---
title: "ข้อหารือที่ 10/2568 เรื่อง ธนาคาร X ขอหารือเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและครอบครัวของพนักงานสำหรับการใช้สิทธิสวัสดิการ"
type: opinion
slug: opinion-10-2568

opinion_number: 10
year_be: 2568
doc_no: "10/2568"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-62"
subject: "ธนาคาร X ขอหารือเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและครอบครัวของพนักงานสำหรับการใช้สิทธิสวัสดิการ"
subject_summary: "ธนาคาร X หารือว่าสามารถอาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 26 (5) (ค) (วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน) เป็นฐานในการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว (ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา) ของพนักงานและครอบครัวเพื่อการใช้สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ตามข้อตกลงสภาพการจ้าง โดยไม่ต้องขอความยินยอม ได้หรือไม่ และข้อมูลสถานะจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันเป็นข้อมูลพฤติกรรมทางเพศตามมาตรา 26 หรือไม่"
asker:
  - ธนาคาร X
interpreted_sections:
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37
conclusion_summary: "ธนาคารฯ ในฐานะนายจ้างอาศัย [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง เก็บรวบรวม/ใช้/เปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว (สุขภาพ/ศาสนา) ของพนักงานและครอบครัวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง เฉพาะกรณีที่เป็นการขอใช้/พิจารณาสิทธิหรือสวัสดิการที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์/คุ้มครองแรงงาน · หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวและไม่เข้าข้อยกเว้นอื่นตาม ม.26 ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง (ตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) และ [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md)) · ข้อมูลสถานะจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน ไม่ถือเป็นข้อมูลพฤติกรรมทางเพศตาม ม.26 หากไม่มีวัตถุประสงค์บ่งชี้พฤติกรรมทางเพศ จึงพิจารณาฐานตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) แทน · ต้องเก็บเท่าที่จำเป็น [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) จำกัดวัตถุประสงค์ [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) แจ้ง privacy notice [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) และจัดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/01/consultation-62.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-10-2568.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2568

references:
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-28
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 10/2568 เรื่อง ธนาคาร X ขอหารือเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและครอบครัวของพนักงานสำหรับการใช้สิทธิสวัสดิการ

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง และ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)
2. พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม — มาตรา 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา 19 และมาตรา 20
3. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม — มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 41 มาตรา 41/1 มาตรา 42 มาตรา 108 และมาตรา 146
4. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 4 (2)

## ข้อหารือ

ธนาคาร X (“ธนาคารฯ”) แจ้งว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้เผยแพร่เอกสารข้อหารือที่ 16/2567 เรื่อง บริษัท W ขอหารือเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลการรักษาพยาบาลเพื่อเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ ธนาคาร X มีความประสงค์ขอหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและครอบครัวพนักงาน เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1. กิจกรรมการใช้สิทธิสวัสดิการของพนักงานตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและมีผลผูกพันธนาคารฯ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ธนาคารฯ สามารถอาศัยข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ได้หรือไม่ อย่างไร พร้อมข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (ถ้ามี)
   (1) การใช้สิทธิสวัสดิการของพนักงาน เพื่อเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเบิกจ่ายค่าตรวจสุขภาพ โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของพนักงาน เช่น ใบรับรองชื่อโรค ประวัติการเจ็บป่วยหรือการเกิดอุบัติเหตุ ประวัติการรักษาพยาบาล และประวัติการตรวจสุขภาพ
   (2) การใช้สิทธิสวัสดิการของพนักงาน เพื่อลาป่วยติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป ลาคลอดบุตร หรือลาทำหมัน โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของพนักงาน
   (3) การใช้สิทธิสวัสดิการของพนักงาน เพื่อลาอุปสมบท ลาประกอบศาสนกิจ หรือลาไปวิปัสสนากรรมฐาน เช่น การลาอุปสมบทเต็มพรรษาในเทศกาลเข้าพรรษา หรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลศาสนาของพนักงาน
   (4) การใช้สิทธิสวัสดิการของพนักงาน เพื่อเงินยืมสวัสดิการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลของตนเอง (ไม่เสียดอกเบี้ย) โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของพนักงาน

2. กิจกรรมการใช้สิทธิสวัสดิการของครอบครัวพนักงานตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากข้อเสนอของธนาคารฯ (ฝ่ายนายจ้าง) ธนาคารฯ สามารถอาศัยข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ได้หรือไม่ อย่างไร พร้อมข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (ถ้ามี)
   (1) การใช้สิทธิสวัสดิการ เพื่อเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่คู่สมรสหรือบุตรของพนักงาน โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของคู่สมรสหรือบุตร ทั้งนี้ บางกรณีธนาคารฯ จะทราบสถานะจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน ระหว่างพนักงานกับคู่สมรส จากคำนำหน้าชื่อหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
   (2) การใช้สิทธิสวัสดิการ เพื่อเงินยืมสวัสดิการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลแก่คู่สมรสหรือบุตรของพนักงาน (ไม่เสียดอกเบี้ย) โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของคู่สมรสหรือบุตร ทั้งนี้ บางกรณีธนาคารฯ จะทราบสถานะจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน
   (3) การใช้สิทธิสวัสดิการ เพื่อเงินยืมสวัสดิการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลแก่บิดามารดาของพนักงานหรือบิดามารดาของคู่สมรส (ไม่เสียดอกเบี้ย) โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของบิดามารดาของพนักงานหรือบิดามารดาของคู่สมรส
   (4) การใช้สิทธิสวัสดิการ เพื่อเงินยืมสวัสดิการสงเคราะห์การสมรส (ไม่เสียดอกเบี้ย) ทั้งนี้ บางกรณีธนาคารฯ จะเก็บข้อมูลสถานะจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน ระหว่างพนักงานกับคู่สมรส
   (5) การใช้สิทธิสวัสดิการ เพื่อลาไปช่วยเหลือภริยาของพนักงานที่คลอดบุตร โดยเอกสารหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ประกอบด้วยข้อมูลสุขภาพของภริยา เช่น ใบรับรองแพทย์ และประวัติการรักษาพยาบาล

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) กำหนดข้อยกเว้นในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด โดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม

ในการดำเนินงานของนายจ้าง นายจ้างย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ในกรณีของรัฐวิสาหกิจ) โดยมาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ยี่สิบคนขึ้นไปจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ไม่ว่าจะเกิดจากข้อเสนอของฝ่ายลูกจ้างหรือฝ่ายนายจ้าง หรือเป็นสวัสดิการที่ให้แก่พนักงาน คู่สมรสหรือบุตรของพนักงาน บิดามารดาของพนักงาน หรือบิดามารดาของคู่สมรสของพนักงานก็ตาม) จะมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยเมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลงดังกล่าว เว้นแต่สัญญาจ้างแรงงานนั้นจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ประกอบกับมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยและโทษทางวินัย เป็นต้น หากนายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 108 ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อีกทั้งมาตรา 10 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดว่า ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าในสถานประกอบกิจการนั้นมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่นายจ้างต้องจัดให้มีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

นอกจากนี้ นายจ้างย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิต่าง ๆ เช่น สิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยในการลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ประกอบการลาป่วยได้ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สิทธิลาเพื่อทำหมันและสิทธิลาเนื่องจากการทำหมัน ตามมาตรา 33 สิทธิของลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ในการลาเพื่อคลอดบุตรและลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร โดยให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ประกอบการลาด้วย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ตามมาตรา 41/1 และสิทธิของลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ที่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงในการขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอด ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ด้วย

ดังนั้น หากธนาคารฯ ในฐานะนายจ้างเห็นว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการขอใช้สิทธิหรือสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด และการพิจารณาสิทธิหรือสวัสดิการดังกล่าวของพนักงานในฐานะลูกจ้างและบุคคลในครอบครัวของพนักงาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลผูกพันธนาคารฯ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์หรือกฎหมายอื่น ก็จะถือเป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ธนาคารฯ จึงสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ธนาคารฯ จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) ด้วย

ทั้งนี้ หากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปเพื่อการขอใช้สิทธิหรือสวัสดิการหรือการพิจารณาสิทธิหรือสวัสดิการของพนักงานและบุคคลในครอบครัวของพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ใช่การขอใช้สิทธิหรือสวัสดิการที่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือกฎหมายอื่น รวมทั้งไม่ได้เป็นกรณีอื่นที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดเพื่อการคุ้มครองแรงงาน ก็ไม่สามารถใช้ข้อยกเว้นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นฐานทางกฎหมายได้ และหากไม่เข้าข้อยกเว้นอื่นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง โดยการขอความยินยอมจะต้องเป็นไปตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) และ [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และสามารถเทียบเคียงแนวทางการตอบข้อหารือได้ตามสรุปการตอบข้อหารือที่ 16/2567 เรื่อง บริษัท W ขอหารือเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลการรักษาพยาบาลเพื่อเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ และสรุปการตอบข้อหารือที่ 29/2566 เรื่อง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลสุขภาพ ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลของเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน

สำหรับประเด็นข้อหารือที่ว่า ธนาคารฯ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลสถานะการจดทะเบียนสมรสเพื่อการขอใช้สิทธิหรือสวัสดิการของพนักงานและบุคคลในครอบครัว ซึ่งในบางกรณีธนาคารฯ อาจทราบได้จากคำนำหน้าชื่อหรือข้อมูลในเอกสารที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน โดยถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) ได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า หากธนาคารฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการบ่งชี้พฤติกรรมทางเพศ (ซึ่งรวมถึงเพศสภาพและพฤติกรรมทางเพศอื่น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็ตาม) ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวก็ไม่ถือว่าเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ในทำนองเดียวกับการเก็บรวบรวมภาพถ่ายที่ปรากฏใบหน้าของหญิงที่สวมผ้าคลุมศีรษะ (ฮิญาบ) ที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการบ่งชี้ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา หรือการเก็บรวบรวมข้อมูลน้ำหนักของบุคคลที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการบ่งชี้สถานะหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่จำต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แต่อย่างใด แต่ธนาคารฯ จะต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ธนาคารฯ พึงระมัดระวังว่า เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับสถานะการจดทะเบียนสมรส (ซึ่งรวมถึงการจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน) ถูกเก็บรวบรวมมาเพื่อการขอใช้สิทธิหรือสวัสดิการเป็นการทั่วไป โดยไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศมาประกอบการพิจารณา ธนาคารฯ ต้องทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม ตามหลักการจำกัดวัตถุประสงค์ (purpose limitation) ตาม [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) และหลักการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น (data minimization) ตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย นอกจากนี้ ธนาคารฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นกำหนดให้ครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการแจ้งรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ (privacy notice) ตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) และการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จำเป็นด้วย โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตามข้อ 4 (2) ของประกาศดังกล่าว

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-10-2568.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/01/consultation-62.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md)
- [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md)
- [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md)
- [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)
- [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
