทษทางปกครอง — กรณีของ (4) ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ## หมายเหตุ - **บทบาท 4 มิติของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ:** - **มิติตุลาการ (1):** พิจารณาคำร้องเรียน — เหมือนผู้พิพากษาในเรื่องเล็ก - **มิติสืบสวน (2):** ตรวจสอบ — เหมือนพนักงานสอบสวน - **มิติคนกลาง (3):** ไกล่เกลี่ย — เหมือนผู้ประนีประนอม - **มิติบริหาร (4):** รับงานมอบหมาย — เหมือนหน่วยปฏิบัติการ - **ขอบเขตการตรวจสอบ — ทำไมต้องรวมลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง:** - ในทางปฏิบัติ ผู้ก่อความเสียหายมักเป็น**บุคลากรระดับปฏิบัติ** (เช่น พนักงานที่ขายข้อมูล, ผู้รับจ้างที่ทำข้อมูลรั่ว) - ถ้าตรวจสอบเฉพาะนิติบุคคล จะ**พลาดผู้กระทำผิดที่แท้จริง** - ขยายขอบเขตทำให้สามารถสืบหาความจริงได้ครบ - **เปรียบเทียบ "ตรวจสอบ" (2) vs "พิจารณา" (1):** - **พิจารณา (1):** เริ่มจาก**คำร้องเรียน** — รอให้มีผู้ร้องก่อน - **ตรวจสอบ (2):** สามารถเริ่มได้**โดยไม่มีคำร้องเรียน** — เชิงรุกตามที่ทราบเหตุ - **ไกล่เกลี่ย (3) — ขั้นตอนใน [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md):** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าเรื่อง**อาจไกล่เกลี่ยได้** + **คู่กรณีประสงค์**ไกล่เกลี่ย - ถ้าไกล่เกลี่ยสำเร็จ → ระงับข้อพิพาท - ถ้าไม่สำเร็จ → ออกคำสั่งบังคับ ([มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 3) - **ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)):** - คณะกรรมการ = นโยบายและกำหนดเกณฑ์ ([มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)) - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ = ใช้บังคับเป็นรายกรณี - การมอบหมายตาม (4) เป็นกลไกให้คณะกรรมการเสริมงานเฉพาะเรื่องได้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/72.md ============================================================ โนด: มาตรา 73 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/73.md # มาตรา 73 ## ตัวบท > มาตรา 73 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ > > การยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนดโดยคำนึงถึงการกำหนดให้ไม่รับเรื่องร้องเรียนหรือยุติเรื่องในกรณีที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่นด้วย ## สรุป มาตรานี้ให้**สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล**ในการ**ร้องเรียน**กรณีที่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล รวมทั้งลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง ฝ่าฝืน พ.ร.บ. หรือประกาศ — รายละเอียดกระบวนการ (การยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติ การพิจารณา และระยะเวลา) **ปล่อยให้คณะกรรมการประกาศกำหนด** โดยต้องคำนึงถึงหลัก**ไม่ซ้ำซ้อน** — ไม่รับเรื่องที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายอื่นอยู่แล้ว ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — สิทธิร้องเรียน:** - **ผู้มีสิทธิ:** เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล - **ผู้ถูกร้องเรียน:** - ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **ลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - **เหตุที่ร้องเรียนได้:** ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม - **พ.ร.บ. นี้** — บทบัญญัติทั้งหมด - **ประกาศที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้** — เช่น ประกาศของคณะกรรมการ - **วรรค 2 — ระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (5 หัวข้อ):** 1. **การยื่นคำร้องเรียน** — รูปแบบ ช่องทาง เอกสารประกอบ 2. **การไม่รับเรื่อง** — เกณฑ์ที่ไม่รับพิจารณา 3. **การยุติเรื่อง** — เหตุผลที่ยุติเรื่องระหว่างทาง 4. **การพิจารณา** — ขั้นตอนการพิจารณา 5. **ระยะเวลาในการพิจารณา** — กำหนดเวลาที่ต้องพิจารณาเสร็จ - **เงื่อนไขพิเศษ — กลไกไม่ซ้ำซ้อน:** - ระเบียบต้อง**คำนึง**ถึงการ**ไม่รับเรื่อง / ยุติเรื่อง** ในกรณีที่ - มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) — สิทธิเข้าถึงข้อมูล — สิทธิอื่นของเจ้าของข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับการร้องเรียน - [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — (1) พิจารณาเรื่องร้องเรียนตามมาตรานี้ - [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) — กระบวนการพิจารณาคำร้องเรียน — ใช้ระเบียบที่ออกตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **เหตุที่กฎหมายไม่กำหนดกระบวนการในตัวบท แต่ปล่อยให้ประกาศกำหนด:** - กระบวนการต้องการ**รายละเอียด**มาก (แบบฟอร์ม ช่องทาง ฯลฯ) — ไม่เหมาะกับ พ.ร.บ. - การประกาศกำหนดยืดหยุ่น สามารถปรับตามประสบการณ์ใช้งานจริง - ให้คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม - **กลไก "ไม่ซ้ำซ้อน" — ตัวอย่างผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่น:** - **ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย)** — กรณีข้อมูลของลูกค้าธนาคาร - **กสทช.** — กรณีข้อมูลของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม - **ก.ล.ต.** — กรณีข้อมูลในตลาดทุน - **คปภ.** — กรณีข้อมูลในธุรกิจประกัน - **กระทรวงสาธารณสุข** — กรณีข้อมูลของผู้ป่วย - **กกต.** — กรณีข้อมูลในการเลือกตั้ง - **ผู้ตรวจการแผ่นดิน** — กรณีหน่วยงานรัฐละเมิด - **เปรียบเทียบกับสิทธิอื่นในหมวด 3:** - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md)-[มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) เป็นสิทธิที่**ใช้กับผู้ควบคุมข้อมูลโดยตรง** (สิทธิเรียกร้อง) - [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) เป็นสิทธิที่**ใช้กับองค์กรกำกับ** (สิทธิร้องเรียน) — เป็น**ทางเลือกสุดท้าย**เมื่อสิทธิอื่นไม่ได้รับการตอบสนอง - **บุคคลอื่นนอกเหนือเจ้าของข้อมูล:** - ตัวบทระบุเฉพาะ "เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" — บุคคลอื่น (เช่น คู่กรณี ผู้พบเห็น) **ไม่มีสิทธิร้องเรียน**โดยตรง - แต่บุคคลอื่นสามารถ**แจ้งเหตุ**ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทราบ ซึ่งคณะกรรมการอาจใช้อำนาจ**ตรวจสอบ**ตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) (2) ได้ - **ลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง — เหตุที่ร้องเรียนเป็นรายบุคคลได้:** - ผู้ควบคุมข้อมูลอาจไม่รู้/ไม่ได้สั่งการ — แต่ลูกจ้างกระทำผิดเอง - การเปิดทางให้ร้องเรียนถึงตัวบุคคลทำให้สามารถลงโทษเฉพาะผู้กระทำได้ - สอดคล้องกับ [มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md) (ความรับผิดทางแพ่งของผู้ควบคุม) ที่ผู้ควบคุมยังต้องรับผิดในฐานะนายจ้างด้วย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/73.md ============================================================ โนด: มาตรา 74 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/74.md # มาตรา 74 ## ตัวบท > มาตรา 74 ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดไว้ในมาตรา 73 วรรคสอง หรือเป็นเรื่องร้องเรียนที่ระเบียบนั้นได้กำหนดไม่ให้รับไว้พิจารณา ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณา > > เมื่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 72 (1) หรือตรวจสอบการกระทำใด ๆ ตามมาตรา 72 (2) แล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนหรือการกระทำนั้นไม่มีมูล ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งยุติเรื่อง > > ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาหรือตรวจสอบตามวรรคสองแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนหรือการกระทำนั้นเป็นกรณีซึ่งอาจไกล่เกลี่ยได้และคู่กรณีประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ย ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการไกล่เกลี่ย แต่หากเรื่องร้องเรียนหรือการกระทำนั้นไม่อาจไกล่เกลี่ยได้ หรือไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจออกคำสั่ง ดังต่อไปนี้ > > (1) สั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติหรือดำเนินการแก้ไขการกระทำของตนให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด > > (2) สั่งห้ามผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้กระทำการใดเพื่อระงับความเสียหายนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด > > ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งตามวรรคสาม (1) หรือ (2) ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อบังคับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้มีอำนาจสั่งยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินเพื่อการนั้น > > การจัดทำคำสั่งตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม (1) หรือ (2) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ให้ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ลงนามแทน > > คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด > > ในการดำเนินการตามมาตรานี้ เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมด้วยเหตุผล และในกรณีที่ไม่รับเรื่องร้องเรียนหรือยุติเรื่องที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น ให้แจ้งผู้ร้องเรียนทราบ หากผู้ร้องเรียนประสงค์จะให้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นตามกฎหมายอื่น ให้ดำเนินการตามความประสงค์ดังกล่าว และให้ถือว่าผู้มีอำนาจพิจารณาได้รับเรื่องร้องเรียนนับแต่วันที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับเรื่องร้องเรียนนั้น ## สรุป มาตรานี้เป็น**กลไกหลักในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน**ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) ครอบคลุม **5 ขั้น**: (1) **ไม่รับเรื่อง** — ผิดระเบียบ; (2) **ยุติเรื่อง** — ไม่มีมูล; (3) **ไกล่เกลี่ย** — ถ้าทำได้และคู่กรณีประสงค์; (4) **ออกคำสั่ง** — ให้แก้ไข/ห้ามกระทำ ภายในเวลาที่กำหนด; (5) **บังคับทางปกครอง** — ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง — **คำสั่งเป็นที่สุด** + **ส่งต่อให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่น**ได้ตามคำขอของผู้ร้องเรียน ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — ไม่รับเรื่องร้องเรียน:** - **เหตุ 2 ประการ:** 1. ผู้ร้องเรียนไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ([มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) วรรค 2) 2. เรื่องที่ระเบียบกำหนดไม่ให้รับ - **วรรค 2 — ยุติเรื่อง:** - **เหตุ:** พิจารณาตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) (1) หรือตรวจสอบตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) (2) แล้ว**ไม่มีมูล** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งยุติเรื่อง - **วรรค 3 — ไกล่เกลี่ย:** - **เงื่อนไข 2 ข้อ:** 1. เรื่องนั้นเป็นกรณีที่**อาจไกล่เกลี่ยได้** 2. **คู่กรณีประสงค์**จะให้ไกล่เกลี่ย - **ผลของการไกล่เกลี่ย:** - **สำเร็จ:** ระงับข้อพิพาท - **ไม่อาจไกล่เกลี่ยได้ / ไม่สำเร็จ:** ออกคำสั่ง 2 ประเภท - **(1) คำสั่งให้แก้ไข** — สั่งให้ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด - **(2) คำสั่งห้ามกระทำ + สั่งให้กระทำเพื่อระงับ** — ห้ามการกระทำที่ก่อความเสียหาย หรือสั่งให้กระทำการใดเพื่อระงับ - **วรรค 4 — บังคับทางปกครอง:** - **กรณี:** ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งวรรค 3 (1) หรือ (2) - **กลไก:** ใช้บทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง**โดยอนุโลม** - **กรณีต้องยึด/อายัด/ขายทอดตลาด:** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ**เป็นผู้มีอำนาจสั่ง** - **วรรค 5 — รูปแบบคำสั่ง:** - คำสั่งวรรค 1, 2, 3 (1), (2) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ประกาศกำหนด - **วรรค 6 — ผู้ลงนาม:** - ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงนามแทนคณะ - **วรรค 7 — ความเป็นที่สุด:** - คำสั่งตามมาตรานี้**เป็นที่สุด** — ไม่อุทธรณ์ในชั้นปกครองได้ - **วรรค 8 — การแจ้งและการส่งต่อ:** - ต้องแจ้งผู้ร้องเรียน**ทุกผลการพิจารณา**พร้อมเหตุผล - กรณีไม่รับ/ยุติเพราะมีผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่น → ผู้ร้องอาจขอให้**ส่งต่อ** - ส่งต่อแล้ว**นับวันที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับเรื่อง**เป็นวันที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่นได้รับ — รักษาผลทางกฎหมาย เช่น อายุความ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md) — โครงสร้างคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — องค์กรที่ใช้อำนาจตามมาตรานี้ - [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) — หน้าที่และอำนาจ 4 ประการ — มาตรานี้ใช้ขยาย (1), (2), (3) - [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) — สิทธิร้องเรียน + ระเบียบ — ระเบียบในวรรค 2 ของ [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) เป็นเกณฑ์การไม่รับ/ยุติเรื่อง - [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) — อำนาจสั่งโทษทางปกครอง — เชื่อมกับมาตรานี้ผ่านวรรค 4 และวรรค 6 ([มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 4 อ้างถึง [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4 และ 6) ## หมายเหตุ - **5 ขั้นตอน — แสดงเป็นแผนผัง:** ``` รับคำร้องเรียน ↓ ผิดระเบียบ? ──── ใช่ ──→ ไม่รับเรื่อง (วรรค 1) ↓ ไม่ มีมูล? ──── ไม่ ──→ ยุติเรื่อง (วรรค 2) ↓ ใช่ ไกล่เกลี่ยได้ + คู่กรณีประสงค์? ──── ใช่ ──→ ไกล่เกลี่ย (วรรค 3) ↓ ไม่ / ไม่สำเร็จ ออกคำสั่ง (1) แก้ไข หรือ (2) ห้าม/ระงับ (วรรค 3) ↓ ปฏิบัติตามคำสั่ง? ──── ไม่ ──→ บังคับทางปกครอง (วรรค 4) ── ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด ``` - **ความเป็นที่สุดของคำสั่ง — ผลในเชิงระบบ:** - **ไม่อุทธรณ์ในชั้นปกครองได้** (เช่น ไม่ส่งต่อคณะกรรมการ) - **ฟ้องต่อศาลปกครองได้** — ความเป็นที่สุดในชั้นปกครองไม่ตัดสิทธิทางตุลาการ - หลักการทั่วไป: คำสั่งทางปกครองที่เป็นที่สุดยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลปกครอง - **เปรียบเทียบกระบวนการในมาตรานี้ vs ความรับผิดทางแพ่ง ([มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md)):** - **มาตรานี้:** เครื่องมือทางปกครอง — บังคับให้ผู้ควบคุมแก้ไข + บังคับทางปกครอง - [มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md): เครื่องมือทางแพ่ง — เจ้าของข้อมูลฟ้องเรียกค่าเสียหาย - 2 ระบบนี้**คู่ขนาน** — เจ้าของข้อมูลใช้ทั้ง 2 ทางได้ - **การส่งต่อตามวรรค 8 — ทำไมต้องนับเวลาย้อน:** - เพื่อ**รักษาอายุความ** — ผู้ร้องเรียนไม่เสียสิทธิเพราะคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาพิจารณา - ตัวอย่าง: เรื่องของ ธปท. → ถ้านับวันใหม่ตอนส่งต่อ อาจขาดอายุความตาม กม.ของ ธปท. - **ไกล่เกลี่ย — ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ:** - **ข้อดี:** ระงับเร็ว, รักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ, ลดภาระคดี - **ข้อจำกัด:** ต้อง**คู่กรณีประสงค์** — ทั้งสองฝ่าย; ฝ่ายเดียวประสงค์ไม่พอ - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่**ผู้ไกล่เกลี่ย** ไม่ใช่**ตัดสิน** - **เหตุที่ต้องให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่ง "ยึด อายัด ขายทอดตลาด" เอง (วรรค 4):** - กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองโดยทั่วไปมอบให้**เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่ง**บังคับ - แต่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็น**คณะ** — ไม่ใช่เจ้าหน้าที่บุคคลคนเดียว - มาตรานี้จึงต้องระบุให้ชัดว่า**คณะ**มีอำนาจสั่งยึด/อายัด/ขายทอดตลาดได้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/74.md ============================================================ โนด: มาตรา 75 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/75.md # มาตรา 75 ## ตัวบท > มาตรา 75 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดส่งเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่มีผู้ร้องเรียน หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งจะสั่งให้บุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยก็ได้ ## สรุป มาตรานี้ให้**อำนาจสืบสวนหาข้อเท็จจริง**แก่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) โดยสั่งให้**บุคคลใด** (1) ส่ง**เอกสารหรือข้อมูล** หรือ (2) **มาชี้แจงข้อเท็จจริง** เกี่ยวกับเรื่องที่ร้องเรียน หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพิจารณาตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) และ [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้มีอำนาจ:** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) - **ผู้ถูกสั่ง:** **บุคคลใด** — ขอบเขตกว้าง ครอบคลุม - ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - ลูกจ้าง/ผู้รับจ้าง - บุคคลที่ 3 ที่อาจมีข้อมูลเกี่ยวข้อง (เช่น พยาน คู่ค้า) - **2 ประเภทของคำสั่ง:** 1. **ส่งเอกสารหรือข้อมูล** 2. **มาชี้แจงข้อเท็จจริง** - **ขอบเขตของเรื่อง 2 ประเภท:** 1. **เรื่องที่มีผู้ร้องเรียน** — เชื่อมกับ [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) (1) 2. **เรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** — เปิดให้ใช้กับการตรวจสอบเชิงรุก ([มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) (2)) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) — หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — มาตรานี้เป็นเครื่องมือสนับสนุน (1) และ (2) - [มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md) — โทษทางปกครองสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง — บังคับให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรานี้ ## หมายเหตุ - **บทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง:** - [มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md) กำหนดโทษทางปกครอง**ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท** สำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่มาชี้แจงตามมาตรานี้ - บทลงโทษนี้ทำให้คำสั่งตามมาตรานี้**มีน้ำหนัก** — ไม่ใช่คำขอเชิงสมัครใจ - **ขอบเขตกว้างของ "บุคคลใด" — เปรียบเทียบกับ [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md):** - **มาตรานี้:** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่ง — ผ่านหนังสือ/คำสั่ง - [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md): พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ — สามารถเข้าสถานที่ + ยึดอายัดด้วย (ต้องมีคำสั่งศาล) - 2 มาตรานี้เป็น**เครื่องมือเสริมกัน** — มาตรานี้เน้นการเรียก, [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) เน้นการลงพื้นที่ - **เปรียบเทียบกับอำนาจในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา:** - **พนักงานสอบสวน (ป.วิ.อาญา):** มีอำนาจเรียกพยาน/เอกสาร — แต่ในคดีอาญาเท่านั้น - **มาตรานี้:** ใช้ในชั้นพิจารณาเรื่องร้องเรียน — เป็นอำนาจทางปกครอง - **ข้อจำกัดในเชิงสิทธิเสรีภาพ:** - มาตรานี้ไม่กำหนดวิธีคุ้มครองข้อมูลที่เป็น**ความลับทางการค้า**ของผู้ส่งเอกสาร - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและพนักงานต้องเก็บข้อมูลเป็นความลับ — ผูกพันโดย [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md) (ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่) - **บุคคลที่อ้างเอกสิทธิ์:** - มาตรานี้ไม่ระบุข้อยกเว้น เช่น เอกสิทธิ์ของทนายความ-ลูกความ - ในทางปฏิบัติต้องตีความให้สอดคล้องกับหลักทั่วไปในการอ้างเอกสิทธิ์ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/75.md ============================================================ โนด: มาตรา 76 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/76.md # มาตรา 76 ## ตัวบท > มาตรา 76 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ > > (1) มีหนังสือแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ใดมาให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการหรือการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ > > (2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง แล้วรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ใดได้กระทำผิดหรือทำให้เกิดความเสียหายเพราะฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ > > ในการดำเนินการตาม (2) หากมีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ใดเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง ยึดหรืออายัดเอกสารหลักฐาน หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีไว้หรือใช้เพื่อกระทำความผิด > > ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้รัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าและมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด > > ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรานี้ ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร > > บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## สรุป มาตรานี้กำหนด**หน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่** 2 ประการ: (1) มีหนังสือแจ้งให้บุคคลส่งเอกสารหรือมาให้ข้อมูล; (2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วรายงานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — กรณีจำเป็นต้อง**เข้าสถานที่/ยึด/อายัด** ต้องมี**คำสั่งศาล**ก่อน เฉพาะระหว่าง**พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก** หรือในเวลาทำการ — รัฐมนตรี**แต่งตั้ง**จากข้าราชการระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่า — ในการปฏิบัติหน้าที่ต้อง**แสดงบัตรประจำตัว** ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — หน้าที่และอำนาจ 2 ประการ:** - **(1) เรียกเอกสาร/ข้อมูล:** - มี**หนังสือแจ้ง**ให้บุคคลมาให้ข้อมูลหรือส่งเอกสาร/หลักฐาน - ขอบเขต: เกี่ยวกับการดำเนินการหรือการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. - **(2) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง:** - **รายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ** ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) - ขอบเขต: กรณีที่มีการฝ่าฝืน พ.ร.บ. หรือประกาศ - **วรรค 2 — เข้าสถานที่ + ยึดอายัด (ต้องมีคำสั่งศาล):** - **เงื่อนไข:** มีความจำเป็นเพื่อ - คุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ - ประโยชน์สาธารณะ - **กระบวนการ:** ยื่นคำร้องต่อ**ศาลที่มีเขตอำนาจ** - **เวลาที่เข้าได้:** - ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือ - ในเวลาทำการของสถานที่นั้น - **อำนาจหลังคำสั่งศาล:** - เข้าสถานที่ - ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง - ยึดหรืออายัดเอกสาร/หลักฐาน/สิ่งอื่นใด - ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด - มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีไว้/ใช้กระทำความผิด - **วรรค 3 — การแต่งตั้ง:** - **ผู้แต่งตั้ง:** รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม - **คุณสมบัติขั้นต่ำ:** ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ระดับ**ปฏิบัติการหรือเทียบเท่า**ขึ้นไป - **คุณสมบัติเพิ่มเติม:** ตามที่คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) ประกาศกำหนด - **วรรค 4 — บัตรประจำตัว:** - ต้อง**แสดงบัตร**ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง - ผู้ที่เกี่ยวข้องต้อง**อำนวยความสะดวกตามสมควร** - **วรรค 5 — แบบบัตร:** - ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) — หน้าที่ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — รับรายงานจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (2) - [มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md) — โทษทางปกครองสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตาม (1) หรือไม่อำนวยความสะดวกตามวรรค 4 ## หมายเหตุ - **3 ระดับของอำนาจ — แสดงเป็นชั้น:** ``` ระดับ 1: เรียกเอกสารผ่านหนังสือ (วรรค 1 (1)) ↓ ผู้ฝ่าฝืนถูกปรับทางปกครองตาม [[มาตรา-89]] ระดับ 2: ตรวจสอบและรายงาน (วรรค 1 (2)) ↓ ถ้าไม่ได้ผล หรือมีเหตุจำเป็นเพิ่มเติม ระดับ 3: ยื่นคำร้องต่อศาล → เข้าสถานที่ + ยึด/อายัด (วรรค 2) ``` - **เหตุผลที่ต้องมีคำสั่งศาล:** - **คุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ** — สิทธิในความเป็นส่วนตัว + เสรีภาพในเคหสถาน - การให้ศาลทบทวนเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจ — ป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต - สอดคล้องกับ **ป.วิ.อาญา ม.92** (การค้น) ที่ต้องมีหมายค้น - **เหตุที่จำกัดเวลา "พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก":** - หลักการคุ้มครองสิทธิในเคหสถาน — ห้ามค้นเวลากลางคืน เว้นแต่กรณีพิเศษ - สอดคล้องกับ **ป.วิ.อาญา ม.96** (การค้นในเคหสถาน) - ทางเลือก: ในเวลาทำการของสถานที่ — เพราะธุรกิจบางแห่งทำงานช่วงบ่าย/เย็น - **เปรียบเทียบ [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) vs [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md):** - **[มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) (สั่งโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ):** - เรียกบุคคล**มา**ให้ข้อมูล/เอกสาร - ไม่มีอำนาจเข้าสถานที่ - **[มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) (สั่งโดยพนักงานเจ้าหน้าที่):** - เรียกผ่านหนังสือ + **ลงพื้นที่**ได้ (มีคำสั่งศาล) - มีอำนาจ**ยึด/อายัด** - 2 มาตรานี้เสริมกัน — [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) = ใช้กับเรื่องที่ผู้ครอบครองข้อมูลร่วมมือ; [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) = ใช้เมื่อต้องการสืบสวนเชิงรุก - **คุณสมบัติพนักงานเจ้าหน้าที่ — เหตุที่ต้องเป็นข้าราชการ:** - ผูกพันด้วย**ระเบียบทางวินัย**ของข้าราชการ — ป้องกันการละเมิดอำนาจ - มีกลไก**ลงโทษ**กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ - ระดับปฏิบัติการขึ้นไป — เพื่อให้มีวุฒิภาวะและประสบการณ์ - **อำนาจสั่งให้บุคคลมาให้ข้อมูล (วรรค 1 (1)) vs สั่งให้บุคคลมาชี้แจง ([มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md)):** - 2 มาตรามีอำนาจคล้ายกัน แต่**ผู้สั่ง**ต่างกัน - **พนักงานเจ้าหน้าที่:** ระดับปฏิบัติ — ออกหนังสือเรียก - **คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ:** ระดับองค์กร — ออกคำสั่งเป็นทางการ - **บัตรประจำตัว — เหตุผลทางกฎหมาย:** - การแสดงบัตรเป็น**เงื่อนไข**ของการใช้อำนาจ — ไม่แสดงบัตร = ใช้อำนาจมิชอบ - คุ้มครองประชาชนจากผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ - สอดคล้องกับ**กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง** ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/76.md ============================================================ โนด: มาตรา 77 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/77.md # มาตรา 77 ## ตัวบท > มาตรา 77 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะพิสูจน์ได้ว่า > > (1) ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง > > (2) เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย > > ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นในการป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วด้วย ## สรุป มาตรานี้เปิดหมวด 6 (ความรับผิดทางแพ่ง) ด้วยหลัก**ความรับผิดเด็ดขาด** — ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ. และก่อความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล**ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน** **โดยไม่ต้องพิสูจน์เจตนาหรือประมาท** — มี**ข้อยกเว้น 2 ประการ**ที่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลพิสูจน์ได้: (1) **เหตุสุดวิสัย** หรือเกิดจากเจ้าของข้อมูลเอง; (2) **ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่** — ค่าสินไหมรวม**ค่าใช้จ่ายในการป้องกัน/ระงับ**ความเสียหายของเจ้าของข้อมูลด้วย ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — หลักความรับผิดเด็ดขาด:** - **ผู้รับผิด:** - ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **เหตุที่รับผิด:** ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลโดย**ฝ่าฝืน**หรือ**ไม่ปฏิบัติตาม** พ.ร.บ. + เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล - **ขอบเขตความรับผิด:** ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน - **หลักความรับผิดเด็ดขาด:** **ไม่ต้องพิสูจน์เจตนาหรือประมาท** — ภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลในการพิสูจน์ข้อยกเว้น - **ข้อยกเว้น (1) — เหตุสุดวิสัย / เจ้าของข้อมูลเอง:** - **เหตุสุดวิสัย** — ตามนิยามใน ป.พ.พ. ม.8 (เหตุที่ป้องกันไม่ได้แม้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร) - **กระทำหรือละเว้นโดยเจ้าของข้อมูลเอง** — เช่น เจ้าของข้อมูลใส่รหัสผ่านอ่อน → ถูกแฮก - **ข้อยกเว้น (2) — ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่:** - **เจ้าหน้าที่**ที่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย - เช่น พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) สั่งให้ส่งข้อมูล → ผู้ควบคุมส่งตามคำสั่ง → ไม่รับผิด - **วรรค 2 — ขอบเขตค่าสินไหมทดแทน:** - รวม**ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น**ในการ - **ป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น** - **ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 78](https://link.pdpalawbase.com/section/78.md) — ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ + อายุความ — ขยายมาตรานี้เรื่องจำนวนและกรอบเวลา ## หมายเหตุ - **เหตุที่ใช้หลักความรับผิดเด็ดขาด — ไม่ใช่ความรับผิดเพราะประมาท:** - **ความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูล** — ผู้ควบคุมเก็บข้อมูลของเจ้าของ; เจ้าของไม่เห็นกระบวนการภายใน - การพิสูจน์**ประมาทเลินเล่อ**ของผู้ควบคุมเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับเจ้าของข้อมูล - ผู้ควบคุมเป็นผู้**ได้ประโยชน์**จากข้อมูล → ควรรับ**ความเสี่ยง**ที่มาด้วย - สอดคล้องกับ **GDPR Art. 82** ที่ใช้หลักความรับผิดเด็ดขาดเช่นกัน - **เปรียบเทียบกับ ป.พ.พ. ม.420 (ละเมิดทั่วไป):** - **ป.พ.พ. ม.420:** ต้องพิสูจน์**จงใจหรือประมาท** + ความเสียหาย + ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล - **มาตรานี้:** **ไม่ต้องพิสูจน์**จงใจหรือประมาท — เพียงพิสูจน์การฝ่าฝืน พ.ร.บ. + ความเสียหาย + ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล - **ภาระการพิสูจน์ — เปรียบเทียบ:** - **เจ้าของข้อมูล (โจทก์):** พิสูจน์ - ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลฝ่าฝืน พ.ร.บ. - ความเสียหายเกิดขึ้น - ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างการฝ่าฝืนกับความเสียหาย - **ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล (จำเลย):** พิสูจน์**ข้อยกเว้น** (1) หรือ (2) เพื่อให้พ้นความรับผิด - **ข้อยกเว้น (2) — เหตุที่รับผิดไม่ได้:** - การกระทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ความผิดของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - ตัวอย่าง: ตำรวจมีหมายขอข้อมูล → ผู้ควบคุมต้องส่งให้ — ไม่ควรต้องชดใช้ค่าเสียหาย - แต่ถ้าคำสั่ง**ไม่ชอบด้วยกฎหมาย** (เช่น ไม่มีหมาย) → ข้อยกเว้นนี้ไม่ใช้ — ผู้ควบคุมยังต้องรับผิด - **ค่าใช้จ่ายป้องกัน/ระงับ — ตัวอย่าง:** - **ป้องกัน:** เจ้าของข้อมูลรู้ว่าข้อมูลรั่ว → จ้างที่ปรึกษาช่วยเปลี่ยนรหัสผ่าน, ตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ - **ระงับ:** เจ้าของข้อมูลรู้ว่ามีการขโมยตัวตน → ค่าใช้จ่ายในการ**แจ้งความ**, ขอคืนเงินจากบัตรเครดิต, แก้ไขรายงานเครดิต - การรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้สะท้อนหลัก**คืนสภาพเดิม**ของกฎหมายแพ่ง - **ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ควบคุมกับลูกจ้าง — เปรียบเทียบกับ ป.พ.พ. ม.425:** - **ป.พ.พ. ม.425:** นายจ้างรับผิดในการกระทำของลูกจ้างที่ทำในทางการที่จ้าง - **มาตรานี้:** ผู้ควบคุมรับผิดในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล — รวมการกระทำของลูกจ้าง/ผู้รับจ้างที่ดำเนินการในนามผู้ควบคุม - **กลไกระงับข้อพิพาท — 2 ทางคู่ขนาน:** - **ทางปกครอง:** ร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md), [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md)) - **ทางแพ่ง:** ฟ้องเรียกค่าเสียหายตามมาตรานี้ - 2 ทางใช้พร้อมกันได้ — เจ้าของข้อมูลไม่ต้องเลือก ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/77.md ============================================================ โนด: มาตรา 78 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/78.md # มาตรา 78 ## ตัวบท > มาตรา 78 ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงที่ศาลกำหนดได้ตามที่ศาลเห็นสมควร แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ เช่น ความร้ายแรงของความเสียหายที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับ ผลประโยชน์ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้รับ สถานะทางการเงินของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้บรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีส่วนในการก่อให้เกิดความเสียหายด้วย > > สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เป็นอันขาดอายุความเมื่อพ้นสามปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องรับผิด หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ## สรุป มาตรานี้ขยาย [มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md) ใน 2 มิติ: **(1) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ** — ศาลมีอำนาจสั่งให้จ่ายเพิ่ม**ไม่เกินสองเท่า**ของค่าสินไหมที่แท้จริง โดยพิจารณาจากความร้ายแรง ผลประโยชน์ที่ได้รับ สถานะการเงิน การบรรเทา และส่วนของเจ้าของข้อมูล; **(2) อายุความ** — **3 ปีนับแต่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้รับผิด** หรือ **10 ปีนับแต่วันละเมิด** (แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน) ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ:** - **ผู้มีอำนาจสั่ง:** ศาล (ศาลที่มีเขตอำนาจ — ศาลแพ่งทั่วไป) - **ผู้ต้องจ่าย:** ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - **เพดาน:** ไม่เกิน**สองเท่า**ของค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริง - **เป็นอำนาจดุลพินิจ — ศาลพิจารณาตามเห็นสมควร** - **พฤติการณ์ที่ศาลคำนึงถึง 5 ประการ:** 1. **ความร้ายแรง**ของความเสียหายที่เจ้าของข้อมูลได้รับ 2. **ผลประโยชน์**ที่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลได้รับ 3. **สถานะทางการเงิน**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล 4. **การบรรเทาความเสียหาย**โดยผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล 5. **ส่วนของเจ้าของข้อมูล**ในการก่อให้เกิดความเสียหาย - **วรรค 2 — อายุความ (กฎ 3+10):** - **อายุความระยะสั้น (3 ปี):** นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ - **ความเสียหาย** + **ตัวผู้ที่ต้องรับผิด** (รู้**ทั้งสอง**) - **อายุความระยะยาว (10 ปี):** นับแต่วันที่**มีการละเมิด** - **อายุความขาดเมื่อถึงระยะเวลาใดก่อน** — แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md) — ความรับผิดทางแพ่ง — มาตรานี้ขยายเรื่อง**จำนวน**และ**กรอบเวลา** ## หมายเหตุ - **ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ — แนวคิดและบทบาท:** - **แนวคิด:** เป็น**บทลงโทษ**เพิ่มเติมจากการชดใช้ความเสียหาย - **เป้าประสงค์:** - **ป้องปราม** — ทำให้การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล**ไม่คุ้มค่า**ในเชิงเศรษฐกิจ - **ลงโทษ** — สำหรับการกระทำที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง - แตกต่างจากค่าสินไหมทดแทน**ทั่วไป**ที่มุ่งคืนสภาพเดิม - **เปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศอื่น:** - **GDPR Art. 83** (โทษปรับทางปกครอง) — สูงสุด 20 ล้านยูโร หรือ 4% ของยอดขายรวมทั่วโลก - **PDPA สิงคโปร์:** ปรับสูงสุด 10% ของยอดขายรายปีในสิงคโปร์ - **PDPA ไทย (มาตรานี้):** ค่าสินไหมเพื่อการลงโทษไม่เกิน 2 เท่า + ปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้าน ([มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md), [มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md)) - **เพดาน "สองเท่า" — เปรียบเทียบกับกฎหมายไทยอื่น:** - **กฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ม.11:** ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่แท้จริง - **กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคไทย:** หลายฉบับใช้เพดานสองเท่า - มาตรานี้ใช้เกณฑ์เดียวกัน — สอดคล้องกับแนวทางของกฎหมายคุ้มครองสิทธิอื่น - **5 พฤติการณ์ — แสดงถึงการชั่งน้ำหนักทุกฝ่าย:** - 3 ปัจจัยแรกเน้น**พฤติกรรมของผู้กระทำ** (ความเสียหาย ผลประโยชน์ สถานะการเงิน) - **การบรรเทา** ส่งเสริมให้ผู้กระทำแก้ไขความเสียหาย - **ส่วนของเจ้าของข้อมูล** สอดคล้องกับหลัก**ความผิดของผู้เสียหายเอง**ตามกฎหมายแพ่ง - **อายุความ — เปรียบเทียบกับ ป.พ.พ. ม.448:** - **ป.พ.พ. ม.448 (ละเมิดทั่วไป):** 1 ปีจากรู้ตัว / 10 ปีจากวันละเมิด - **มาตรานี้:** **3 ปี**จากรู้ตัว / 10 ปีจากวันละเมิด - มาตรานี้ให้**เวลาเพิ่ม 2 ปี**สำหรับเจ้าของข้อมูลในการรู้ตัวก่อนฟ้อง — เพราะ - การละเมิดข้อมูลตรวจสอบยาก เจ้าของข้อมูลอาจรู้ช้า - ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน (เช่น ขอข้อมูลจากผู้ควบคุม) - **"รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้รับผิด" — เกณฑ์ที่เข้มงวด:** - ต้องรู้**ทั้งสอง**อย่าง (รู้ว่าเสียหาย + รู้ว่าใครต้องรับผิด) - ถ้าเจ้าของข้อมูลรู้ว่าข้อมูลรั่ว แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเหตุ → อายุความยังไม่เริ่ม (3 ปี) - แต่หลัง 10 ปีจากวันละเมิด → ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ → อายุความขาด (เพดานสุดท้าย) - **ความเชื่อมโยงกับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษและอายุความ:** - การที่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลฝ่าฝืน พ.ร.บ. แล้วเจ้าของข้อมูลฟ้องภายใน 3/10 ปี → ศาลพิจารณา**สั่งจ่ายค่าสินไหมเพื่อการลงโทษ**ได้ - ทำให้กฎหมายมีน้ำหนักทั้ง**ความรับผิด**และ**บทลงโทษ**ในระบบเดียวกัน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/78.md ============================================================ โนด: มาตรา 79 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/79.md # มาตรา 79 ## ตัวบท > มาตรา 79 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ > > ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ > > ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ## สรุป มาตรานี้เปิดส่วนที่ 1 (โทษอาญา) ของหมวด 7 ด้วย**โทษอาญาที่หนักที่สุด**ใน พ.ร.บ. — สำหรับผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรค 1/2 (การใช้/เปิดเผย) หรือไม่ปฏิบัติ [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) (ส่งต่างประเทศ) **เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว** ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) — มี **2 ระดับโทษ**: (1) **6 เดือน หรือ 5 แสน** — น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย/เสียชื่อเสียง/ดูหมิ่น/เกลียดชัง/อับอาย; (2) **1 ปี หรือ 1 ล้าน** — เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ — เป็น**ความผิดอันยอมความได้** ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — โทษพื้นฐาน:** - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - **การกระทำ:** - ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรค 1 หรือวรรค 2 — ใช้/เปิดเผยโดยไม่มีความยินยอม / ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ - หรือไม่ปฏิบัติ [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — ส่งหรือโอนไปต่างประเทศโดยไม่มีฐานที่ชอบ - **เงื่อนไขจำกัด:** เกี่ยวกับ**ข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)** (ข้อมูลอ่อนไหว) - **ผลที่คาดได้:** **น่าจะ**ทำให้ผู้อื่น - เกิดความเสียหาย - เสียชื่อเสียง - ถูกดูหมิ่น - ถูกเกลียดชัง - ได้รับความอับอาย - **โทษ:** จำคุกไม่เกิน **6 เดือน** หรือปรับไม่เกิน **5 แสนบาท** หรือทั้งจำทั้งปรับ - **วรรค 2 — โทษเมื่อแสวงหาประโยชน์:** - การกระทำ + เงื่อนไขข้อมูลอ่อนไหวเหมือนวรรค 1 - **เจตนาเฉพาะ:** เพื่อ**แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย**สำหรับตนเองหรือผู้อื่น - **โทษ:** จำคุกไม่เกิน **1 ปี** หรือปรับไม่เกิน **1 ล้านบาท** หรือทั้งจำทั้งปรับ - **วรรค 3 — ลักษณะความผิด:** - **ความผิดอันยอมความได้** — ผู้เสียหายเป็นผู้เริ่มคดี + ถอนฟ้องได้ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ข้อมูลอ่อนไหว — ขอบเขตของความผิดมาตรานี้ - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) — การใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล — เป็นการฝ่าฝืนที่นำไปสู่โทษ - [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ — เป็นการไม่ปฏิบัติที่นำไปสู่โทษ ## หมายเหตุ - **ทำไมโทษอาญาจึงสงวนไว้สำหรับข้อมูลอ่อนไหว ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) เท่านั้น:** - ข้อมูลอ่อนไหว (เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลทางการแพทย์ ฯลฯ) มี**ผลกระทบรุนแรง**ต่อสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของบุคคลถ้าถูกเปิดเผย - ข้อมูลทั่วไป (ที่ไม่ใช่ข้อมูลอ่อนไหว) มี**โทษทางปกครอง**เท่านั้น ([มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)) - หลักการ**โทษเรียงตามความรุนแรงของผลกระทบ** - **เปรียบเทียบ 2 ระดับโทษ:** - **วรรค 1 (โทษพื้นฐาน):** การกระทำที่**น่าจะ**ทำให้เกิดผลร้ายแรง — ไม่ต้องเกิดผลจริง (เพียง "น่าจะ") - **วรรค 2 (โทษเพิ่ม):** การกระทำเพื่อ**แสวงหาประโยชน์** — เป็นความผิดที่มีโทษหนักขึ้น - การที่กฎหมายมี 2 ระดับ → ทำให้ศาลพิจารณาตามเจตนาผู้กระทำได้ละเอียดขึ้น - **"ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย" — ตีความ:** - ครอบคลุม**ผลประโยชน์ทางการเงิน** (ขายข้อมูล) และ**ผลประโยชน์อื่น** (ใช้ขู่เข็ญ ฯลฯ) - ไม่จำเป็นต้องได้ประโยชน์จริง — การกระทำ**เพื่อ**แสวงหาก็เพียงพอ - **"น่าจะ" — มาตรฐานการพิสูจน์:** - **ไม่ต้องเกิดผลจริง** — เพียงพิสูจน์ว่าการกระทำ**น่าจะ**ทำให้เกิดผล - คล้ายกับมาตรฐานในความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง ใน ป.อาญา ม.326 (หมิ่นประมาท) - **ความผิดอันยอมความได้ — ผลในเชิงปฏิบัติ:** - ผู้เสียหาย (เจ้าของข้อมูล)**ต้องร้องทุกข์**ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ (ป.อาญา ม.96) - ผู้เสียหาย**ถอนคำร้องทุกข์**ได้ — สอดคล้องกับ [มาตรา 78](https://link.pdpalawbase.com/section/78.md) ที่ให้สิทธิเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง - ตำรวจไม่สามารถสอบสวนได้เองโดยไม่มีคำร้องทุกข์ - เปิดทางให้**ไกล่เกลี่ยและประนีประนอม** — สอดคล้องกับนโยบายลดคดีในศาล - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md):** - **มาตรานี้:** ผู้**ควบคุม**ฝ่าฝืน + เกี่ยวกับ**ข้อมูลอ่อนไหว** + ผลร้ายแรง - [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md): **ผู้ใด**ที่ล่วงรู้ข้อมูลตามหน้าที่ พ.ร.บ. แล้วเปิดเผย — **ขอบเขตกว้างกว่า** - **เปรียบเทียบกับโทษทางปกครอง [มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md):** - **ม.84 (ปกครอง):** ผู้ควบคุมฝ่าฝืนเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว → ปรับ 5 ล้าน - **มาตรานี้ (อาญา):** + ผลร้ายแรง → จำคุก 6 เดือน-1 ปี + ปรับ 5 แสน-1 ล้าน - **2 บทลงโทษคู่ขนาน** — ใช้พร้อมกันได้ (โทษทางปกครองสำหรับนิติบุคคล + โทษอาญาสำหรับบุคคลที่กระทำ) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 81](https://link.pdpalawbase.com/section/81.md):** - ถ้านิติบุคคลกระทำผิดตามมาตรานี้ → กรรมการ/ผู้จัดการ/ผู้รับผิดชอบ**ต้องรับโทษด้วย**ตาม [มาตรา 81](https://link.pdpalawbase.com/section/81.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/79.md ============================================================ โนด: มาตรา 80 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/80.md # มาตรา 80 ## ตัวบท > มาตรา 80 ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ > > ความในวรรคหนึ่ง มิให้นำมาใช้บังคับแก่การเปิดเผย ในกรณีดังต่อไปนี้ > > (1) การเปิดเผยตามหน้าที่ > > (2) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน หรือการพิจารณาคดี > > (3) การเปิดเผยแก่หน่วยงานของรัฐในประเทศหรือต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย > > (4) การเปิดเผยที่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะครั้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล > > (5) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีต่าง ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ## สรุป มาตรานี้เป็น**ข้อห้ามการเปิดเผยข้อมูล**สำหรับผู้ที่**ล่วงรู้**ข้อมูลของผู้อื่นเนื่องจากการ**ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นี้** — มี**โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 5 แสนบาท** — มี**ข้อยกเว้น 5 ประการ**ที่เปิดเผยได้ชอบด้วยกฎหมาย: (1) ตามหน้าที่; (2) เพื่อการสอบสวน/พิจารณาคดี; (3) ให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ; (4) มีความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะครั้ง; (5) ข้อมูลคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — บทลงโทษ:** - **ผู้ต้องรับผิด:** **ผู้ใด** — ขอบเขตกว้างมาก ไม่จำกัดเฉพาะผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - กรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) - คณะกรรมการกำกับสำนักงาน ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) - เลขาธิการ ([มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md)) - พนักงานสำนักงาน - พนักงานเจ้าหน้าที่ ([มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md)) - **เงื่อนไข:** - **ล่วงรู้**ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น - เนื่องจาก**การปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นี้** - **นำไปเปิดเผย**แก่ผู้อื่น - **โทษ:** จำคุกไม่เกิน **6 เดือน** หรือปรับไม่เกิน **5 แสนบาท** หรือทั้งจำทั้งปรับ - **วรรค 2 — ข้อยกเว้น 5 ประการ:** 1. **การเปิดเผยตามหน้าที่** — เช่น เลขาธิการรายงานต่อคณะกรรมการ 2. **เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน หรือการพิจารณาคดี** — ตัวอย่าง: ตำรวจขอข้อมูลคดีอาญา 3. **เปิดเผยแก่หน่วยงานของรัฐในประเทศหรือต่างประเทศ**ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย — เช่น แลกเปลี่ยนข้อมูลกับ DPA ของอียู 4. **มีความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะครั้ง**จากเจ้าของข้อมูล — มาตรฐานสูงกว่าความยินยอมทั่วไป 5. **ข้อมูลที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะ**แล้ว — ข้อมูลที่อยู่ในชั้นศาลและเปิดเผยอยู่แล้ว ## มาตราที่อ้างอิง (ไม่มีการอ้างอิงมาตราภายใน พ.ร.บ. ตรง — มาตรานี้เป็นข้อห้ามทั่วไปสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่) ## หมายเหตุ - **ขอบเขตของ "ผู้ใด" — เปรียบเทียบกับ [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md):** - **มาตรานี้:** "ผู้ใด" — ครอบคลุมทั้ง**บุคคลภายในระบบ พ.ร.บ.** (กรรมการ พนักงาน) และบุคคลภายนอกที่ล่วงรู้ตามหน้าที่ - [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md): เฉพาะ "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" - 2 มาตรานี้ครอบคลุมการรั่วของข้อมูลจาก**คนละด้าน** - **ความสัมพันธ์กับ [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) และ [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md):** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ**ล่วงรู้**ข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ - มาตรานี้คือ**บทลงโทษ**ถ้าใช้อำนาจแล้วเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ - ทำให้อำนาจของคณะกรรมการ/พนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้**กรอบความรับผิดชอบ** - **ข้อยกเว้น (1) "การเปิดเผยตามหน้าที่" — ขอบเขต:** - **ตามหน้าที่ที่ พ.ร.บ. หรือกฎหมายอื่นกำหนด** — เช่น - เลขาธิการเสนอรายงานประจำปีตาม [มาตรา 70](https://link.pdpalawbase.com/section/70.md) - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญส่งต่อให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่นตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 8 - ไม่ใช่ "หน้าที่" ที่ตีความเอง — ต้องมีฐานทางกฎหมายชัดเจน - **ข้อยกเว้น (3) "หน่วยงานของรัฐ...ในประเทศหรือต่างประเทศ":** - **ในประเทศ:** เช่น แลกเปลี่ยนข้อมูลกับสำนักงานตำรวจ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน - **ต่างประเทศ:** กลไกความร่วมมือระหว่าง DPA — สอดคล้องกับ GDPR Art. 50 - ข้อจำกัด: **มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย** — ไม่ใช่หน่วยงานเอกชน - **ข้อยกเว้น (4) "ความยินยอมเป็นหนังสือ**เฉพาะครั้ง**":** - **มาตรฐานสูงกว่า** [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) (ความยินยอมทั่วไป) - ต้องเป็น**ลายลักษณ์อักษร** - **เฉพาะครั้ง** — ไม่ใช่ความยินยอมแบบกว้าง ๆ ใช้ได้หลายครั้ง - ออกแบบให้เจ้าของข้อมูล**เห็นชัด**ว่าจะมีการเปิดเผย - **ข้อยกเว้น (5) "ข้อมูลที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดี":** - คำพิพากษา/คำฟ้องที่**เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว** - ตามหลักการ**เปิดเผยกระบวนการยุติธรรม** (ป.วิ.อาญา ม.149 ทวิ) - **ความเชื่อมโยงกับหลักการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป:** - มาตรานี้คือกลไกบังคับ**หน้าที่รักษาความลับ**ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. - คล้ายกับหน้าที่รักษาความลับใน GDPR ที่ผูกพัน DPA และเจ้าหน้าที่ - สอดคล้องกับหลัก**ความน่าเชื่อถือของระบบ** — ถ้าเจ้าของข้อมูลไม่เชื่อว่าหน่วยงานคุ้มครองจะเก็บความลับ → จะไม่ใช้สิทธิร้องเรียน - **เปรียบเทียบกับโทษทางปกครอง:** - มาตรานี้เป็น**โทษอาญา** — เนื่องจากผู้กระทำเป็น**บุคคล**ที่ปฏิบัติหน้าที่ - ไม่มีโทษทางปกครองคู่ขนาน — เพราะการลงโทษทางปกครองเหมาะกับผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล (นิติบุคคล/องค์กร) มากกว่า - **อายุความ:** - โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน → อายุความ 5 ปี (ป.อาญา ม.95) - ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ (ตัวบทไม่ระบุ) — ต่างจาก [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/80.md ============================================================ โนด: มาตรา 81 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/81.md # มาตรา 81 ## ตัวบท > มาตรา 81 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการหรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย ## สรุป มาตรานี้กำหนดให้**กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน**ของนิติบุคคล**ต้องรับโทษ**ตาม พ.ร.บ. นี้**ด้วย**ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิด ครอบคลุม **2 ลักษณะ**: (1) **การสั่งการหรือการกระทำ** ที่นำไปสู่ความผิด; (2) **การละเว้น**ไม่สั่งการ/ไม่กระทำการที่ตน**มีหน้าที่**ต้องทำ — เป็นกลไกที่ทำให้**ผู้บริหารระดับสูง**ของนิติบุคคลรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกับนิติบุคคล ## องค์ประกอบสำคัญ - **เงื่อนไขเปิดมาตรา:** - **ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล** — บริษัท/มูลนิธิ/หน่วยงานของรัฐ/ฯลฯ - **ความผิดตาม พ.ร.บ. นี้** — ครอบคลุมโทษอาญาทั้งหมดในส่วนที่ 1 - **บุคคลที่อาจรับโทษด้วย 3 ประเภท:** - **กรรมการ** — สมาชิกคณะกรรมการบริษัท - **ผู้จัดการ** — ผู้บริหารระดับสูง - **บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงาน**ของนิติบุคคล — ขอบเขตเปิด - **2 ลักษณะการกระทำที่นำไปสู่ความรับผิด:** - **(1) การสั่งการหรือการกระทำ:** - **เชิงรุก** — สั่ง/กระทำให้นิติบุคคลกระทำความผิด - **(2) การละเว้น:** - **เชิงละเว้น** — มีหน้าที่ต้องสั่งการ/กระทำ แต่**ละเว้น** - **เป็นเหตุ**ให้นิติบุคคลกระทำความผิด - **ผลทางกฎหมาย:** - บุคคลดังกล่าว**ต้องรับโทษ**ตามที่บัญญัติสำหรับความผิดนั้น ๆ **ด้วย** - ความรับผิดของบุคคล + ความรับผิดของนิติบุคคล**คู่ขนาน** ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) — โทษอาญาสำหรับผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)/[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว — ถ้าผู้ควบคุมเป็นนิติบุคคล มาตรานี้ใช้ - [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md) — โทษอาญาสำหรับผู้ล่วงรู้ข้อมูลตามหน้าที่ พ.ร.บ. แล้วเปิดเผย — ถ้าผู้กระทำเป็นนิติบุคคล มาตรานี้ใช้ ## หมายเหตุ - **เหตุที่ต้องมีบทลงโทษกรรมการ/ผู้จัดการ:** - นิติบุคคลเป็น**สมมติบุคคล** — ไม่สามารถจำคุกได้ - การลงโทษ**ปรับนิติบุคคล**อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะป้องปราม - การ**ระบุตัวบุคคลที่รับผิดชอบ**ทำให้บทลงโทษมีน้ำหนัก - **เปรียบเทียบกับ ป.อาญา ม.84 (แห่งบทลงโทษการกระทำของลูกจ้าง):** - **ป.อาญา ม.84:** ผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด → รับโทษเสมือนเป็นตัวการ - **มาตรานี้:** ลักษณะเฉพาะของความรับผิดของผู้บริหารนิติบุคคล — ครอบคลุมทั้งการกระทำและการละเว้น - **เปรียบเทียบกับกฎหมายไทยอื่นที่มีบทลงโทษคู่ขนานทำนองนี้:** - **พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ม.16:** ลักษณะเดียวกัน - **พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ม.59:** ลักษณะเดียวกัน - **พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ม.300:** ครอบคลุมกรรมการบริษัทจดทะเบียน - **"ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน" — ขอบเขต:** - **ไม่จำกัดเฉพาะตำแหน่งทางการ** — ไม่ใช่ "กรรมการ" หรือ "ผู้จัดการ" เท่านั้น - ครอบคลุม**บุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจในการดำเนินงาน** — เช่น ผู้บริหารฝ่ายการเงิน ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ - **DPO** ([มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md)) อาจเข้าข่ายถ้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล - **การละเว้น — เกณฑ์การพิจารณา:** - **ต้องมีหน้าที่ต้องสั่งการ/กระทำการ** — เช่น - กรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. - DPO มีหน้าที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำตาม [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) - **ละเว้น**ไม่ทำหน้าที่ — เช่น ไม่ตั้ง DPO, ไม่ทำ DPIA, ไม่จัดทำ ROPA - **เป็นเหตุ**ให้นิติบุคคลกระทำความผิด - **ภาระการพิสูจน์:** - **อัยการ/โจทก์:** พิสูจน์ - การกระทำความผิดของนิติบุคคล - การสั่งการ/กระทำ/ละเว้นของบุคคลที่อ้างว่ารับผิด - ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล - **บุคคลผู้ถูกกล่าวหา:** อาจอ้างว่า - ไม่ได้สั่งการ/กระทำ/ละเว้น - ไม่มีหน้าที่ตามที่อ้าง - **กรณีคณะกรรมการมีมติเป็นกลุ่ม:** - **กรรมการที่ลงคะแนนเห็นชอบ** — อาจเข้าข่ายมาตรานี้ - **กรรมการที่คัดค้านและบันทึกในรายงานการประชุม** — อาจอ้างว่าไม่ได้ "สั่งการ" - หลักการนี้สอดคล้องกับ ป.พ.พ. ม.1170 (ความรับผิดของกรรมการบริษัท) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/81.md ============================================================ โนด: มาตรา 82 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/82.md # มาตรา 82 ## ตัวบท > มาตรา 82 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23 มาตรา 30 วรรคสี่ มาตรา 39 วรรคหนึ่ง มาตรา 41 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 42 วรรคสองหรือวรรคสาม หรือไม่ขอความยินยอมตามแบบหรือข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 19 วรรคสาม หรือไม่แจ้งผลกระทบจากการถอนความยินยอมตามมาตรา 19 วรรคหก หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23 ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 25 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท ## สรุป มาตรานี้เปิดส่วนที่ 2 (โทษทางปกครอง) ของหมวด 7 — กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท**สำหรับผู้ควบคุมที่**ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่พื้นฐาน 7 ข้อ**: (1) [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (แจ้งวัตถุประสงค์); (2) [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) วรรค 4 (สิทธิเข้าถึงข้อมูล); (3) [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 1 (จัดทำ ROPA); (4) [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 (ตั้ง DPO/ตัวแทน); (5) [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 2/3 (หน้าที่ DPO); (6) [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 3 (รูปแบบความยินยอม); (7) [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 6 (แจ้งผลกระทบการถอนความยินยอม) ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 1 ล้านบาท** - **การกระทำที่นำไปสู่โทษ:** - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อน/ขณะเก็บรวบรวม - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) วรรค 4 — ไม่ตอบสนองคำขอเข้าถึงข้อมูล - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 1 — ไม่จัดทำบันทึกรายการ (ROPA) - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 — ไม่แต่งตั้งตัวแทน/เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 2 หรือ 3 — ไม่สนับสนุน DPO หรือไม่เปิดเผยช่องทางติดต่อ DPO - ไม่ขอความยินยอมตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 3 - ไม่แจ้งผลกระทบจากการถอนความยินยอมตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 6 - ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) อนุโลมจาก [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) วรรค 2 (ข้อมูลจากแหล่งอื่น) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) — การขอความยินยอม — วรรค 3 (รูปแบบ) + วรรค 6 (แจ้งผลกระทบการถอน) - [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) — แจ้งวัตถุประสงค์ก่อน/ขณะเก็บ - [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) — การเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น — วรรค 2 อนุโลม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) - [มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md) — สิทธิเข้าถึงข้อมูล — วรรค 4 (ตอบสนองคำขอภายในเวลา) - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการการประมวลผล (ROPA) — วรรค 1 - [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — การตั้งตัวแทน/DPO — วรรค 1 - [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) — สนับสนุน DPO + ช่องทางติดต่อ — วรรค 2-3 ## หมายเหตุ - **โทษ 1 ล้าน — เกณฑ์ระดับที่ 1 ของ 3 ระดับ:** - **1 ล้าน:** หน้าที่พื้นฐาน — แจ้ง/ตั้งคน/ตอบสนอง ([มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)) - **3 ล้าน:** หน้าที่ใจกลาง — ฐานในการประมวลผล/วัตถุประสงค์ ([มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)) - **5 ล้าน:** ข้อมูลอ่อนไหว ([มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md)) - **เหตุที่หน้าที่ในมาตรานี้ปรับเพียง 1 ล้าน:** - เป็น**หน้าที่ปฏิบัติ**มากกว่า**หน้าที่ใจกลาง** - การละเลยทำให้กระบวนการ**ไม่โปร่งใส** แต่ไม่กระทบ**ฐาน**ในการประมวลผล - การแก้ไขทำได้ทันที (ไม่จำเป็นต้องลบข้อมูล) - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md):** - **มาตรานี้ ([มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)):** ไม่แจ้ง/ไม่ตั้งคน/ไม่ตอบสนอง → ปรับ 1 ล้าน - [มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md): ฝ่าฝืน**ฐานในการประมวลผล** ([มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) เป็นต้น) → ปรับ 3 ล้าน - 2 มาตราเป็น**ลำดับขั้น**ของความรุนแรง - **ภาวะความรับผิด — เปรียบเทียบกับ [มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md):** - **[มาตรา 77](https://link.pdpalawbase.com/section/77.md) (ความรับผิดทางแพ่ง):** ใช้หลักความรับผิดเด็ดขาด — ผู้ควบคุมรับผิดเสมอ เว้นแต่พิสูจน์ข้อยกเว้น 2 ข้อ - **มาตรานี้ (โทษทางปกครอง):** ใช้หลักความผิดทั่วไปของกฎหมายทางปกครอง — ผู้ควบคุมต้องมี**ความผิด** (จงใจหรือประมาทเลินเล่อ) แต่ภาระการพิสูจน์เบากว่ามาตรฐานทางอาญา - **การพิจารณาจำนวนเงินค่าปรับ:** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) - **5 พฤติการณ์:** ความร้ายแรง / ขนาดกิจการ / พฤติการณ์อื่น (ต่อ [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 2) - อาจ**สั่งให้แก้ไขหรือตักเตือน**ก่อนปรับ ([มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 1) - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 85](https://link.pdpalawbase.com/section/85.md) (ผู้ประมวลผล):** - **มาตรานี้:** ผู้**ควบคุม**ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) ว.1, [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) ว.2/3 → 1 ล้าน - [มาตรา 85](https://link.pdpalawbase.com/section/85.md): ผู้**ประมวลผล**ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) ว.1, [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) ว.2/3 → 1 ล้าน - **ระดับโทษเท่ากัน** — เพราะหน้าที่เหมือนกัน เพียงแต่ผู้รับผิดต่างกัน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/82.md ============================================================ โนด: มาตรา 83 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/83.md # มาตรา 83 ## ตัวบท > มาตรา 83 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 32 วรรคสอง หรือมาตรา 37 หรือขอความยินยอมโดยการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 25 วรรคสอง หรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท** — ระดับกลางในส่วนที่ 2 — สำหรับผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืน**หน้าที่ใจกลาง 9 ข้อ**: [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) (ใช้ตามวัตถุประสงค์); [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) (เก็บเท่าที่จำเป็น); [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (ฐานเก็บข้อมูล); [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) (เก็บจากแหล่งอื่น); [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) (ใช้/เปิดเผยข้อมูลทั่วไป); [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) (ส่งต่างประเทศ); [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรค 2 (สิทธิคัดค้าน); [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (หน้าที่รักษาความปลอดภัย); [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1/3 (ส่งโอนข้อมูล) — รวมทั้ง**การหลอกลวง**ในการขอความยินยอม ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 3 ล้านบาท** - **การกระทำ 3 กลุ่ม:** - **กลุ่ม 1 — ฝ่าฝืนหน้าที่ใจกลาง:** - [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) — ต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง - [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) — เก็บเท่าที่จำเป็น - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บข้อมูล (ความยินยอม + 6 ฐานอื่น) - [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) วรรค 1 — เก็บจากแหล่งอื่นต้องมีฐาน - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรค 1 หรือ 2 — ใช้/เปิดเผยตามฐาน + วัตถุประสงค์ - [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — ส่งต่างประเทศ - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรค 2 — เคารพสิทธิคัดค้านการประมวลผล - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — มาตรการรักษาความปลอดภัย - **กลุ่ม 2 — การหลอกลวง:** - **ขอความยินยอมโดยการหลอกลวง** หรือ - **ทำให้เจ้าของข้อมูลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์** - หรือไม่ปฏิบัติ [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) อนุโลมจาก [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) วรรค 2 - **กลุ่ม 3 — การส่งโอน:** - ส่ง/โอนข้อมูลโดยไม่เป็นไปตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1 หรือ 3 ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) — ใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ - [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) — เก็บเท่าที่จำเป็น - [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) — ฐานในการเก็บข้อมูลทั่วไป - [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) — การเก็บจากแหล่งอื่น - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) — การใช้และเปิดเผย - [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — การส่งหรือโอนไปต่างประเทศ - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — ฐานสำหรับการส่งหรือโอน - [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) — สิทธิคัดค้าน - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — มาตรการรักษาความปลอดภัย ## หมายเหตุ - **เหตุที่ปรับ 3 ล้าน — สูงกว่า [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md):** - หน้าที่ใน [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md) เป็น**ปฏิบัติ** — ไม่แจ้ง/ไม่ตั้งคน/ไม่ตอบ - หน้าที่ในมาตรานี้เป็น**ใจกลาง** — ฐาน/วัตถุประสงค์/ความปลอดภัย - การละเลยกระทบ**สิทธิของเจ้าของข้อมูลโดยตรง** - **3 ระดับโทษทางปกครองสำหรับผู้ควบคุม:** - **1 ล้าน:** หน้าที่ปฏิบัติ ([มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)) - **3 ล้าน:** หน้าที่ใจกลาง (มาตรานี้) — ข้อมูลทั่วไป - **5 ล้าน:** ข้อมูลอ่อนไหว ([มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md)) - **การหลอกลวงในการขอความยินยอม — ลักษณะเฉพาะ:** - ความยินยอมต้อง**ชัดเจน เข้าใจได้** ตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) - การหลอกลวงทำให้ความยินยอม**ไม่สมบูรณ์** — เจ้าของข้อมูลตัดสินใจโดยไม่รู้ความจริง - มาตรานี้กำหนดโทษ**โดยตรง**ต่อการหลอกลวง — เพิ่มความเข้มข้นของหลักการความยินยอม - **เปรียบเทียบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) ในมาตรานี้ vs [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md):** - **มาตรานี้ ([มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)) — โทษทางปกครอง:** ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) ว.1/2 (ข้อมูลทั่วไป) → 3 ล้าน - [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) — โทษอาญา: ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) ว.1/2 + เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) + ผลร้ายแรง → จำคุก/ปรับ - **2 บทลงโทษคู่ขนาน** — แยกตามประเภทข้อมูลและผลกระทบ - **กลไกป้องกันการหลีกเลี่ยง:** - มาตรานี้ครอบคลุมทั้ง**ฝ่าฝืน**และ**ไม่ปฏิบัติ** - ครอบคลุม [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) อนุโลมจาก [มาตรา 25](https://link.pdpalawbase.com/section/25.md) วรรค 2 — ปิดช่องที่ผู้ควบคุมจะหลีกเลี่ยงโดยเก็บจากแหล่งอื่น - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 86](https://link.pdpalawbase.com/section/86.md) (ผู้ประมวลผล):** - **มาตรานี้:** ผู้ควบคุม → 3 ล้าน - [มาตรา 86](https://link.pdpalawbase.com/section/86.md): ผู้ประมวลผล → 3 ล้าน - ระดับเท่ากันแต่หน้าที่ต่างกัน — สอดคล้องกับ**ความรับผิดร่วม**ของผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/83.md ============================================================ โนด: มาตรา 84 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/84.md # มาตรา 84 ## ตัวบท > มาตรา 84 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 หรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 โดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท** — ระดับสูงสุดในส่วนที่ 2 — สำหรับผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืนเกี่ยวกับ**ข้อมูลอ่อนไหว** ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) ใน 4 กรณี: (1) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรค 1/3 (ฐานเก็บข้อมูลอ่อนไหว); (2) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรค 1/2 เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว (ใช้/เปิดเผย); (3) [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว (ส่งต่างประเทศ); (4) ส่ง/โอนข้อมูลอ่อนไหวไม่ตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1/3 ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 5 ล้านบาท** - **เงื่อนไขร่วม:** ทุกการกระทำเกี่ยวข้องกับ**ข้อมูลอ่อนไหว** ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) - **การกระทำ 4 กรณี:** - **(1)** ฝ่าฝืน [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรค 1 หรือ 3 — ฐานในการเก็บข้อมูลอ่อนไหว (ความยินยอมโดยชัดแจ้ง + 6 ฐานข้อยกเว้น) / การจัดการข้อมูลที่กฎหมายอื่นกำหนด - **(2)** ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรค 1 หรือ 2 — ใช้/เปิดเผย — เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว - **(3)** ฝ่าฝืน [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — ส่งหรือโอนไปต่างประเทศ — เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว - **(4)** ส่งหรือโอนข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่เป็นไปตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1 หรือ 3 ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ข้อมูลอ่อนไหว — ขอบเขตของความผิดทุกกรณีในมาตรานี้ - [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) — การใช้/เปิดเผยข้อมูล — กรณี (2) - [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) — การส่งไปต่างประเทศ — กรณี (3) - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — ฐานสำหรับการส่งหรือโอน — กรณี (4) ## หมายเหตุ - **โทษ 5 ล้าน — โทษปรับทางปกครองสูงสุดใน พ.ร.บ.:** - ใช้กับ**ข้อมูลอ่อนไหว**เท่านั้น — สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองพิเศษของข้อมูลอ่อนไหว - **ความรุนแรงของผลกระทบ** หากข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหล (เช่น ข้อมูลทางการแพทย์, รสนิยมทางเพศ, เชื้อชาติ) → ผลร้ายแรง - **3 ระดับโทษทางปกครองของผู้ควบคุม — สรุป:** - **1 ล้าน ([มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)):** หน้าที่ปฏิบัติ - **3 ล้าน ([มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)):** หน้าที่ใจกลาง — ข้อมูลทั่วไป - **5 ล้าน (มาตรานี้):** ข้อมูลอ่อนไหว - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) (โทษอาญา):** - **มาตรานี้ (โทษทางปกครอง):** ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว → 5 ล้าน — ใช้กับ**ทุกการฝ่าฝืน** - [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) (โทษอาญา): ฝ่าฝืน [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว + **ผลร้ายแรง** ([มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) ว.1) หรือ **เพื่อแสวงหาประโยชน์** (ว.2) → จำคุก + ปรับ - **ใช้คู่กันได้** — โทษทางปกครองสำหรับนิติบุคคล + โทษอาญาสำหรับบุคคลที่กระทำ - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md) (ผู้ประมวลผล):** - **มาตรานี้:** ผู้ควบคุมเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว → 5 ล้าน - [มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md): ผู้ประมวลผล**ส่งหรือโอน**ข้อมูลอ่อนไหว → 5 ล้าน - ระดับเท่ากัน แต่ขอบเขตของผู้ประมวลผลแคบกว่า (เฉพาะการส่ง/โอน) - **เปรียบเทียบกับ GDPR Art. 83 (2):** - **GDPR:** ปรับสูงสุด 20 ล้านยูโร หรือ 4% ของยอดขายรวมทั่วโลก (ราว 800 ล้านบาท หรือมากกว่า) - **มาตรานี้:** เพดาน 5 ล้านบาท — สูงกว่ากฎหมายไทยทั่วไปแต่ต่ำกว่า GDPR - **ผลในเชิงปฏิบัติ:** บริษัทไทยที่ส่งข้อมูลให้บริษัทในยุโรปอาจรับโทษทั้ง 2 ระบบพร้อมกัน - **การพิจารณาจำนวนเงิน — ตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md):** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตาม - ความร้ายแรงแห่งพฤติกรรม - ขนาดกิจการของผู้ควบคุม - พฤติการณ์อื่น ๆ - อาจ**สั่งให้แก้ไขหรือตักเตือน**ก่อนปรับ - **เหตุที่ฝ่าฝืน [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสามรับโทษด้วย:** - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรค 3 = การจัดการข้อมูลที่กฎหมายอื่น (เช่น กฎหมายแรงงาน) อนุญาตให้เก็บ - การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายอื่นกำหนด → กระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลอ่อนไหวเช่นกัน - **ฐานในการพิจารณาขนาดกิจการ:** - **กิจการขนาดเล็ก** (เช่น คลินิกเดี่ยว) — โทษ 5 ล้านอาจสูงเกินไป → คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจปรับน้อยกว่า - **กิจการขนาดใหญ่** (เช่น โรงพยาบาลเครือข่าย) — โทษ 5 ล้านอาจไม่เพียงพอที่จะป้องปราม → ใช้เพดานเต็ม - หลักการนี้สอดคล้องกับ [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 2 ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/84.md ============================================================ โนด: มาตรา 85 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/85.md # มาตรา 85 ## ตัวบท > มาตรา 85 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 42 วรรคสองหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท**สำหรับ**ผู้ประมวลผล**ที่ไม่ปฏิบัติ: (1) [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 — ไม่แต่งตั้ง**ตัวแทน/DPO**; (2) [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 2 หรือ 3 — ไม่สนับสนุน DPO หรือไม่เปิดเผยช่องทางติดต่อ DPO — ขนานกับ [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md) (ผู้ควบคุม) ในเรื่องการตั้ง DPO และการสนับสนุน DPO ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 1 ล้านบาท** - **การกระทำ:** - **(1)** ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 — ไม่แต่งตั้งตัวแทน/DPO - **(2)** ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 2 — ไม่สนับสนุน DPO - **(3)** ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) วรรค 3 — ไม่เปิดเผยช่องทางติดต่อ DPO ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — การตั้งตัวแทน/DPO — วรรค 1 - [มาตรา 42](https://link.pdpalawbase.com/section/42.md) — สนับสนุน DPO + ช่องทางติดต่อ — วรรค 2-3 ## หมายเหตุ - **เหตุที่ผู้ประมวลผลต้องตั้ง DPO:** - แม้ผู้ประมวลผลไม่ใช่เจ้าของข้อมูลโดยตรง แต่เป็นผู้ที่จัดการข้อมูลในนามของผู้ควบคุม - การตั้ง DPO ในผู้ประมวลผลทำให้มี**ผู้ตรวจสอบภายใน**ของผู้ประมวลผลเอง - สอดคล้องกับ GDPR Art. 37 ที่กำหนดให้ทั้งผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลต้องตั้ง DPO ในกรณีที่กฎหมายกำหนด - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md) (ผู้ควบคุม):** - **มาตรานี้:** ผู้**ประมวลผล** → 1 ล้าน - [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md): ผู้**ควบคุม** → 1 ล้าน - **ระดับโทษเท่ากัน** สำหรับการละเลยการตั้ง DPO - แต่[มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)ครอบคลุมหน้าที่อื่น ๆ ของผู้ควบคุมเพิ่มเติม (แจ้ง [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md), ROPA [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ฯลฯ) - **เหตุที่ผู้ประมวลผลมีหน้าที่น้อยกว่าผู้ควบคุม:** - ผู้ประมวลผล**ทำงานตามคำสั่ง**ของผู้ควบคุม - หน้าที่หลัก (เช่น ฐานในการเก็บข้อมูล, แจ้งเจ้าของข้อมูล) อยู่ที่ผู้ควบคุม - ผู้ประมวลผลมีหน้าที่เพียง**ปฏิบัติตามสัญญา**กับผู้ควบคุม + **ตั้ง DPO** + **ส่งโอนตามฐาน** - **3 บทลงโทษทางปกครองของผู้ประมวลผล:** - **1 ล้าน (มาตรานี้):** ไม่ตั้ง DPO / ไม่สนับสนุน DPO - **3 ล้าน ([มาตรา 86](https://link.pdpalawbase.com/section/86.md)):** ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้ควบคุม ([มาตรา 40](https://link.pdpalawbase.com/section/40.md)) / ส่งโอนผิด - **5 ล้าน ([มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md)):** ส่งโอนข้อมูลอ่อนไหวผิด - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 88](https://link.pdpalawbase.com/section/88.md) (ตัวแทน):** - **มาตรานี้:** ผู้ประมวลผลโดยตรง — ไม่ตั้ง DPO - [มาตรา 88](https://link.pdpalawbase.com/section/88.md): **ตัวแทนของผู้ประมวลผล** — ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) อนุโลม - 2 มาตรานี้ครอบคลุมห่วงโซ่ความรับผิดชอบของผู้ประมวลผล - **ภาวะความรับผิด — ลักษณะของโทษทางปกครอง:** - **ไม่ต้องพิสูจน์เจตนา** — เพียงพิสูจน์การไม่ปฏิบัติ - แต่ผู้ประมวลผลอาจ**แก้ตัว**ได้ (เช่น ภาระงานน้อย ไม่จำเป็นต้องตั้ง DPO ตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) (1)-(3)) - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/85.md ============================================================ โนด: มาตรา 86 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/86.md # มาตรา 86 ## ตัวบท > มาตรา 86 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร หรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 (5) ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท**สำหรับ**ผู้ประมวลผล**ใน 3 กรณี: (1) ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 40](https://link.pdpalawbase.com/section/40.md) **โดยไม่มีเหตุอันควร** — ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้ควบคุม/ไม่จัดทำบันทึก/ไม่ทำมาตรการรักษาความปลอดภัย/ไม่ลบเมื่อสิ้นสุด; (2) ส่ง/โอนข้อมูลไม่เป็นไปตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1/3; (3) ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) — ไม่แจ้งเหตุละเมิด — อนุโลมจาก [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) วรรค 2 ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 3 ล้านบาท** - **การกระทำ 3 กรณี:** - **(1) ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 40](https://link.pdpalawbase.com/section/40.md) โดยไม่มีเหตุอันควร:** - หน้าที่ใน [มาตรา 40](https://link.pdpalawbase.com/section/40.md) — 4 หน้าที่หลักของผู้ประมวลผล (ปฏิบัติตามคำสั่ง / จัดทำบันทึก / รักษาความปลอดภัย / ลบเมื่อสิ้นสุด) - **เงื่อนไข:** "โดยไม่มีเหตุอันควร" — เปิดให้ผู้ประมวลผลพิสูจน์เหตุผลที่ไม่ปฏิบัติได้ - **(2) ส่งหรือโอนโดยไม่เป็นไปตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1 หรือ 3:** - ไม่มีฐานสำหรับส่งไปต่างประเทศ - **(3) ไม่ปฏิบัติ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) อนุโลมจาก [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) วรรค 2:** - ไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายในเวลาที่กำหนด ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — ฐานสำหรับการส่งหรือโอน - [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — มาตรการรักษาความปลอดภัย — (5) แจ้งเหตุละเมิด - [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) — หน้าที่อนุโลมของผู้ประมวลผล — วรรค 2 - [มาตรา 40](https://link.pdpalawbase.com/section/40.md) — หน้าที่ของผู้ประมวลผล — 4 หน้าที่หลัก ## หมายเหตุ - **"โดยไม่มีเหตุอันควร" — ลักษณะเฉพาะของมาตรานี้:** - มาตรานี้เป็นมาตราเดียวในส่วนที่ 2 ที่ใช้คำนี้ - **เหตุที่กฎหมายให้ผ่อนผันแก่ผู้ประมวลผล:** - ผู้ประมวลผลทำงาน**ตามคำสั่ง**ของผู้ควบคุม - บางครั้งผู้ควบคุมไม่ได้ระบุชัดเจนหรือคำสั่งขัดกัน - ผู้ประมวลผลอาจ**ไม่สามารถ**ปฏิบัติได้จริง (เช่น ไม่มีข้อมูลครบ) - ผู้ประมวลผลอาจ**พิสูจน์เหตุผล**เพื่อพ้นจากโทษ - **เปรียบเทียบกับผู้ควบคุม [มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md):** - **มาตรานี้:** ผู้**ประมวลผล** → 3 ล้าน — เน้นการปฏิบัติตามคำสั่ง + การส่งโอน + การแจ้งเหตุละเมิด - [มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md): ผู้**ควบคุม** → 3 ล้าน — เน้นฐานในการประมวลผลและวัตถุประสงค์ - 2 มาตราเป็น**ภาพสะท้อน**ของแต่ละบทบาท - **3 ระดับโทษทางปกครองของผู้ประมวลผล — สรุป:** - **1 ล้าน ([มาตรา 85](https://link.pdpalawbase.com/section/85.md)):** ไม่ตั้ง DPO / ไม่สนับสนุน DPO - **3 ล้าน (มาตรานี้):** ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง / ส่งโอนผิด / ไม่แจ้งเหตุละเมิด - **5 ล้าน ([มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md)):** ส่งโอนข้อมูลอ่อนไหวผิด - **เหตุที่การไม่แจ้งเหตุละเมิด ([มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5)) อยู่ในระดับ 3 ล้าน:** - การไม่แจ้งเหตุละเมิด → ทำให้เจ้าของข้อมูลไม่สามารถ**ป้องกันตนเอง**ได้ทัน - กระทบ**สิทธิของเจ้าของข้อมูลโดยตรง** - มาตรฐานสากล (GDPR Art. 33) ก็มีบทลงโทษหนักสำหรับการไม่แจ้งภายใน 72 ชั่วโมง - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) วรรค 2:** - [มาตรา 38](https://link.pdpalawbase.com/section/38.md) วรรค 2 = ผู้ประมวลผลต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (5) อนุโลม - มาตรานี้ทำให้การไม่ปฏิบัติตามมีโทษทางปกครอง — สอดคล้องกับการบังคับใช้ - **เปรียบเทียบกับโทษอาญา:** - ผู้ประมวลผล**ไม่มี**โทษอาญาตรง ๆ ในส่วนที่ 1 — เพราะ [มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md) ใช้กับ"ผู้ควบคุม"เท่านั้น - แต่ผู้ประมวลผลอาจรับโทษอาญาตาม [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md) (ล่วงรู้ข้อมูลแล้วเปิดเผย) ถ้าเข้าข่าย ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/86.md ============================================================ โนด: มาตรา 87 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/87.md # มาตรา 87 ## ตัวบท > มาตรา 87 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม โดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท** — ระดับสูงสุดสำหรับผู้ประมวลผล — กรณีผู้ประมวลผล**ส่งหรือโอนข้อมูลอ่อนไหว** ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรค 1/3) **โดยไม่เป็นไปตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1/3** (ฐานในการส่งไปต่างประเทศ) — เป็นภาพสะท้อนของ [มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md) (ผู้ควบคุม) ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 5 ล้านบาท** - **การกระทำ:** ส่งหรือโอน**ข้อมูลอ่อนไหว** ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรค 1 หรือ 3) **โดยไม่เป็นไปตาม** [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรค 1 หรือ 3 (ไม่มีฐานสำหรับส่งไปต่างประเทศ) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — ข้อมูลอ่อนไหว — ขอบเขตของการกระทำ - [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) — ฐานสำหรับการส่งหรือโอน — วรรค 1 (ส่งต่างประเทศที่ไม่มีระดับการคุ้มครองที่เพียงพอ) + วรรค 3 (ส่งภายในเครือบริษัทข้ามชาติ) ## หมายเหตุ - **เหตุที่ผู้ประมวลผลได้รับโทษสูงสุด 5 ล้านเฉพาะการส่งโอนข้อมูลอ่อนไหว:** - การส่งไปต่างประเทศ → กระทบสิทธิเจ้าของข้อมูล**ข้ามเขตอำนาจ** - ข้อมูลอ่อนไหว → ผลกระทบหนักกว่าข้อมูลทั่วไป - ผู้ประมวลผลควบคุมการส่ง → มีอำนาจเลือกปฏิบัติตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) หรือไม่ก็ได้ - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md) (ผู้ควบคุม):** - **มาตรานี้:** ผู้**ประมวลผล**ส่งโอนข้อมูลอ่อนไหวผิด → 5 ล้าน - [มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md): ผู้**ควบคุม**ฝ่าฝืนเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว (4 กรณี — รวมการส่งโอน) → 5 ล้าน - **ระดับเท่ากัน** แต่ผู้ประมวลผลรับโทษ**เฉพาะการส่งโอน**เท่านั้น (มาตรานี้แคบกว่า) - **เหตุที่ผู้ประมวลผลไม่รับโทษ 5 ล้านในกรณีอื่น:** - ผู้ประมวลผลไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ**ฐาน**ในการเก็บข้อมูล — เป็นบทบาทของผู้ควบคุม - การ**ใช้/เปิดเผย**ข้อมูล — ผู้ประมวลผลทำตามคำสั่งผู้ควบคุม → ผู้ควบคุมรับผิดตาม [มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md) - ผู้ประมวลผลรับโทษ**เฉพาะกรณีตัดสินใจส่งโอนเอง** — ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่อยู่นอกคำสั่งผู้ควบคุม - **3 ระดับโทษทางปกครองของผู้ประมวลผล — สรุปเปรียบเทียบกับผู้ควบคุม:** ``` ระดับ ผู้ควบคุม ผู้ประมวลผล ───────────────────────────────────────────────── 1 ล้าน [[มาตรา-82]] [[มาตรา-85]] (หน้าที่ปฏิบัติ) (DPO) 3 ล้าน [[มาตรา-83]] [[มาตรา-86]] (ฐานข้อมูลทั่วไป) (ตามคำสั่ง+ส่งโอน+แจ้งละเมิด) 5 ล้าน [[มาตรา-84]] [[มาตรา-87]] (ข้อมูลอ่อนไหว — กว้าง) (ส่งโอนข้อมูลอ่อนไหว — เฉพาะ) ``` - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 86](https://link.pdpalawbase.com/section/86.md):** - [มาตรา 86](https://link.pdpalawbase.com/section/86.md) = ผู้ประมวลผลส่งโอน**ข้อมูลทั่วไป** ผิด → 3 ล้าน - **มาตรานี้:** ผู้ประมวลผลส่งโอน**ข้อมูลอ่อนไหว** ผิด → 5 ล้าน - **ความต่างของระดับโทษ = ส่วนต่าง 2 ล้าน** สะท้อนความรุนแรงของผลกระทบของข้อมูลอ่อนไหว ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/87.md ============================================================ โนด: มาตรา 88 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/88.md # มาตรา 88 ## ตัวบท > มาตรา 88 ตัวแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือตัวแทนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 39 วรรคสอง และมาตรา 41 วรรคหนึ่ง ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 41 วรรคสี่ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งล้านบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท**สำหรับ**ตัวแทน**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล (กรณีผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลอยู่ต่างประเทศ) ที่ไม่ปฏิบัติ: (1) [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 1 อนุโลมจาก [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 2 — ไม่จัดทำ ROPA; (2) [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 อนุโลมจาก [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 4 — ไม่ตั้ง DPO — ปิดห่วงโซ่ความรับผิดชอบของกลไกการคุ้มครองข้อมูลข้ามประเทศ ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** **ตัวแทน**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 1 ล้านบาท** - **การกระทำ:** - **(1)** ไม่จัดทำ ROPA — [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 1 อนุโลมจาก [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) วรรค 2 - **(2)** ไม่ตั้ง DPO — [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 1 อนุโลมจาก [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) วรรค 4 ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการการประมวลผล (ROPA) — วรรค 1 (หน้าที่จัดทำ) + วรรค 2 (อนุโลมให้ตัวแทน) - [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — การตั้งตัวแทน/DPO — วรรค 1 (หน้าที่ตั้ง DPO) + วรรค 4 (อนุโลมให้ตัวแทน) ## หมายเหตุ - **เหตุที่ต้องมี "ตัวแทน":** - ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลที่อยู่**ต่างประเทศ**แต่ประมวลผลข้อมูลของเจ้าของข้อมูลในไทย → ต้องตั้งตัวแทนในไทย - ตัวแทนเป็น**จุดติดต่อ**สำหรับเจ้าของข้อมูลและคณะกรรมการ - คล้ายกับ "ตัวแทนใน EU" ตาม GDPR Art. 27 - **บทบาทของตัวแทน:** - **ปฏิบัติหน้าที่แทน**ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลในไทย - รวมถึงการจัดทำ ROPA และการตั้ง DPO - **รับผิดทางกฎหมาย**แทน - **เหตุที่ตัวแทนรับโทษเพียง 1 ล้าน:** - หน้าที่ของตัวแทน = **กรอบขั้นต่ำ** (ROPA + DPO) ไม่ครอบคลุมหน้าที่ใจกลาง (ฐานในการประมวลผล) - ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลตัวจริง (ในต่างประเทศ) อาจรับโทษเต็มจาก [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)/[มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)/[มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md) ตาม - **ความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่ความรับผิดชอบ:** - **ผู้ควบคุมตัวจริง:** อยู่ต่างประเทศ — รับโทษทางปกครอง [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)/[มาตรา 83](https://link.pdpalawbase.com/section/83.md)/[มาตรา 84](https://link.pdpalawbase.com/section/84.md) ได้ (กฎหมายมีผลข้ามประเทศตามขอบเขตของ [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md)) - **ตัวแทนในไทย:** รับโทษมาตรานี้ — เพราะเป็นจุดติดต่อในประเทศ - **DPO ที่ตัวแทนตั้ง:** อาจรับโทษอาญาตาม [มาตรา 80](https://link.pdpalawbase.com/section/80.md) ถ้าเปิดเผยข้อมูลตามหน้าที่ - **ปัญหาในเชิงปฏิบัติ — การติดตามผู้กระทำผิดต่างประเทศ:** - การปรับผู้ควบคุมในต่างประเทศอาจ**บังคับยาก** — ขึ้นกับการบังคับคำสั่งข้ามประเทศ - การตั้งตัวแทนในไทย → ทำให้คณะกรรมการ**บังคับโทษได้ในประเทศ** - ตัวแทน**ในไทย**มีทรัพย์สินในไทย → สามารถยึด/อายัดได้ตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 3 - **เปรียบเทียบกับ [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md):** - **[มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md):** ผู้ควบคุม → 1 ล้าน — ไม่ปฏิบัติ ROPA + DPO + หน้าที่อื่น - **มาตรานี้:** ตัวแทน → 1 ล้าน — ไม่ปฏิบัติ ROPA + DPO เท่านั้น (ขอบเขตแคบกว่า) - **การเลือกตัวแทน:** - ตัวแทนต้อง**ผูกพันด้วยสัญญา**กับผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - มักเป็น**บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย**หรือ**สำนักงานกฎหมาย**ในไทย - การเลือกตัวแทนที่**ขาดความรู้**อาจทำให้ตัวแทนต้องรับโทษ → ผู้ควบคุมต่างประเทศควรเลือกอย่างระมัดระวัง ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/88.md ============================================================ โนด: มาตรา 89 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/89.md # มาตรา 89 ## ตัวบท > มาตรา 89 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงตามมาตรา 75 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 76 (1) หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 76 วรรคสี่ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าแสนบาท ## สรุป มาตรานี้กำหนด**โทษปรับทางปกครองไม่เกิน 5 แสนบาท** — โทษทางปกครองที่ต่ำที่สุดในส่วนที่ 2 — สำหรับ**ผู้ใด** (ขอบเขตกว้าง) ที่: (1) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ; (2) ไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงตาม [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md); (3) ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) (1) — เรียกเอกสาร; (4) ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) วรรค 4 — เป็น**กลไกบังคับ**ให้กระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบดำเนินไปได้ ## องค์ประกอบสำคัญ - **ผู้ต้องรับผิด:** **ผู้ใด** — ขอบเขตกว้าง ครอบคลุมผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล/ลูกจ้าง/บุคคลที่ 3 - **โทษ:** ปรับทางปกครอง**ไม่เกิน 5 แสนบาท** - **การกระทำ 4 ลักษณะ:** - **(1) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ** — คำสั่งใด ๆ ตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md), [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md), [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) - **(2) ไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริง**ตาม [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) — เมื่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่ง - **(3) ไม่ปฏิบัติตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) (1)** — เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ส่งเอกสาร/ข้อมูล - **(4) ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่**ตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) วรรค 4 — เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) — อำนาจสั่งให้ส่งเอกสาร/ชี้แจง — มาตรานี้บังคับให้ปฏิบัติ - [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) — พนักงานเจ้าหน้าที่ — (1) เรียกเอกสาร + วรรค 4 อำนวยความสะดวก ## หมายเหตุ - **เหตุที่โทษเพียง 5 แสน — ต่ำที่สุดในส่วนที่ 2:** - การกระทำเป็น**การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน** — ไม่ใช่การละเมิดสิทธิเจ้าของข้อมูลโดยตรง - กระทบ**กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย** ไม่กระทบ**สาระของการคุ้มครอง** - แต่ยังต้องมีโทษ — เพราะถ้าไม่มี กระบวนการสืบสวนจะ**ไม่มีน้ำหนัก** - **เปรียบเทียบกับมาตราอื่นในส่วนที่ 2:** - **มาตรานี้ ([มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md)):** **ผู้ใด** → 5 แสน — ไม่ร่วมมือกับการสืบสวน - [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)-[มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md): เฉพาะผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล/ตัวแทน → 1-5 ล้าน — ฝ่าฝืนหน้าที่ - **มาตรานี้กว้างที่สุด** ในแง่ผู้รับผิด แต่**ต่ำที่สุด** ในแง่จำนวนโทษ - **กลไกบังคับเชิงระบบ — มาตรานี้สนับสนุนหมวด 5:** - **[มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md)-[มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md)** = อำนาจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ + พนักงานเจ้าหน้าที่ - **มาตรานี้** = บทลงโทษกรณีไม่ร่วมมือ - 2 มาตราเสริมกัน — อำนาจที่ไม่มีบทลงโทษย่อมไร้น้ำหนัก - **การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — ตัวอย่าง:** - คำสั่งให้แก้ไขตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 3 (1) — ผู้ควบคุมเพิกเฉย - คำสั่งห้ามกระทำตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 3 (2) — ผู้ควบคุมยังคงทำ - **ผลซ้ำ:** ผู้ควบคุม**รับโทษทั้ง**มาตรานี้ + โทษทางปกครองตาม [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)-[มาตรา 87](https://link.pdpalawbase.com/section/87.md) (ถ้าเข้าข่าย) + บังคับทางปกครองตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4 (ยึด/อายัด) - **การอำนวยความสะดวก — ขอบเขต:** - **ตามสมควร** ([มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) วรรค 4) — ไม่ใช่ทุกอย่างที่พนักงานเจ้าหน้าที่ขอ - ตัวอย่าง: เปิดประตูให้เข้า, ให้ข้อมูลพื้นฐาน, ไม่ขัดขวางการตรวจสอบ - ตัวอย่างที่**ไม่ใช่**หน้าที่: ให้ข้อมูลที่อยู่ในเอกสิทธิ์รักษาความลับของทนายความ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md):** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งโทษทางปกครองตามมาตรานี้ผ่านอำนาจใน [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) - **อาจสั่งให้แก้ไขหรือตักเตือน**ก่อน → ให้โอกาสผู้กระทำปฏิบัติตามก่อนปรับ - **ผู้ใดที่กว้าง — ครอบคลุมหลายบุคคลพร้อมกัน:** - ผู้ควบคุมข้อมูล (นิติบุคคล) — รับโทษมาตรานี้ - กรรมการ/ผู้จัดการของผู้ควบคุม — อาจรับโทษด้วยตาม [มาตรา 81](https://link.pdpalawbase.com/section/81.md) (ถ้าเป็นโทษอาญา) แต่มาตรานี้เป็นโทษทางปกครอง — ใช้ [มาตรา 81](https://link.pdpalawbase.com/section/81.md) อย่างไรต้องตีความ - บุคคลที่ 3 ที่มีข้อมูล (เช่น พยาน) — รับโทษมาตรานี้โดยตรง - **เหตุที่กฎหมายเลือกโทษทางปกครอง — ไม่ใช่อาญา:** - การไม่ร่วมมือเป็น**ความบกพร่องเชิงบริหาร** — ไม่ใช่อาชญากรรม - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งได้เร็ว — ไม่ต้องผ่านศาล - การลงโทษเร็วเป็นหลักของการบังคับใช้ที่มีประสิทธิผล ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/89.md ============================================================ โนด: มาตรา 90 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/90.md # มาตรา 90 ## ตัวบท > มาตรา 90 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจสั่งลงโทษปรับทางปกครองตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะสั่งให้แก้ไขหรือตักเตือนก่อนก็ได้ > > ในการพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคำนึงถึงความร้ายแรงแห่งพฤติกรรมที่กระทำผิด ขนาดกิจการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือพฤติการณ์ต่าง ๆ ประกอบด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด > > ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมชำระค่าปรับทางปกครอง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม และในกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับตามคำสั่ง หรือมีแต่ไม่สามารถดำเนินการบังคับทางปกครองได้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อบังคับชำระค่าปรับ ในการนี้ ถ้าศาลปกครองเห็นว่าคำสั่งให้ชำระค่าปรับนั้นชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษา และบังคับให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าปรับได้ > > คำสั่งลงโทษปรับทางปกครองและคำสั่งในการบังคับทางปกครอง ให้นำความในมาตรา 74 วรรคหก มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้นำความในมาตรา 74 วรรคสี่ มาใช้บังคับกับการบังคับทางปกครองตามวรรคสามโดยอนุโลม ## สรุป มาตรานี้ปิดส่วนที่ 2 (โทษทางปกครอง) ด้วยการกำหนด**กลไกการสั่งและบังคับโทษทางปกครอง**: (1) **คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งลงโทษ** ตาม [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md)-[มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md) — อาจ**สั่งแก้ไข/ตักเตือน**ก่อนก็ได้; (2) **เกณฑ์การพิจารณา** = ความร้ายแรง + ขนาดกิจการ + พฤติการณ์อื่น; (3) **บังคับทางปกครอง** ผ่านกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง — กรณีไม่ชำระ คณะกรรมการ**ฟ้องศาลปกครอง**ได้; (4) **อนุโลม** [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4 และ 6 — ประธานลงนาม + ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — อำนาจสั่งลงโทษ:** - **ผู้มีอำนาจ:** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md)) - **ขอบเขต:** สั่งลงโทษปรับทางปกครองตามที่กำหนดในส่วนที่ 2 ของหมวด 7 ([มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md) ถึง [มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md)) - **ทางเลือก:** อาจ**สั่งให้แก้ไข**หรือ**ตักเตือน**ก่อนก็ได้ — ก่อนปรับ - **วรรค 2 — เกณฑ์การพิจารณา:** - **ความร้ายแรงแห่งพฤติกรรมที่กระทำผิด** - **ขนาดกิจการ**ของผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล - **พฤติการณ์อื่น ๆ** - **ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) กำหนด** - **วรรค 3 — การบังคับทางปกครอง:** - **กรณี:** ผู้ถูกลงโทษไม่ยอมชำระค่าปรับ - **กลไก:** ใช้บทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง**โดยอนุโลม** - **กรณีพิเศษ:** ไม่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการ หรือมีแต่ไม่สามารถ - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ**ฟ้องศาลปกครอง**ได้ - ศาลปกครองพิจารณา → ถ้าคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย → ศาล**ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด**ทรัพย์สิน - **วรรค 4 — การอนุโลม:** - คำสั่งลงโทษ + คำสั่งบังคับ → ใช้ [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 6 อนุโลม (ประธานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงนาม) - การบังคับทางปกครองตามวรรค 3 → ใช้ [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4 อนุโลม (ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md) — โครงสร้างคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ — ผู้มีอำนาจตามมาตรานี้ - [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) — กระบวนการพิจารณาคำร้องเรียน — วรรค 4 (บังคับทางปกครอง) + วรรค 6 (ประธานลงนาม) อนุโลม - [มาตรา 82](https://link.pdpalawbase.com/section/82.md) ถึง [มาตรา 89](https://link.pdpalawbase.com/section/89.md) — บทลงโทษทางปกครองทั้ง 8 มาตรา — มาตรานี้บังคับใช้ ## หมายเหตุ - **3 ระดับการตอบสนองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ:** ``` ระดับ 1: ตักเตือน — เตือนให้ปฏิบัติ ไม่มีโทษ ↓ ระดับ 2: สั่งให้แก้ไข — ภายในเวลาที่กำหนด ↓ ระดับ 3: ปรับทางปกครอง — ตาม [[มาตรา-82]]-[[มาตรา-89]] ↓ ถ้าไม่ชำระ ระดับ 4: บังคับทางปกครอง — ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด ↓ ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ระดับ 5: ฟ้องศาลปกครอง — ศาลตัดสิน + บังคับยึด/อายัด ``` - **เหตุที่ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ "สั่งให้แก้ไขหรือตักเตือนก่อนก็ได้":** - ส่งเสริม**การปฏิบัติตามแบบสมัครใจ** - ลด**ภาระคดี**ในระบบ - ช่วยให้ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผล**เรียนรู้และปรับตัว** — ไม่ลงโทษเป็นด่านแรก - แต่**เป็นทางเลือก** — ไม่ใช่หน้าที่ — กรณีร้ายแรงสามารถปรับได้ทันที - **เกณฑ์ "ขนาดกิจการ" — สำคัญในเชิงปฏิบัติ:** - กิจการขนาดเล็ก (เช่น คลินิกเดี่ยว วิสาหกิจขนาดย่อม) → โทษเต็มเพดานอาจทำให้ล้มละลาย - กิจการขนาดใหญ่ (เช่น ธนาคาร, ค้าปลีก) → โทษเต็มเพดานอาจไม่เพียงพอที่จะป้องปราม - หลักการ**สัดส่วน**ของโทษ - **เปรียบเทียบกับ GDPR Art. 83 (2):** - **GDPR:** มีรายการ 11 ปัจจัยที่ต้องพิจารณา — ละเอียดมาก - **มาตรานี้:** 3 ปัจจัย + พฤติการณ์อื่น — ยืดหยุ่น แต่อาจให้ดุลพินิจมากกว่า - หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด → อาจขยายปัจจัยเพิ่มเติมได้ - **กลไกการฟ้องศาลปกครอง — เปรียบเทียบกับ [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md):** - **[มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) (เรื่องร้องเรียน):** คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ**สั่งยึด/อายัด/ขายทอดตลาดเอง** — ไม่ผ่านศาล - **มาตรานี้ (โทษปกครอง):** ก่อนอื่นใช้กลไกบังคับทางปกครอง — กรณีไม่ได้ผล**ฟ้องศาลปกครอง** - 2 มาตราเสริมกัน — [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) = เร็วกว่า แต่จำกัดเฉพาะคำสั่งให้แก้ไข/ห้ามกระทำ; มาตรานี้ = ช้ากว่า แต่ทรัพย์สินอาจเพียงพอที่จะชำระค่าปรับ - **ความเป็นที่สุดของคำสั่ง — ข้อพิจารณา:** - คำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) = **เป็นที่สุด**ในชั้นปกครอง - คำสั่งลงโทษทางปกครองตามมาตรานี้ — ตัวบทไม่ระบุชัดว่าเป็นที่สุด → อาจอุทธรณ์ได้ในชั้นปกครอง - ทั้ง 2 คำสั่งสามารถ**ฟ้องศาลปกครอง**ได้ — เป็นกลไกควบคุมโดยศาล - **การอนุโลม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4:** - [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 4 = ใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับทางปกครองโดยอนุโลม + คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งยึด/อายัด/ขายทอดตลาด - มาตรานี้นำมาใช้ — ทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสามารถ**ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด**ในการบังคับชำระค่าปรับได้ - **การอนุโลม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 6:** - [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรค 6 = ประธานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงนามแทนคณะ - มาตรานี้นำมาใช้ — ทำให้คำสั่งลงโทษทางปกครองและคำสั่งบังคับใช้รูปแบบเดียวกัน - **เปรียบเทียบกับโทษทางอาญาในส่วนที่ 1:** - **โทษอาญา ([มาตรา 79](https://link.pdpalawbase.com/section/79.md)-[มาตรา 81](https://link.pdpalawbase.com/section/81.md)):** ผ่าน**ศาลยุติธรรม** — กระบวนการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา - **โทษทางปกครอง (มาตรานี้):** ผ่าน**คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ** — กระบวนการเร็วกว่า + **ศาลปกครอง**ทบทวนได้ - **กลไกการบังคับใช้ — สรุปครบวงจร:** - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่ง → ผู้ถูกลงโทษไม่ชำระ → ใช้ระบบบังคับทางปกครอง → ถ้าไม่ได้ → ฟ้องศาลปกครอง → ศาลบังคับยึด/อายัด/ขายทอดตลาด - กลไกนี้ครบถ้วน — ไม่มีช่องโหว่ที่ผู้กระทำผิดจะหลีกเลี่ยงโทษได้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/90.md ============================================================ โนด: มาตรา 91 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/91.md # มาตรา 91 ## ตัวบท > มาตรา 91 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา 8 (2) (3) และให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อนแต่ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว > > ให้สำนักงานดำเนินการให้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการตามมาตรา 8 (1) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 8 (4) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ## สรุป มาตรานี้เปิดบทเฉพาะกาล — กำหนด**กลไกชั่วคราว**สำหรับวาระเริ่มแรกของ พ.ร.บ.: (1) คณะกรรมการชุดแรกประกอบด้วย**กรรมการโดยตำแหน่ง** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (2)+(3)) + **เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ** — ปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน **90 วัน**; (2) **รองประธาน**ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว; (3) สำนักงานต้องดำเนินการแต่งตั้ง**ประธาน** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1)) + **กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ** ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4)) ภายใน 90 วัน ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — คณะกรรมการชุดเริ่มแรก:** - **องค์ประกอบ:** - กรรมการตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (2) — กรรมการโดยตำแหน่ง (ปลัดกระทรวงฯ ฯลฯ) - กรรมการตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (3) — กรรมการโดยตำแหน่งอื่น - เลขาธิการ (ในวาระนี้ = ผู้ทำหน้าที่เลขาธิการตาม [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) วรรค 2) เป็น**กรรมการและเลขานุการ** - **ระยะเวลา:** ไม่เกิน **90 วัน** นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ - **บทบาท:** ปฏิบัติหน้าที่**เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน** - **ประธานชั่วคราว:** รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธาน - **วรรค 2 — กรอบเวลาการแต่งตั้ง:** - **ผู้ดำเนินการ:** สำนักงาน - **ที่ต้องแต่งตั้ง:** - ประธานกรรมการตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (4) - **กรอบเวลา:** **90 วัน**นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) — องค์ประกอบของคณะกรรมการ — มาตรานี้อ้างถึง (1), (2), (3), (4) ## หมายเหตุ - **เหตุที่ต้องมีบทเฉพาะกาล:** - คณะกรรมการตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) ต้องการ**การสรรหาและแต่งตั้ง** — ใช้เวลา - แต่ พ.ร.บ. ต้อง**มีผลใช้บังคับ**ทันที - ช่องว่างนี้ต้องอุดด้วย**คณะกรรมการชั่วคราว**ที่ปฏิบัติหน้าที่จำกัด - **เหตุที่ไม่รวมกรรมการตาม [มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md) (1) และ (4):** - **(1) ประธาน** — ต้องสรรหาเป็นการเฉพาะ ใช้เวลามากที่สุด - **(4) ผู้ทรงคุณวุฒิ** — ต้องสรรหาคุณสมบัติเฉพาะด้าน (วิชาการ/อิสระ) - **(2) และ (3)** = กรรมการโดยตำแหน่ง — มีอยู่แล้วในตำแหน่งของรัฐ → พร้อมทำหน้าที่ทันที - **บทบาท "เท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน":** - ไม่ใช่อำนาจเต็ม — จำกัดเฉพาะกรณีจำเป็น - ไม่ควรกำหนดนโยบายระยะยาว - เน้นการ**ตั้งสำนักงาน**และ**สรรหาคณะกรรมการชุดถาวร** - **กรอบเวลา 90 วัน — ความเป็นจริงและความท้าทาย:** - **ในทางทฤษฎี:** สำนักงานต้องสรรหาประธาน + ผู้ทรงคุณวุฒิภายใน 90 วัน - **ในทางปฏิบัติ:** การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงอาจใช้เวลามากกว่า 90 วัน - การที่ตัวบทใช้ "ภายใน" → ตั้งความคาดหวัง แต่ไม่มีบทลงโทษหากเกิน 90 วัน - **เปรียบเทียบกับการจัดตั้งสำนักงานตาม [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md):** - **มาตรานี้:** คณะกรรมการชั่วคราว 90 วัน - [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md): สำนักงานจัดตั้งภายใน 1 ปี - 2 มาตราคู่กัน — คณะกรรมการเริ่มก่อน เพื่อกำกับการจัดตั้งสำนักงาน - **ความสัมพันธ์กับ [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md):** - มาตรานี้ — คณะกรรมการ - [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน + เลขาธิการ - ลำดับ: ตั้งคณะกรรมการ → คณะกรรมการตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงาน → คณะกรรมการกำกับฯ คัดเลือกเลขาธิการ - **เลขาธิการ "ชั่วคราว" ในวาระเริ่มแรก:** - ในมาตรานี้ "เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" = **ผู้ทำหน้าที่เลขาธิการ**ตาม [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) วรรค 2 - = รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง - ทำหน้าที่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตาม [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) วรรค 2 - **ประวัติการบังคับใช้ในเชิงปฏิบัติ:** - พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกาศ 27 พ.ค. 2562 - ส่วนใหญ่มีผลบังคับ 27 พ.ค. 2563 (เลื่อน 2 ครั้งเป็น 1 มิ.ย. 2565) - คณะกรรมการชุดแรก (ตามมาตรานี้) แต่งตั้ง 18 พ.ค. 2565 - บทเฉพาะกาลทำให้ระบบรองรับการบังคับใช้ทันทีเมื่อ พ.ร.บ. มีผล ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/91.md ============================================================ โนด: มาตรา 92 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/92.md # มาตรา 92 ## ตัวบท > มาตรา 92 ให้ดำเนินการเพื่อให้มีคณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 91 > > ให้ดำเนินการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จตามมาตรา 93 ## สรุป มาตรานี้กำหนดกรอบเวลา 2 ระยะสำหรับการจัดตั้งโครงสร้างถาวร: (1) **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 48](https://link.pdpalawbase.com/section/48.md)) ภายใน **90 วัน**นับจากวันแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md); (2) **เลขาธิการ** ([มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md)) ภายใน **90 วัน**นับจากวันที่จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จตาม [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) — เป็นการกำหนดลำดับการเปลี่ยนผ่านจากกลไกชั่วคราวสู่กลไกถาวร ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — คณะกรรมการกำกับสำนักงาน:** - **ดำเนินการให้มี**คณะกรรมการกำกับสำนักงาน - **กรอบเวลา:** **90 วัน** นับแต่วันแต่งตั้งประธานกรรมการ + กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม [มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md) - = หลังจากวรรค 2 ของ [มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md) บรรลุผล - **วรรค 2 — เลขาธิการ:** - **ดำเนินการแต่งตั้งเลขาธิการ**คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. นี้ - **กรอบเวลา:** **90 วัน**นับแต่วันที่**จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จ**ตาม [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md) — บทเฉพาะกาล: คณะกรรมการชุดเริ่มแรก — เป็นเงื่อนไขเริ่มต้นของวรรค 1 - [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) — บทเฉพาะกาล: การจัดตั้งสำนักงาน — เป็นเงื่อนไขเริ่มต้นของวรรค 2 ## หมายเหตุ - **ลำดับการเปลี่ยนผ่าน — กรอบเวลา:** ``` วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ (T0) ↓ ภายใน 90 วัน ตั้งประธาน + ผู้ทรงคุณวุฒิ ([[มาตรา-91]] วรรค 2) (T1) ↓ ภายใน 90 วันจาก T1 ตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงาน (มาตรานี้ วรรค 1) วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ (T0) ↓ ภายใน 1 ปี จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จ ([[มาตรา-93]]) (T2) ↓ ภายใน 90 วันจาก T2 ตั้งเลขาธิการตาม พ.ร.บ. (มาตรานี้ วรรค 2) ``` - **เหตุที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานต้องมีก่อนเลขาธิการ:** - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน** ([มาตรา 54](https://link.pdpalawbase.com/section/54.md)) มีหน้าที่**คัดเลือกเลขาธิการ** - ถ้าไม่มีคณะกรรมการกำกับสำนักงาน → ไม่สามารถสรรหาเลขาธิการตาม พ.ร.บ. ได้ - ดังนั้นต้องตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงานก่อน - **เลขาธิการ 2 ประเภทในช่วงเปลี่ยนผ่าน:** - **เลขาธิการชั่วคราว** ([มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) วรรค 2): รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง - **เลขาธิการตาม พ.ร.บ.** (มาตรานี้ วรรค 2): สรรหาตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) - การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นเมื่อ**สำนักงานจัดตั้งแล้วเสร็จ + ตั้งเลขาธิการตาม พ.ร.บ.** - **กรอบเวลารวม — ตั้งแต่ พ.ร.บ. ใช้บังคับถึงโครงสร้างถาวรเสร็จ:** - **คณะกรรมการ:** สูงสุด 90 วัน ([มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md)) - **คณะกรรมการกำกับสำนักงาน:** สูงสุด 90 วัน หลังจากตั้งประธาน - **สำนักงาน:** สูงสุด 1 ปี ([มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md)) - **เลขาธิการ:** สูงสุด 90 วัน หลังจากจัดตั้งสำนักงาน - **รวม:** สูงสุดประมาณ 1 ปี 90 วัน - **บทบาทของคณะกรรมการกำกับสำนักงานในวาระเริ่มแรก:** - กำหนดกรอบการจัดตั้งสำนักงาน - สรรหาเลขาธิการคนแรกตาม พ.ร.บ. - ออกระเบียบเกี่ยวกับการเงิน บัญชี การจ้างงาน - **เปรียบเทียบกับการจัดตั้งหน่วยงานอื่น:** - **กสทช.:** บทเฉพาะกาลให้ใช้ระบบเดิมจน กสทช. ตั้งเสร็จ - **กกต.:** การเปลี่ยนผ่านที่ใช้คณะกรรมการเดิมก่อน - มาตรานี้ใช้รูปแบบคล้ายกัน — **ตั้งคณะกรรมการ → ตั้งโครงสร้างปฏิบัติการ** - **ลักษณะของกรอบเวลา "90 วัน":** - **ภายใน 90 วัน** — เป็นกรอบสุดท้าย ไม่ได้เร็วกว่านั้นต้องห้าม - **ไม่มีบทลงโทษ**ถ้าเกิน 90 วัน — เป็นกรอบเชิงนโยบาย - แต่การล่าช้า → กระทบความน่าเชื่อถือของรัฐ + การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. โดยภาคเอกชน ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/92.md ============================================================ โนด: มาตรา 93 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/93.md # มาตรา 93 ## ตัวบท > มาตรา 93 ให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานให้แล้วเสร็จเพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ > > ในระหว่างที่การดำเนินการจัดตั้งสำนักงานยังไม่แล้วเสร็จ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำหน้าที่สำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนหนึ่งทำหน้าที่เลขาธิการจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตามมาตรา 92 วรรคสอง ## สรุป มาตรานี้กำหนดกรอบเวลาและกลไกชั่วคราวสำหรับการจัดตั้งสำนักงาน: (1) **จัดตั้งสำนักงาน**ตาม [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) ให้แล้วเสร็จภายใน **1 ปี**นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ; (2) ในระหว่างนั้น **สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม** ทำหน้าที่แทน + **รองปลัดกระทรวง**คนหนึ่งที่รัฐมนตรีแต่งตั้งทำหน้าที่เลขาธิการ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตาม [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) วรรค 2 ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — กรอบเวลาการจัดตั้งสำนักงาน:** - **ผู้ดำเนินการ:** (ไม่ระบุชัด — ในทางปฏิบัติคือ คณะกรรมการ + คณะกรรมการกำกับสำนักงาน + รัฐบาล) - **เป้าหมาย:** จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ([มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md)) - **กรอบเวลา:** **1 ปี** นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ - **วรรค 2 — กลไกชั่วคราว:** - **หน่วยงานที่ทำหน้าที่แทน:** **สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม** - **เลขาธิการชั่วคราว:** - **ผู้แต่งตั้ง:** รัฐมนตรี - **ที่มา:** รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ คนหนึ่ง - **ระยะเวลา:** จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการตาม [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) วรรค 2 ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 43](https://link.pdpalawbase.com/section/43.md) — การจัดตั้งสำนักงาน — มาตรานี้กำหนดกรอบเวลาในการบรรลุ - [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) — บทเฉพาะกาล: คณะกรรมการกำกับสำนักงาน + เลขาธิการ — เลขาธิการชั่วคราวอยู่จน [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) วรรค 2 บรรลุ ## หมายเหตุ - **เหตุที่กระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่แทน:** - กระทรวงดิจิทัลฯ มี**ภารกิจใกล้เคียง** — กำกับเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล - มี**โครงสร้างองค์กร**พร้อมรองรับ - ไม่ต้องสร้างใหม่จากศูนย์ - **รัฐมนตรี**ที่กำกับ พ.ร.บ. นี้ = รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ - **กรอบเวลา 1 ปี — ความเป็นจริง:** - การจัดตั้งหน่วยงานใหม่ใช้เวลามาก: - การออก**ระเบียบบุคลากร** + **โครงสร้างองค์กร** - การ**โอนหรือคัดเลือกบุคลากร** ([มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md)) - การ**จัดสถานที่ + ระบบงาน + งบประมาณ** - 1 ปีเป็นกรอบที่**กระชับ** — ในทางปฏิบัติอาจล่าช้า - **บทบาทของรองปลัดในฐานะเลขาธิการชั่วคราว:** - มีอำนาจตาม [มาตรา 63](https://link.pdpalawbase.com/section/63.md) (หน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ) เท่าที่จำเป็น - แต่**ไม่ผ่านกระบวนการสรรหา**ตาม [มาตรา 58](https://link.pdpalawbase.com/section/58.md) → ไม่ใช่เลขาธิการตาม พ.ร.บ. ในทางการ - การ**ถ่ายโอน**สู่เลขาธิการตาม [มาตรา 92](https://link.pdpalawbase.com/section/92.md) วรรค 2 → ทำให้โครงสร้างเป็นทางการ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) (การโอนข้าราชการ):** - มาตรานี้กำหนดว่าใครทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน - [มาตรา 94](https://link.pdpalawbase.com/section/94.md) = กลไกการ**โอนข้าราชการ**จากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มาเป็นพนักงานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - 2 มาตราเสริมกันในการเปลี่ยนผ่านบุคลากร - **การจัดตั้งสำนักงาน "แล้วเสร็จ" — ตีความ:** - มี**สถานที่ทำการ** - มี**โครงสร้างองค์กร**ที่ชัดเจน - มี**บุคลากร**ที่เพียงพอที่จะปฏิบัติงาน - มี**งบประมาณ**ที่ใช้ได้ - **ไม่จำเป็นต้องครบสมบูรณ์ทุกหน้าที่** — การจัดตั้งแล้วเสร็จเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด - **บทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน:** - รับเรื่องร้องเรียน - สนับสนุนการประชุมคณะกรรมการ - เก็บเอกสารและบันทึก - ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ - **กรณีจัดตั้งล่าช้า — ผลในทางกฎหมาย:** - พ.ร.บ. ยังคง**บังคับใช้**ทุกประการ - กลไกชั่วคราวยังคงทำหน้าที่ - **ไม่มีโทษ**ต่อรัฐบาลกรณีล่าช้า — เป็นกรอบเชิงนโยบาย - แต่กระทบ**ความน่าเชื่อถือ**และ**ประสิทธิผล**ของการบังคับใช้ - **ประวัติการจัดตั้งสำนักงานในเชิงปฏิบัติ:** - พ.ร.บ. ประกาศ พ.ค. 2562 → มีผลส่วนใหญ่ มิ.ย. 2565 - สำนักงาน (สคส.) จัดตั้ง 19 ก.ค. 2565 - ใช้เวลาประมาณ 1.5 เดือนหลัง พ.ร.บ. มีผล — เร็วกว่ากรอบ 1 ปี - แต่**บทเฉพาะกาล**ครอบคลุมช่วงระหว่างนั้น ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/93.md ============================================================ โนด: มาตรา 94 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/94.md # มาตรา 94 ## ตัวบท > มาตรา 94 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สำนักงานตามความจำเป็น > > ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นพนักงานของสำนักงานเป็นการชั่วคราวภายในระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด > > ให้ถือว่าข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐที่มาปฏิบัติงานในสำนักงานเป็นการชั่วคราวตามวรรคสองไม่ขาดจากสถานภาพเดิมและคงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี จากสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดค่าตอบแทนพิเศษให้แก่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐตามวรรคสอง ในระหว่างปฏิบัติงานในสำนักงานด้วยก็ได้ > > ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จ ให้สำนักงานดำเนินการคัดเลือกข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐตามวรรคสองเพื่อบรรจุเป็นพนักงานของสำนักงานต่อไป > > ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐผู้ใดได้รับการคัดเลือกและบรรจุตามวรรคสี่ ให้มีสิทธินับระยะเวลาทำงานที่เคยทำงานอยู่ในสังกัดเดิมต่อเนื่องรวมกับระยะเวลาทำงานในสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ## สรุป มาตรานี้กำหนด**กลไกการเงินและบุคลากร**สำหรับการตั้งสำนักงานในวาระเริ่มแรก: (1) **คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิม**ให้สำนักงาน; (2) **โอนข้าราชการชั่วคราว**จากหน่วยงานของรัฐมาปฏิบัติงานในสำนักงาน — ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม + ได้รับเงินเดือนจากสังกัดเดิม + อาจมี**ค่าตอบแทนพิเศษ**; (3) ภายใน **180 วัน**หลังจัดตั้งสำนักงาน → **คัดเลือกและบรรจุ**ข้าราชการที่ปฏิบัติงานชั่วคราวเป็นพนักงานสำนักงาน; (4) **นับระยะเวลาทำงานต่อเนื่อง** ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — ทุนประเดิม:** - **ผู้จัดสรร:** คณะรัฐมนตรี - **ผู้รับ:** สำนักงาน - **เกณฑ์:** ตามความจำเป็น (ไม่ระบุจำนวน) - **วรรค 2 — การโอนชั่วคราว:** - **ผู้เสนอ:** รัฐมนตรี (กระทรวงดิจิทัลฯ) - **ผู้พิจารณา:** คณะรัฐมนตรี - **บุคคลที่โอน:** ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ - **ลักษณะ:** ปฏิบัติงาน**เป็นการชั่วคราว** - **ระยะเวลา:** ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด - **วรรค 3 — สถานะระหว่างปฏิบัติงานชั่วคราว:** - **ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม** — ยังเป็นข้าราชการ/พนักงานของสังกัดเดิม - **เงินเดือน:** จากสังกัดเดิม - **ค่าตอบแทนพิเศษ:** คณะกรรมการ ([มาตรา 8](https://link.pdpalawbase.com/section/8.md)) อาจกำหนดเพิ่ม - **วรรค 4 — การคัดเลือกและบรรจุถาวร:** - **กรอบเวลา:** **180 วัน**นับแต่วันที่จัดตั้งสำนักงานแล้วเสร็จ ([มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md)) - **ผู้ดำเนินการ:** สำนักงาน - **เป้าหมาย:** คัดเลือก**ข้าราชการที่ปฏิบัติงานชั่วคราว**ตามวรรค 2 → **บรรจุเป็นพนักงานของสำนักงาน** - **วรรค 5 — สิทธิประโยชน์ทางการทำงาน:** - **นับระยะเวลาทำงานในสังกัดเดิม + สำนักงาน** = ต่อเนื่อง - สิทธิประโยชน์ (เช่น บำเหน็จบำนาญ ฯลฯ) ไม่ถูกตัดขาด ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) — รายได้และเงินสนับสนุนสำนักงาน — (1) เงินอุดหนุนของรัฐ — รวมถึงทุนประเดิมตามมาตรานี้ - [มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md) — บทเฉพาะกาล: การจัดตั้งสำนักงาน — เป็นจุดเริ่มต้นของกรอบเวลา 180 วันในวรรค 4 ## หมายเหตุ - **ทุนประเดิม — ที่มาและจำนวน:** - คณะรัฐมนตรีจัดสรร**ตามความจำเป็น** — เป็นดุลพินิจ - ในทางปฏิบัติประมาณการ**หลายร้อยล้านถึงพันล้านบาท**สำหรับการตั้งสำนักงานแห่งใหม่ - เชื่อมโยงกับ [มาตรา 46](https://link.pdpalawbase.com/section/46.md) (1) — เงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐ - **เหตุที่ใช้กลไกการ "ปฏิบัติงานชั่วคราว":** - **เร็ว** — ไม่ต้องสรรหาบุคลากรใหม่ทั้งหมด - **ยืดหยุ่น** — ข้าราชการเลือกได้ว่าจะอยู่หรือกลับ - **มีประสบการณ์** — ข้าราชการรู้จักระบบราชการอยู่แล้ว - **ลดต้นทุนเริ่มต้น** — ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนเอง (จ่ายโดยสังกัดเดิม) + อาจให้ค่าตอบแทนพิเศษเสริม - **ค่าตอบแทนพิเศษ — ลักษณะ:** - **ดุลพินิจของคณะกรรมการ** — ไม่ใช่หน้าที่บังคับ - **เป็นแรงจูงใจ** — เพื่อดึงดูดข้าราชการที่มีคุณภาพ - **ระหว่างปฏิบัติงานในสำนักงาน** — ไม่ใช่ตลอดไป - ไม่มีเพดานในตัวบท — ขึ้นกับการกำหนดของคณะกรรมการ - **การคัดเลือกถาวรภายใน 180 วัน — กลไก:** - สำนักงานต้อง**ออกระเบียบ**เกี่ยวกับการคัดเลือก - การคัดเลือกใช้เกณฑ์**ความสามารถและประสบการณ์** - ผู้ที่**ไม่ผ่านการคัดเลือก** → กลับสู่สังกัดเดิม - ผู้ที่**ผ่านการคัดเลือก** → เลือกได้ระหว่างเป็นพนักงานสำนักงานหรือกลับสู่สังกัดเดิม - **การนับระยะเวลาทำงาน — สิทธิประโยชน์:** - **บำเหน็จบำนาญ** — รวมระยะเวลาทำงานทั้ง 2 สังกัด - **สิทธิวันลา** — บางครั้งคำนวณตามอายุงาน - **สิทธิเลื่อนตำแหน่ง** — อาจใช้อายุงานเป็นเกณฑ์ - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) (กลไกการยืมตัว):** - **มาตรานี้:** บทเฉพาะกาล — ใช้ครั้งเดียวในวาระเริ่มแรก - [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md): กลไกถาวร — ใช้ตลอดไปสำหรับการยืมตัว - 2 มาตราเสริมกัน — มาตรานี้ตั้งระบบให้พร้อม, [มาตรา 66](https://link.pdpalawbase.com/section/66.md) รักษาระบบในระยะยาว - **ความเชื่อมโยงกับ [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) (การโอนระหว่างสำนักงาน):** - **มาตรานี้:** โอน**เข้า**สำนักงาน (จากหน่วยงานรัฐ → สำนักงาน) - [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md): โอนระหว่างสำนักงานกับหน่วยงานรัฐอื่น (สองทาง) - มาตรานี้เน้นช่วง**ตั้ง** ส่วน [มาตรา 67](https://link.pdpalawbase.com/section/67.md) เน้นการ**ดูแล**ในระยะยาว - **ผลกระทบในเชิงปฏิบัติ:** - สำนักงานสามารถ**เริ่มทำงาน**ได้แม้ไม่มีพนักงานถาวร - บุคลากรที่**ผ่าน**การคัดเลือกได้รับ**ความก้าวหน้า** (เพราะอาจได้รับเงินเดือนสูงกว่าในสังกัดเดิม) - บุคลากรที่**ไม่ผ่าน**กลับสู่สังกัดเดิม**โดยไม่ขาดจากสถานภาพ** ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/94.md ============================================================ โนด: มาตรา 95 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/95.md # มาตรา 95 ## ตัวบท > มาตรา 95 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์เดิม ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องกำหนดวิธีการยกเลิกความยินยอมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ประสงค์ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวสามารถแจ้งยกเลิกความยินยอมได้โดยง่าย > > การเปิดเผยและการดำเนินการอื่นที่มิใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ## สรุป มาตรานี้เป็นมาตราที่มี**ผลกระทบในเชิงปฏิบัติสูงที่สุด**ในบทเฉพาะกาล — กำหนดให้ผู้ควบคุมที่**เก็บรวบรวมข้อมูลก่อน พ.ร.บ. ใช้บังคับ** สามารถ: (1) **เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลต่อไป**ตาม**วัตถุประสงค์เดิม**โดยไม่ต้องขอความยินยอมใหม่ — แต่ต้อง**กำหนดวิธีการยกเลิกความยินยอม + ประชาสัมพันธ์**ให้เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมได้โดยง่าย; (2) **การเปิดเผยและการดำเนินการอื่น** (ที่ไม่ใช่เก็บ/ใช้) ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. ทุกประการ ## องค์ประกอบสำคัญ - **วรรค 1 — ข้อมูลที่เก็บก่อน พ.ร.บ.:** - **ขอบเขต:** ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมเก็บรวบรวมไว้**ก่อนวันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ** - **สิทธิที่ได้รับ 2 ประการ:** 1. **เก็บรวบรวมต่อไป**ได้ 2. **ใช้**ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ - **ขอบเขต:** ตาม**วัตถุประสงค์เดิม**เท่านั้น — ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ - **เงื่อนไข 2 ประการ:** 1. **กำหนดวิธีการยกเลิกความยินยอม** 2. **เผยแพร่ประชาสัมพันธ์**ให้เจ้าของข้อมูลทราบและสามารถ**แจ้งยกเลิกได้โดยง่าย** - **วรรค 2 — การกระทำอื่น:** - **ขอบเขต:** การเปิดเผย + การดำเนินการอื่นที่**มิใช่**การเก็บรวบรวมและการใช้ - **กฎที่ใช้:** ต้องเป็นไปตาม**บทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. นี้** — ทุกประการ ## มาตราที่อ้างอิง - [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) — การขอความยินยอม — กลไกการยกเลิกความยินยอมในมาตรานี้สอดคล้องกับ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 5 (สิทธิถอนความยินยอม) ## หมายเหตุ - **ทำไมมาตรานี้สำคัญ — ผลกระทบเชิงปฏิบัติ:** - **ผู้ควบคุมข้อมูล**ที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ก่อน พ.ร.บ. ใช้บังคับ (ธนาคาร, ค้าปลีก, โรงพยาบาล, สถานศึกษา) ไม่ต้อง**ขอความยินยอมใหม่**ทุกราย - ถ้าไม่มีบทเฉพาะกาลนี้ → ฐานข้อมูลทั้งหมดอาจกลายเป็น**ผิดกฎหมาย**ทันที - มาตรานี้เป็นทางออกที่**สมดุล** — ระหว่างคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลกับการดำเนินธุรกิจ - **ขอบเขตของ "วัตถุประสงค์เดิม":** - **เดิม** หมายถึง วัตถุประสงค์ที่**แจ้งหรือทราบกัน**ในเวลาที่เก็บข้อมูล - ตัวอย่าง: ธนาคารเก็บข้อมูลเพื่อ**บริการบัญชีเงินฝาก** → ใช้ต่อไปได้เพื่อบริการนั้น - ถ้าธนาคารต้องการใช้เพื่อ**การตลาด** (วัตถุประสงค์ใหม่) → ต้อง**ขอความยินยอมใหม่**ตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) - **เงื่อนไข "ยกเลิกความยินยอมโดยง่าย":** - **ช่องทางการยกเลิก:** เช่น เว็บไซต์, อีเมล, จดหมาย, เคาน์เตอร์ - **ไม่มีค่าใช้จ่าย** — สอดคล้องกับ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 5 - **เร็วและสะดวก** — ไม่ใช่กระบวนการที่ซับซ้อน - **กลไก "เผยแพร่ประชาสัมพันธ์":** - **เผยแพร่กว้างขวาง** — ให้เจ้าของข้อมูลทราบว่าตนมีสิทธิ - **ช่องทาง:** เว็บไซต์, อีเมล, แอปพลิเคชัน, สื่อมวลชน - **เนื้อหา:** วิธีการยกเลิก + เหตุผล - **กลไกป้องกันการหลีกเลี่ยง — วรรค 2:** - ถ้าผู้ควบคุมต้องการ**เปิดเผย**ข้อมูลให้บุคคลที่ 3 → ต้องปฏิบัติตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) เต็มรูปแบบ - ถ้าต้องการ**ส่งไปต่างประเทศ** → ต้องปฏิบัติตาม [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) / [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) - มาตรานี้**เปิดทางเฉพาะการเก็บและใช้** — ไม่เปิดทางการเปิดเผยหรือการประมวลผลใหม่ - **ตีความ "ก่อนวันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ":** - ในทางปฏิบัติ = ก่อน 1 มิ.ย. 2565 (วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับเต็มรูปแบบ) - ผู้ควบคุมต้องสามารถ**พิสูจน์**ว่าเก็บข้อมูลก่อนวันนั้น - ข้อมูลที่เก็บ**หลังจาก**วันที่บังคับ → ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. เต็มรูปแบบ - **ความท้าทายในเชิงปฏิบัติ:** - ผู้ควบคุมต้อง**แยกข้อมูล**ที่เก็บก่อน vs หลัง พ.ร.บ. — ในระบบเดียวกันอาจซับซ้อน - การ**ตามรอย**ว่าวัตถุประสงค์เดิมคืออะไร — ในกรณีที่ไม่ได้บันทึก - การ**สื่อสาร**ให้เจ้าของข้อมูลเข้าใจสิทธิและช่องทางการยกเลิก - **เปรียบเทียบกับ GDPR Art. 99:** - **GDPR:** ใช้บังคับกับข้อมูลทั้งหมดทันที — ไม่มีบทเฉพาะกาลแบบนี้ - **PDPA ไทย (มาตรานี้):** มีบทเฉพาะกาลเพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัวได้ - PDPA ไทย ผ่อนผันมากกว่า GDPR ในจุดนี้ — สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ภาคเอกชนยังไม่พร้อม - **ผลในเชิงสิทธิของเจ้าของข้อมูล:** - **ยังคงมี**สิทธิเข้าถึงข้อมูล ([มาตรา 30](https://link.pdpalawbase.com/section/30.md)), สิทธิแก้ไข ([มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md)), สิทธิลบ ([มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md)), สิทธิคัดค้าน ([มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md)) - ทุกสิทธิเหล่านี้ใช้ได้กับข้อมูลที่เก็บก่อน พ.ร.บ. — มาตรานี้ไม่จำกัด - มาตรานี้**ผ่อนผัน**เฉพาะ**ฐานในการประมวลผล** ([มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md)) สำหรับการเก็บและใช้ ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/95.md ============================================================ โนด: มาตรา 96 ลิงก์อ้างอิง: https://link.pdpalawbase.com/section/96.md # มาตรา 96 ## ตัวบท > มาตรา 96 การดำเนินการออกระเบียบ และประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ## สรุป มาตรานี้ปิด พ.ร.บ. ด้วยกรอบเวลาทั่วไปสำหรับ**ระเบียบและประกาศ**ที่ออกตาม พ.ร.บ.: ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน **1 ปี**นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ — กรณีไม่สามารถดำเนินการได้ **รัฐมนตรีต้องรายงานเหตุผล**ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ — เป็น**กลไกความรับผิดชอบ**ที่ทำให้รัฐบาลรายงานความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมาย ## องค์ประกอบสำคัญ - **กรอบเวลา:** - **ที่ต้องดำเนินการ:** การออก**ระเบียบ**และ**ประกาศ**ตาม พ.ร.บ. นี้ - **กรอบ:** **1 ปี**นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ใช้บังคับ - **กรณีไม่สามารถดำเนินการได้:** - **ผู้รับผิดชอบ:** รัฐมนตรี - **หน้าที่:** รายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ - **ผู้รับรายงาน:** คณะรัฐมนตรี - **ลักษณะของการรายงาน:** เพื่อทราบ — ไม่ใช่เพื่อขออนุมัติ ## มาตราที่อ้างอิง (ไม่มีการอ้างอิงมาตราเฉพาะ — มาตรานี้ใช้ทั่วทุกบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ที่กำหนดให้ออกระเบียบ/ประกาศ) ## หมายเหตุ - **ขอบเขตของ "ระเบียบและประกาศ" ใน พ.ร.บ.:** - ตัวอย่างของระเบียบ/ประกาศที่ต้องออก: - **ประกาศของคณะกรรมการ** ([มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)) — แบบและข้อความความยินยอม ([มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 3) - **ประกาศ**กำหนดข้อมูลอ่อนไหวเพิ่มเติม ([มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)) - **ประกาศ**กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองสำหรับการส่งต่างประเทศ ([มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) วรรค 4) - **ระเบียบ**การยื่นและพิจารณาคำร้องเรียน ([มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) วรรค 2) - **ประกาศ**คุณสมบัติของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ([มาตรา 71](https://link.pdpalawbase.com/section/71.md) วรรค 2) - **ประกาศ**คุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ + แบบบัตร ([มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md)) - **ระเบียบ**การลงโทษทางปกครอง ([มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรค 2) - **เหตุที่กฎหมายใหม่ต้องออกระเบียบ/ประกาศจำนวนมาก:** - พ.ร.บ. กำหนด**กรอบหลัก** — ปล่อยให้รายละเอียดอยู่ในระเบียบ/ประกาศ - กลไกนี้**ยืดหยุ่น** — ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์โดยไม่ต้องแก้ พ.ร.บ. - แต่ทำให้การบังคับใช้**ขึ้นกับการออกระเบียบ/ประกาศ** — ถ้าไม่ออก พ.ร.บ. อาจ**บังคับใช้ไม่ได้เต็มรูปแบบ** - **กรอบเวลา 1 ปี — เปรียบเทียบกับมาตราอื่น:** - **[มาตรา 91](https://link.pdpalawbase.com/section/91.md):** คณะกรรมการ — 90 วัน - **[มาตรา 93](https://link.pdpalawbase.com/section/93.md):** สำนักงาน — 1 ปี - **มาตรานี้:** ระเบียบและประกาศ — 1 ปี - กรอบเวลาคู่ขนาน — ทั้ง**โครงสร้างองค์กร**และ**กรอบกฎเกณฑ์**ควรพร้อมในเวลาเดียวกัน - **ผลของการรายงานต่อคณะรัฐมนตรี:** - **เป็นเพื่อทราบ** — ไม่ต้องอนุมัติให้ขยายเวลา - แต่ทำให้**คณะรัฐมนตรีตระหนัก**ถึงความล่าช้า - อาจกระตุ้นให้**ครม. กดดัน**กระทรวงดิจิทัลฯ + สำนักงานให้เร่งทำงาน - **ผลทางการเมืองของการล่าช้า:** - การที่รัฐมนตรีต้องรายงานเหตุผล → ทำให้เห็น**ผู้รับผิดชอบ** - ฝ่ายค้าน/สื่อสามารถใช้เป็น**ประเด็นการเมือง** - กลไกนี้สร้าง**แรงจูงใจ**ให้รัฐมนตรีเร่งทำงาน - **ประวัติการออกระเบียบและประกาศในเชิงปฏิบัติ:** - หลัง พ.ร.บ. ใช้บังคับ มิ.ย. 2565 → คณะกรรมการเริ่มออกประกาศตั้งแต่ ก.ค. 2565 - ภายในปีแรก ออกประกาศหลัก เช่น - ประกาศหลักเกณฑ์มาตรการรักษาความปลอดภัย ([มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)) - ประกาศการแจ้งเหตุละเมิด - ประกาศการขอความยินยอม - บางประกาศ (เช่น เกณฑ์การประเมินผลกระทบ DPIA) ออกหลัง 1 ปี — รัฐมนตรีต้องรายงานต่อ ครม. - **ความสัมพันธ์กับการบังคับใช้ พ.ร.บ.:** - หลายบทบัญญัติของ พ.ร.บ. **ขึ้นกับ**การมีระเบียบ/ประกาศ - ตัวอย่าง: [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรค 3 (แบบความยินยอม) ต้องรอประกาศ → ในระหว่างรอ ผู้ควบคุมใช้แบบเดิมได้ - กลไกนี้**ป้องกันการใช้ พ.ร.บ. แบบไม่สามารถปฏิบัติได้** — ให้เวลาแก่ภาคเอกชนปรับตัว - **มาตรานี้เป็น "บทปิด" ของ พ.ร.บ.:** - [มาตรา 96](https://link.pdpalawbase.com/section/96.md) = มาตราสุดท้ายของ พ.ร.บ. - หลังจากนี้ มี**หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ** อธิบายเหตุผลในการประกาศใช้ - ครอบคลุม**ทุกบทบัญญัติ**ของ พ.ร.บ. — ทำให้บทเฉพาะกาลครบวงจร ลิงก์อ้างอิงของโนดนี้: https://link.pdpalawbase.com/section/96.md