---
title: "ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565"
type: notification
slug: notification-6-2

notification_number: "6.2"
issuer: คณะกรรมการ
instrument: ระเบียบ
year_be: 2565
category: 6-ร้องเรียนและโทษปกครอง
subject: "ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565"
subject_summary: "ระเบียบกำหนดขั้นตอนทั้งกระบวนการร้องเรียนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่ช่องทางและรายละเอียดการยื่นคำร้องเรียน การตรวจสอบเบื้องต้นโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ การจ่ายเรื่องให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เหตุไม่รับเรื่อง/ยุติเรื่อง 6 กรณี การไกล่เกลี่ย จนถึงกรอบเวลาพิจารณา 90 วัน (ขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 60 วัน)"
legal_basis:
  - มาตรา-16
  - มาตรา-73
issued_date: 2022-06-29
effective_date: 2022-07-12
source_url: "https://www.pdpc.or.th/1375/"
pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2022/06/pdpc-2565-regularity65.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/notifications/notification-6.2.pdf"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ประกาศ
  - year-2565
  - ร้องเรียน
  - คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ

references:
  - มาตรา-16
  - มาตรา-72
  - มาตรา-73
  - มาตรา-74
  - มาตรา-75
  - มาตรา-76
  - มาตรา-90
  - notification-6-3

ingested_by: claude-fable-5
ingested_at: 2026-06-11
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.11
---

# ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565

## ใจความสำคัญ

ระเบียบฉบับนี้วางขั้นตอนทั้งกระบวนการของการร้องเรียนตามหมวด 5 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — ตั้งแต่การยื่นคำร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบและวิเคราะห์เบื้องต้นโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ การจ่ายเรื่องโดยเลขาธิการ ไปจนถึงการพิจารณา การไกล่เกลี่ย และการออกคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกรอบเวลาที่ชัดเจนในแต่ละชั้น

- ยื่นคำร้องเรียนได้ 3 ช่องทาง (ข้อ 7): ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน ยื่นทางไปรษณีย์ หรือยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงานประกาศกำหนด
- คำร้องเรียนต้องสุภาพ ชัดเจน และมีรายละเอียดอย่างน้อย 6 รายการ (ข้อ 8): ตัวตนและช่องทางติดต่อของผู้ร้องเรียน ข้อเท็จจริงของการฝ่าฝืน ความเดือดร้อนเสียหาย เอกสารหลักฐาน คำขอ และคำรับรองว่าข้อความเป็นความจริง
- พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจความครบถ้วนภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำร้องเรียน (ข้อ 9) และตรวจสอบวิเคราะห์เบื้องต้นให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่ออกใบรับ (ข้อ 10) โดยอาจใช้อำนาจตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) รวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มก่อนเสนอเรื่องได้
- คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีดุลยพินิจสั่งไม่รับเรื่องหรือยุติเรื่องได้ 6 กรณี (ข้อ 13) เช่น เรื่องที่เคยพิจารณายุติแล้ว เรื่องที่มีผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่น หรือผู้ร้องเรียนถอนเรื่อง
- เรื่องที่อาจไกล่เกลี่ยได้ ให้สอบถามคู่กรณีก่อน หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จจึงดำเนินการตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรคสามและวรรคสี่ ต่อไป (ข้อ 14) · หากพยานหลักฐานไม่พอ ใช้อำนาจตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) และ[มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) หรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) ได้ (ข้อ 15)
- หากคำร้องเรียนมีมูลและพยานหลักฐานชัดเจน ให้ลงโทษปรับทางปกครองตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรคสอง (ข้อ 16) — หลักเกณฑ์ดังกล่าวปัจจุบันคือ [ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2568](https://link.pdpalawbase.com/notification/6-3.md)
- กรอบเวลาพิจารณา: ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่การประชุมครั้งแรก ขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 60 วัน โดยต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแจ้งผู้ร้องเรียน (ข้อ 20)
- คำสั่ง "ไม่รับเรื่องร้องเรียน" และ "ยุติเรื่องร้องเรียน" ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่เผยแพร่บนเว็บไซต์สำนักงานฯ ล้วนออกภายใต้กรอบของระเบียบฉบับนี้

## ตัวบท

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

"คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ" หมายความว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"ผู้ร้องเรียน" หมายความว่า เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้สิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เรื่องร้องเรียน" หมายความว่า เรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เจ้าหน้าที่" หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 4 ในการดำเนินการหรือพิจารณาออกคำสั่งตามระเบียบนี้ นอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ 5 การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาดำเนินการด้วยความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและความรวดเร็ว

ข้อ 6 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

**หมวด 1 การยื่นคำร้องเรียน**

ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ยื่นคำร้องเรียนโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน

(2) ยื่นผ่านทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน

(3) ยื่นผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ข้อ 8 คำร้องเรียนที่ยื่นต่อสำนักงาน ต้องมีความชัดเจน สามารถทำความเข้าใจได้ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่หยาบคาย ไม่มีลักษณะเป็นการกรรโชก ข่มขู่ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม และต้องมีรายละเอียดและเอกสารหลักฐานอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) ชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้ร้องเรียน และที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจสำหรับการติดต่อ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนซึ่งออกโดยราชการ โดยในกรณีที่เป็นการมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทน จะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจให้ร้องเรียนแทนที่มีรายละเอียดเรื่องที่มอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ที่ถูกต้องครบถ้วน และลงนามโดยผู้ร้องเรียนและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้มอบอำนาจซึ่งออกโดยราชการซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มอบอำนาจ สำหรับผู้รับมอบอำนาจให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นซึ่งออกโดยราชการต่อเจ้าหน้าที่

(2) รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

(3) รายละเอียดความเดือดร้อนเสียหายหรือผลกระทบต่อผู้ร้องเรียน

(4) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน เช่น พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือถ้อยคำของพยานบุคคลที่สนับสนุนเรื่องร้องเรียนที่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาได้

(5) คำขอที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการ

(6) คำรับรองว่าข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง

คำร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดทำเป็นหนังสือหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ตามที่สำนักงานประกาศกำหนด โดยระบุรายละเอียดครบถ้วนตามวรรคหนึ่ง และมีการลงลายมือชื่อของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ และให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียนให้แก่ผู้ร้องเรียน

ให้เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ร้องเรียนในการยื่นคำร้องเรียน

ในการยื่นคำร้องเรียนตามข้อ 7 (1) หากเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาเอกสารประจำตัวอื่นของผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งออกโดยราชการ ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดทำสำเนาเอง

**หมวด 2 การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน**

**ส่วนที่ 1 การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยพนักงานเจ้าหน้าที่**

ข้อ 9 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องเรียนตามข้อ 7 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดคำร้องเรียนว่า มีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 8 หรือไม่โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ได้รับคำร้องเรียน หากถูกต้องครบถ้วนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องเรียน โดยระบุวันที่ที่รับคำร้องเรียนและรหัสอ้างอิงในการรับคำร้องเรียน ให้แก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจ

ในกรณีที่คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้รับมอบอำนาจทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขคำร้องเรียน และแจ้งให้ทราบว่า คำร้องเรียนดังกล่าวจะยังไม่มีผลสมบูรณ์และไม่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจนกว่าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อ 8

ข้อ 10 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อ 9 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องร้องเรียนผ่านเลขาธิการเพื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณา โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์รายละเอียดของเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นในประเด็น ดังต่อไปนี้

(1) เป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่

(2) เรื่องร้องเรียนมีมูล เป็นสาระสำคัญ และสมเหตุสมผลที่จะร้องเรียนหรือไม่

(3) เรื่องร้องเรียนอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ และหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายอื่นหรือเป็นของหน่วยงานอื่นหรือไม่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่ได้ออกใบรับคำร้องเรียนตามข้อ 9 วรรคหนึ่ง เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา ให้ดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

ในการดำเนินการวรรคหนึ่ง หากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา พนักงานเจ้าหน้าที่อาจใช้อำนาจตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md) ก่อนเสนอให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาก็ได้

ข้อ 11 ในกรณีที่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหลายคณะ ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้เสนอเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณา โดยคำนึงถึงหน้าที่และอำนาจตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละคณะ ตลอดจนปริมาณงานและความเร่งด่วนของงาน

ในกรณีที่เรื่องร้องเรียนที่พิจารณา เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ หรือมีความซับซ้อนต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะในหลายด้านหรือต้องการความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เลขาธิการอาจเสนอเรื่องร้องเรียนนั้นให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งคณะมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเป็นกรณีพิเศษก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่งไม่สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้โอนเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะใดพิจารณาแทน

**ส่วนที่ 2 การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ**

ข้อ 12 เมื่อเลขาธิการส่งเรื่องร้องเรียนให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแล้ว ให้ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวโดยเร็ว

ข้อ 13 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจใช้ดุลยพินิจโดยมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องร้องเรียนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ก็ได้

(1) คำร้องเรียนมีลักษณะ รายละเอียด และเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 8

(2) เรื่องร้องเรียนที่มีคู่กรณี ข้อเท็จจริง และประเด็นที่อาศัยมูลเหตุเดียวกันที่เคยยื่นต่อสำนักงานตามระเบียบนี้และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจนเป็นที่ยุติแล้ว

(3) เรื่องร้องเรียนที่ไม่ใช่กรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(4) เรื่องร้องเรียนที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น

(5) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(6) เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนขอถอนคำร้องเรียน หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ปฏิบัติตามคำขอของผู้ร้องเรียนแล้ว

ข้อ 14 ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นเข้าลักษณะตามข้อ 13 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะมีคำสั่งไม่รับเรื่องหรือสั่งยุติเรื่องก็ได้ และให้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ

(2) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นไม่มีมูล ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีคำสั่งยุติเรื่อง และส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบ

(3) หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วรับฟังได้ว่า เรื่องร้องเรียนนั้นเป็นกรณีซึ่งอาจไกล่เกลี่ยได้ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามคู่กรณีว่าประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ยหรือไม่ หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ย ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยเร็ว แต่หากเรื่องร้องเรียนนั้นไม่อาจไกล่เกลี่ยได้ หรือไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตาม [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md) วรรคสามและวรรคสี่ และดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตามระเบียบนี้ต่อไป

ข้อ 15 ในการดำเนินการตามข้อ 14 หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการยื่นคำร้องเรียนไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญใช้อำนาจตาม [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md) และ[มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md) หรือสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตาม [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md)

ข้อ 16 ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า คำร้องเรียนมีมูลและมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงโทษปรับทางปกครองตามหลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดตาม [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md) วรรคสอง

ข้อ 17 ในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนเรื่องใดมีประเด็นข้อกฎหมายหรือปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญและจำเป็นต้องมีการตีความหรือวินิจฉัยชี้ขาดโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพักการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ชั่วคราว และส่งเรื่องให้เลขาธิการมีหนังสือไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาตีความและวินิจฉัยชี้ขาด แล้วจึงนำไปประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวต่อไป

ข้อ 18 ในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนโดยผู้ร้องเรียนหลายรายในเรื่องเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคณะเดียวกัน หากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นเอง หรือผู้ร้องเรียนร้องขอ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเหล่านั้นและพิจารณาไปพร้อมกันก็ได้

การรวมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต่างคณะกัน ให้เสนอต่อเลขาธิการ เพื่อพิจารณาดำเนินการ

ข้อ 19 คู่กรณีอาจเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยทำเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนมีคำสั่งได้

ข้อ 20 ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งแรก เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในกำหนดเวลา

ในกรณีที่ไม่สามารถพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญรายงานปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่แล้วเสร็จต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและขออนุมัติขยายเวลาพิจารณาออกไปอีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน ภายหลังการได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญต้องรีบสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ร้องเรียนถึงเหตุสุดวิสัยหรือเหตุขัดข้องดังกล่าวให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยไม่ชักช้า

ข้อ 21 ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ เมื่อผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบพร้อมด้วยเหตุผล และในกรณีที่ไม่รับเรื่องร้องเรียนหรือยุติเรื่องที่มีผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นอยู่แล้วตามกฎหมายอื่น ให้แจ้งผู้ร้องเรียนทราบ หากผู้ร้องเรียนประสงค์จะให้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนั้นตามกฎหมายอื่น ให้ดำเนินการตามความประสงค์ดังกล่าว และให้ถือว่าผู้มีอำนาจพิจารณาได้รับเรื่องร้องเรียนนับแต่วันที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับเรื่องร้องเรียนนั้น

ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เธียรชัย ณ นคร

ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

## เหตุผลและฐานอำนาจ

ระเบียบฉบับนี้ไม่มีย่อหน้าเหตุผล ("โดยที่...") ใน preamble — ออกโดยอาศัยอำนาจตามความใน [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (4) และ [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงออกระเบียบไว้

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/notifications/notification-6.2.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/1375/)
- [PDF ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 139 ตอนพิเศษ 165 ง, 11 กรกฎาคม 2565)](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2022/06/pdpc-2565-regularity65.pdf)

หมายเหตุการคัดลอกตัวบท: ตัวบทในหน้านี้ถอดจาก PDF ฉบับราชกิจจานุเบกษา (ลิงก์ที่ 3) ซึ่งเป็นฉบับทางการ — ไฟล์ PDF local เป็นฉบับแปลงจากเอกสารทีมงานซึ่งมีข้อความสลับบรรทัดในข้อ 10


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
- [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)
- [มาตรา 72](https://link.pdpalawbase.com/section/72.md)
- [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md)
- [มาตรา 74](https://link.pdpalawbase.com/section/74.md)
- [มาตรา 75](https://link.pdpalawbase.com/section/75.md)
- [มาตรา 76](https://link.pdpalawbase.com/section/76.md)
- [มาตรา 90](https://link.pdpalawbase.com/section/90.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
