---
title: 9.5.3 องค์กรมีขั้นตอนในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากไม่สามารถลดความเสี่ยงที่เหลืออยู่ได้
type: guideline
slug: guideline-9-5-3
guideline_number: "9.5.3"
chapter: บท-9-ความเสี่ยงและการประเมินผลกระทบ
dimension: 2-risk-mgmt
legal_force: []
tags: [trustmark, risk-mgmt]
evidence_count: 2
ingested_by: claude-opus-4-8
ingested_at: 2026-06-29
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.8
---

# 9.5.3 องค์กรมีขั้นตอนในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากไม่สามารถลดความเสี่ยงที่เหลืออยู่ได้

## สิ่งที่ต้องทำ

องค์กรมีขั้นตอนในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากไม่สามารถลดความเสี่ยงที่เหลืออยู่ได้ และมีเอกสารหลักฐานสนับสนุนครบถ้วน

## หลักฐาน

1. นโยบายกำหนดขั้นตอนในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
2. สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

## สภาพบังคับ

ไม่มีกฎหมายบังคับ

## ตัวอย่างเอกสาร

### 1. ความสำคัญของการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ในกระบวนการบริหารความเสี่ยงตาม DPIA องค์กรต้องดำเนินมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในบางกรณีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยมาตรการภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีความรู้เฉพาะทางด้านคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงช่วยให้องค์กรประเมินความเสี่ยงและแนวทางจัดการได้อย่างถูกต้อง ลดโอกาสเกิดปัญหาทางกฎหมายหรือการละเมิดข้อมูลที่รุนแรง

### 2. เกณฑ์สถานการณ์ที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

- ความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลกระทบรุนแรง (เช่น ข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลสุขภาพ)
- มาตรการบรรเทาความเสี่ยงที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคและงบประมาณ
- การเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลซ้ำ ๆ หรือมีแนวโน้มสูง
- มีความซับซ้อนด้านเทคนิคหรือกฎหมายที่ต้องการความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
- ความเสี่ยงที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรุนแรง

### 3. ขั้นตอนการปรึกษา

1. **แจ้งเหตุและรวบรวมข้อมูล** ทีมที่รับผิดชอบทำรายงานสรุปสถานการณ์ ความเสี่ยงที่ไม่สามารถลดได้ และมาตรการที่ดำเนินการไปแล้ว
2. **เลือกผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม** ผู้เชี่ยวชาญควรมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมาย PDPA หรือมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล
3. **ทำสัญญาหรือข้อตกลงการให้บริการ** ระบุขอบเขตงาน การรักษาความลับข้อมูล และเงื่อนไขความรับผิดชอบ
4. **ดำเนินการปรึกษาและรับคำแนะนำ** ส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา พร้อมรับฟังคำแนะนำและมาตรการเสริม
5. **จัดทำรายงานผลการปรึกษา** สรุปคำแนะนำและแผนการดำเนินการ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลา
6. **ติดตามผลและทบทวน** ดำเนินการตามคำแนะนำและติดตามประสิทธิผล พร้อมบันทึกในทะเบียนความเสี่ยง

### 4. เอกสารหลักฐานที่ควรมี

- **นโยบายกำหนดขั้นตอนในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ** ระบุหลักเกณฑ์และกระบวนการตัดสินใจว่าควรปรึกษาเมื่อใด บทบาทผู้รับผิดชอบ การจัดเก็บและรักษาความลับของข้อมูล และแนวทางจัดการคำแนะนำที่ได้รับ
- **สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล** ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลาการให้บริการ ข้อตกลงการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล และเงื่อนไขการยกเลิกและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย
- **รายงานการปรึกษาและคำแนะนำ** สรุปสถานการณ์และปัญหา คำแนะนำโดยละเอียดของผู้เชี่ยวชาญ แผนการดำเนินงานและมาตรการ พร้อมการตอบรับและแผนติดตามผล

หมายเหตุ: แม้กฎหมาย PDPA จะไม่ได้บังคับชัดเจนเรื่องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีความเสี่ยงคงเหลือ แต่การมีขั้นตอนและนโยบายที่ชัดเจนถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคล


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

_(ไม่มีการเชื่อมโยงโดยตรง)_

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
