---
title: การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA)
type: concept
slug: concept-dpia
aliases:
  - การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล
  - DPIA
definition_source: null
tags: [concept, dpia]
references:
  - section-37
  - section-39
  - section-41
related_concepts:
  - ผู้ควบคุมข้อมูล
  - ข้อมูลอ่อนไหว
  - ฐานในการประมวลผล
keywords:
  - การประเมินผลกระทบ
  - การประมวลผลที่มีความเสี่ยงสูง
  - มาตรการเยียวยาความเสี่ยง
  - การออกแบบที่คำนึงถึงการคุ้มครอง
ingested_by: claude-opus-4.7
ingested_at: 2026-05-11
reviewed_by: null
schema_version: 0.2
---

# การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA)

## นิยาม

**DPIA** ย่อมาจาก *Data Protection Impact Assessment* ในภาษาอังกฤษ — เป็นศัพท์ที่นิยมใช้ในมาตรฐานสากลและในตำราภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "DPIA"

**การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** (DPIA) คือกระบวนการที่ผู้ควบคุมข้อมูลทำขึ้นก่อนเริ่มกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลที่อาจมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล — เพื่อระบุความเสี่ยง ประเมินความรุนแรงและความน่าจะเป็น และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยง

**สถานะใน พ.ร.บ. ไทย:** พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยปี 2562 **ไม่ได้บัญญัติ DPIA ไว้โดยตรง** — เป็นแนวปฏิบัติที่นำเข้ามาจาก GDPR และมาตรฐานสากล แต่หน้าที่ของผู้ควบคุมตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) ที่ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ "เหมาะสม" — ในทางปฏิบัติ DPIA เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ควบคุมพิสูจน์ว่าได้พิจารณาความเสี่ยงและจัดมาตรการที่เหมาะสมแล้ว

## ตัวอย่าง

### เมื่อใดควรทำ DPIA (แนวปฏิบัติสากล)

DPIA แนะนำให้ทำเมื่อกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลมีลักษณะเข้าข่ายต่อไปนี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป:

- **ใช้เทคโนโลยีใหม่** — เช่น ปัญญาประดิษฐ์ การรู้จำใบหน้า การประมวลผลด้วยอัลกอริทึมตัดสินใจอัตโนมัติ
- **ประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมาก** ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) — เช่น ข้อมูลพันธุกรรม สุขภาพ ประวัติอาชญากรรม
- **ตรวจสอบบุคคลอย่างเป็นระบบ** — เช่น กล้องวงจรปิดในที่สาธารณะ การติดตามตำแหน่งพนักงาน
- **ประมวลผลข้อมูลของผู้เปราะบาง** — เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจิตเวช
- **ตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลกระทบทางกฎหมายต่อบุคคล** — เช่น การอนุมัติสินเชื่อด้วยอัลกอริทึม การคัดเลือกพนักงานด้วยปัญญาประดิษฐ์
- **การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง** — รวมข้อมูลจาก 2 แหล่งขึ้นไปเพื่อสร้างโปรไฟล์
- **การส่งข้อมูลข้ามประเทศ** ไปยังประเทศที่อาจมีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลต่ำกว่า

### องค์ประกอบหลักของ DPIA

1. **อธิบายกิจกรรมการประมวลผล** — วัตถุประสงค์ ฐานในการประมวลผล ประเภทข้อมูล ผู้รับข้อมูล ระยะเวลาการเก็บ
2. **ประเมินความจำเป็นและสัดส่วน** — กิจกรรมจำเป็นเพียงใด มีทางเลือกที่กระทบน้อยกว่าไหม
3. **ระบุความเสี่ยง** — ที่อาจกระทบสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล (เช่น การรั่วไหล การใช้ผิดวัตถุประสงค์ การถูกเลือกปฏิบัติ)
4. **กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง** — มาตรการทางเทคนิค (เข้ารหัส ระบบควบคุมการเข้าถึง) + มาตรการเชิงองค์กร (นโยบาย การฝึกอบรม)
5. **ตัดสินใจดำเนินการ** — หากความเสี่ยงสูงเกินที่จะลดลงได้ ผู้ควบคุมควรปรึกษาคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มกิจกรรม

### กรณีศึกษาที่ควรทำ DPIA

- **โรงพยาบาลที่นำระบบ AI วินิจฉัยภาพถ่ายแพทย์มาใช้** — ข้อมูลอ่อนไหว + เทคโนโลยีใหม่ + ตัดสินใจอัตโนมัติ
- **บริษัทประกันที่ใช้อัลกอริทึมประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลพันธุกรรม** — ข้อมูลอ่อนไหว + ตัดสินใจอัตโนมัติที่กระทบสิทธิ
- **แอปติดตามตำแหน่งพนักงานในที่ทำงาน** — การตรวจสอบอย่างเป็นระบบ + ข้อมูลของผู้เปราะบาง (ความสัมพันธ์ไม่เท่าเทียม)

## มาตราที่เกี่ยวข้อง

**กรอบกฎหมายที่เชื่อมโยง (ไม่บัญญัติ DPIA โดยตรง แต่สนับสนุนแนวปฏิบัติ):**

- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) — หน้าที่ของผู้ควบคุมในการจัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ "เหมาะสม" — DPIA เป็นเครื่องมือพิสูจน์ความเหมาะสม
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) — บันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผล (ROPA) — DPIA เป็นส่วนเสริมที่เน้นการประเมินความเสี่ยง (ขณะที่ ROPA เน้นการบันทึก)
- [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) — DPO มีหน้าที่ให้คำแนะนำในการทำ DPIA และตรวจสอบกิจกรรมการประมวลผลที่มีความเสี่ยงสูง

## ประกาศที่เกี่ยวข้อง

\-

## หมายเหตุ

- **ไม่บัญญัติชัดใน พ.ร.บ. ไทย แต่นิยมในทางปฏิบัติ:** DPIA เป็นแนวปฏิบัติที่นำเข้ามาจาก GDPR Art. 35 ซึ่งบัญญัติชัดเจน — พ.ร.บ. ไทยใช้คำกว้างว่า "มาตรการที่เหมาะสม" ใน [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) ทำให้ DPIA เป็นทางเลือกที่ผู้ควบคุมใช้พิสูจน์การปฏิบัติตามหน้าที่
- **เทียบกับ GDPR Art. 35:** GDPR บังคับให้ทำ DPIA เมื่อกิจกรรม "มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล" — ระบุกรณีเฉพาะ 3 ประเภท: (a) ตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลทางกฎหมาย (b) ประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวขนาดใหญ่ (c) ตรวจสอบที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ
- **DPIA vs ROPA:** ROPA ([มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)) = บันทึกการประมวลผลทุกกิจกรรม (เป็นเอกสารต่อเนื่อง) — DPIA = ประเมินความเสี่ยงเฉพาะกิจกรรมที่อาจมีความเสี่ยงสูง (เป็นเอกสารต่อกิจกรรม)
- **บทบาทของ DPO ใน DPIA:** DPO ตาม [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md) มีหน้าที่ให้คำแนะนำในการทำ DPIA — แม้ พ.ร.บ. ไทยจะไม่บัญญัติชัด แต่แนวปฏิบัติสากลถือเป็นหน้าที่หลักของ DPO
- **แนวโน้มในอนาคต:** คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยอาจออกประกาศแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ DPIA ในอนาคต — โดยเฉพาะสำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเช่นปัญญาประดิษฐ์และการตัดสินใจอัตโนมัติ
- **ผู้รับผิดชอบ DPIA:** ผู้ควบคุมข้อมูลเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการทำ DPIA — แม้จะปรึกษา DPO หรือผู้เชี่ยวชาญภายนอก ผู้ควบคุมยังคงรับผิดชอบในผลของการประเมินและการตัดสินใจดำเนินการ


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)
- [มาตรา 41](https://link.pdpalawbase.com/section/41.md)
- [ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล](https://link.pdpalawbase.com/concept/data-controller.md)
- [ข้อมูลอ่อนไหว](https://link.pdpalawbase.com/concept/sensitive-data.md)
- [ฐานในการประมวลผล](https://link.pdpalawbase.com/concept/lawful-basis.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
