---
title: "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566"
type: notification
slug: notification-7-2

notification_number: "7.2"
issuer: คณะกรรมการ
instrument: ประกาศ
year_be: 2566
category: 7-โอนข้อมูลต่างประเทศ
subject: "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566"
subject_summary: "กำหนดกลไกส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศภายในเครือกิจการเดียวกันผ่านนโยบาย BCR ที่สำนักงานตรวจสอบรับรอง และมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (appropriate safeguards) 3 รูปแบบ — ข้อสัญญามาตรฐาน (ASEAN MCC / EU SCC) การรับรอง และตราสารระหว่างหน่วยงานรัฐ พร้อมเงื่อนไขขั้นต่ำของข้อสัญญา"
legal_basis:
  - มาตรา-16
  - มาตรา-29
issued_date: 2023-12-12
effective_date: 2024-03-24
source_url: "https://www.pdpc.or.th/2507/"
pdf_local: "public_html/raw/notifications/notification-7.2.pdf"
content_origin: "team-docx"

tags:
  - ประกาศ
  - year-2566
  - การส่งข้อมูลต่างประเทศ

references:
  - มาตรา-16
  - มาตรา-28
  - มาตรา-29
  - notification-7-1
  - notification-7-3

related_concepts:
  - การส่งข้อมูลต่างประเทศ
  - ผู้ควบคุมข้อมูล
  - ผู้ประมวลผลข้อมูล
  - เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  - การแจ้งเหตุละเมิด

ingested_by: claude-fable-5
ingested_at: 2026-06-11
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.11
---

# ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566

## ใจความสำคัญ

ประกาศฉบับนี้วางกลไกตาม [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศได้ 2 ช่องทางหลัก คือ (1) นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน (binding corporate rules — BCR) ที่สำนักงานตรวจสอบและรับรอง และ (2) มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (appropriate safeguards) เมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัยความเพียงพอของประเทศปลายทาง มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2567 (พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 25 ธันวาคม 2566)

- หมวด 1 (ข้อ 5-7): การส่งหรือโอนภายในเครือกิจการเดียวกันทำได้เมื่อมี BCR ที่สำนักงานรับรองแล้ว — ยื่นได้โดยตรง ทางไปรษณีย์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานตรวจ 3 หลักเกณฑ์: สภาพบังคับทางกฎหมาย / ข้อกำหนดรับรองสิทธิเจ้าของข้อมูลและการร้องเรียน / มาตรการคุ้มครองและความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นต่ำ (ขั้นตอนปฏิบัติโดยละเอียดดู [ระเบียบ BCR พ.ศ. 2568](https://link.pdpalawbase.com/notification/7-3.md))
- หมวด 2 (ข้อ 8-14): หากยังไม่มี adequacy decision ตาม [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) และไม่มี BCR — ส่งหรือโอนได้เมื่อจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม 3 รูปแบบ: ข้อสัญญาในการส่งหรือโอนที่เป็นที่ยอมรับ / การรับรอง (certification) / ตราสารผูกพันระหว่างหน่วยงานรัฐไทยกับหน่วยงานรัฐต่างประเทศ
- ข้อสัญญาต้นแบบต่างประเทศที่ใช้ได้: ASEAN Model Contractual Clauses และ EU Standard Contractual Clauses ตาม GDPR (ข้อ 10 (2)) โดยต้องครอบคลุมเนื้อหา 7 เรื่องตามข้อ 11 และแก้ไขได้เฉพาะส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ (ข้อ 12)
- ข้อสัญญาที่คู่สัญญาจัดทำเองต้องมีข้อกำหนดขั้นต่ำ เช่น ผู้รับข้อมูลที่เป็นผู้ประมวลผลต้องประมวลผลตามคำสั่งเท่านั้น และต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ส่งภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (ข้อ 10 (1))
- ฉบับคู่กันสำหรับหลักเกณฑ์มาตรฐานความเพียงพอของประเทศปลายทางตามมาตรา 28 คือ [ประกาศหลักเกณฑ์ตามมาตรา 28 พ.ศ. 2566](https://link.pdpalawbase.com/notification/7-1.md)

## ตัวบท

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ ตาม[มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2566"

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในประกาศนี้

"เครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน" หมายความว่า กิจการที่ผู้ประกอบกิจการมีอำนาจควบคุมหรือบริหารจัดการเหนือกิจการอื่น หรือกิจการที่ถูกควบคุมโดยผู้ประกอบกิจการที่มีอำนาจเหนือกิจการอื่น ในรูปแบบบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม รวมทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกันทางกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกันเนื่องจากประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรฐานทางบัญชีอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

"ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ

"ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

"ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (cloud computing service provider)" หมายความว่า ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลหรือเก็บพักข้อมูลแก่บุคคลอื่นในรูปแบบชั่วคราวหรือถาวร โดยมีระบบที่บริหารจัดการข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยอาจให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Infrastructure as a Service : IaaS) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (Platform as a Service : PaaS) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ (Software as a Service : SaaS) ผู้ให้บริการระบบจัดเก็บข้อมูล (Data Storage as a Service : DSaaS) และผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบ Serverless Computing หรือผู้ให้บริการฟังก์ชัน (Function as a Service : FaaS) เป็นต้น

"ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือโอนข้อมูลโดยทางกายภาพ หรือผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่าย ให้แก่ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล แต่มิให้หมายความรวมถึงการส่งและรับข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่เป็นเพียงสื่อกลาง (intermediary) ในการส่งผ่านข้อมูล (data transit) ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายหรือการเก็บพักข้อมูล (data storage) ในรูปแบบชั่วคราวหรือถาวรที่ไม่มีบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว นอกเหนือจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เช่น กรณีการส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายในต่างประเทศ หรือการส่งข้อมูลผ่านระบบของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (cloud computing service provider) ที่ไม่มีบุคคลใดนอกจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้าง เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากมีมาตรการทางเทคนิคหรือเงื่อนไขทางกฎหมายรองรับ

"นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน (binding corporate rules)" หมายความว่า นโยบายหรือข้อตกลงในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลตกลงร่วมกันและมีผลผูกพัน เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมระหว่างเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

**หมวด 1 นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน**

ข้อ 5 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร อาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันได้ตาม[มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้มีการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน (binding corporate rules) เพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานแล้ว

ข้อ 6 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน สามารถเสนอนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน (binding corporate rules) เพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันตามข้อ 5 เพื่อให้สำนักงานตรวจสอบและรับรองตามประกาศนี้ได้ โดยให้ยื่นนโยบายดังกล่าวโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นโดยตรงต่อสำนักงาน

(2) ยื่นผ่านทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน

(3) ยื่นผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นใดตามที่สำนักงานกำหนด

ข้อ 7 ให้สำนักงานตรวจสอบและรับรองนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน (binding corporate rules) เพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันที่ได้มีการยื่นตามข้อ 6 ตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายลำดับรองและประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตรวจสอบเนื้อหาสาระของนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) การมีผลและสภาพบังคับในทางกฎหมายของนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวกับนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน ตลอดจนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล และผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เสนอนโยบายให้สำนักงานตรวจสอบและรับรอง ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องมีผลผูกพันต่อบุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล และการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและการรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันด้วย

(2) ข้อกำหนดที่รับรองการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการร้องเรียน สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ

(3) มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

**หมวด 2 มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (Appropriate Safeguards)**

ข้อ 8 ในกรณีที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลของคณะกรรมการตาม[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือยังไม่มีนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 5 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม[มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md) เมื่อได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (appropriate safeguards) ซึ่งสามารถบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ และมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ

มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามวรรคหนึ่ง อาจอยู่ในรูปแบบ ดังนี้

(1) ข้อสัญญาที่เป็นไปตามข้อสัญญาในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นข้อสัญญาในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดน หรือการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ ที่คณะกรรมการกำหนดให้ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลใช้เพื่อกำหนดหน้าที่และเงื่อนไขของคู่สัญญา เพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

(2) การรับรอง (certification) เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดน หรือการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ ว่ามีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ

(3) ข้อกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในตราสารหรือข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายและสามารถใช้บังคับได้ระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับหน่วยงานของรัฐของประเทศอื่น ในกรณีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับหน่วยงานของรัฐของประเทศอื่นนั้น

ข้อ 9 มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามข้อ 8 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) การมีผลและสภาพบังคับในทางกฎหมายของมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการเยียวยาทางกฎหมายกับนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็ตาม ทั้งนี้ มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมดังกล่าวต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องมีผลผูกพันต่อบุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

(2) ข้อกำหนดที่รับรองการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการร้องเรียน สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ

(3) มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

ข้อ 10 ภายใต้บังคับข้อ 9 ข้อสัญญาในเรื่องการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 8 วรรคสอง (1) จะต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ข้อสัญญาที่คู่สัญญาจัดทำขึ้นและมีผลผูกพันที่มีเนื้อหาและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

(ก) การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ข) ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ค) กรณีผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

1) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล และตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้เท่านั้น

2) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องติดต่อผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในโอกาสแรกที่ทำได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลจะมอบหมายให้ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิดังกล่าวแทนผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

3) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อสัญญาแก่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล หรือลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยวิธีการที่เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการดำเนินการดังกล่าวแล้ว

4) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้

(ง) กรณีผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลด้วยในกรณีที่ผู้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต้องแจ้งโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

(จ) ต้องมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับการเยียวยาตามกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ (effective legal remedies)

(2) ข้อสัญญาที่คู่สัญญาจัดทำขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ หรือจัดทำโดยองค์การระหว่างประเทศ และมีเนื้อหาและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้ข้อสัญญาต้นแบบอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(ก) ข้อสัญญาต้นแบบของอาเซียนสำหรับการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน (ASEAN Model Contractual Clauses for Cross Border Data Flows)

(ข) ข้อสัญญามาตรฐานสำหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (Standard Contractual Clauses for the Transfer of Personal Data to Third Countries) ที่ออกตามความใน Article 46 (1) ประกอบ Article 46 (2) (c) และ Article 28 (7) ของกฎหมาย Regulation (EU) 2016/679 ของสหภาพยุโรป (European Union) หรือ General Data Protection Regulation (GDPR)

(ค) ข้อสัญญามาตรฐานสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศของหน่วยงาน หรือองค์การระหว่างประเทศอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ข้อ 11 ข้อสัญญาตามข้อ 10 (2) ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) มาตรการแจ้งการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

(2) มาตรการจำกัดการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

(3) มาตรการทางเลือกแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการใช้สิทธิยกเลิกการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอกหรือยกเลิกการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนอกขอบเขตวัตถุประสงค์

(4) มาตรการกำหนดความรับผิดชอบในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในสัญญาเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงการคุ้มครองการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก

(5) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อมิให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

(6) มาตรการในการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และการลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

(7) มาตรการเยียวยาความเสียหายในทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และการกำหนดความรับผิด อันเกิดจากการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ

ข้อ 12 ในกรณีที่มีการใช้ข้อสัญญาตามข้อ 10 (2) หากมีการอ้างอิงกฎหมายที่ใช้บังคับ การแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาเรื่องอื่นในข้อสัญญา หรือเพิ่มเติมมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรือการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ซึ่งไม่ขัดต่อหลักการตามข้อ 11 และไม่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ให้สามารถกระทำได้

ข้อ 13 ให้สำนักงานเผยแพร่ข้อมูลและรายละเอียดของข้อสัญญาต้นแบบตามข้อ 10 (2) ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานด้วย

ข้อ 14 การรับรอง (certification) เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดน หรือการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ ว่ามีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม (appropriate safeguards) โดยเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ ตามข้อ 8 วรรคสอง (2) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งจะต้องมีเนื้อหาตามข้อ 11 ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566

เธียรชัย ณ นคร

ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

## เหตุผลและฐานอำนาจ

อาศัยอำนาจตามความใน[มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (4) และ (5) ประกอบ[มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md) วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ (ประกาศฉบับนี้ไม่มีย่อหน้าเหตุผล "โดยที่..." ใน preamble)

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/notifications/notification-7.2.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/2507/)

หมายเหตุ: วันที่มีผลใช้บังคับ (24 มีนาคม 2567) คำนวณจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 25 ธันวาคม 2566 + 90 วัน ตามข้อ 2 ของประกาศ — วันประกาศราชกิจจาฯ ต่างจากวันลงนาม (ประกาศ ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2566) ฉบับนี้ลงราชกิจจาฯ พร้อมประกาศฉบับมาตรา 28 ในวันเดียวกัน


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 7](https://link.pdpalawbase.com/section/7.md)
- [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)
- [มาตรา 28](https://link.pdpalawbase.com/section/28.md)
- [มาตรา 29](https://link.pdpalawbase.com/section/29.md)
- [ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล](https://link.pdpalawbase.com/concept/data-controller.md)
- [ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล](https://link.pdpalawbase.com/concept/data-processor.md)
- [เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล](https://link.pdpalawbase.com/concept/data-subject.md)
- [การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล](https://link.pdpalawbase.com/concept/breach-notification.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
