---
title: "ข้อหารือที่ 11/2567 เรื่อง สำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
type: opinion
slug: opinion-11-2567

opinion_number: 11
year_be: 2567
doc_no: "11/2567"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-40"
subject: "สำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
subject_summary: "สำนักงาน ป.ป.ช. หารือว่าการให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับคัดเลือกในการจัดซื้อจัดจ้างบนเว็บไซต์หลักตามเกณฑ์ ITA เป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่"
asker:
  - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)
interpreted_sections:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37
conclusion_summary: "การเปิดเผยข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงานรัฐและทำได้ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง จึงไม่เป็นเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (4); อย่างไรก็ดีควรทบทวนการเปิดเผยเลขประจำตัวเต็มเพื่อลดความเสี่ยง"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-40-v2.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-11-2567.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2567

references:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37

ingested_by: codex-gpt-5
ingested_at: 2026-05-26
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 11/2567 เรื่อง สำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 
[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) และ (6) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง และ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (4) 
2. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 
มาตรา 64 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง และมาตรา 98 
3. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 
มาตรา 9 (8) 
4. ประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกาศ
ผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้
ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของ
ราชการ พ.ศ. 2540

## ข้อหารือ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)  
ขอให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยสรุปความได้ว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับการประสาน
จากหน่วยงานของรัฐที่เข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 
(Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ว่า สำนักงาน
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้เคยมีหนังสือแจ้งการตรวจสอบเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล 
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่หน่วยงานได้เปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 
หรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล
ส่วนบุคคลและมีความไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งข้อมูลดังกล่าว 
เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่การประเมิน ITA กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เข้าร่วมการประเมินเปิดเผยไว้ทางหน้า
เว็บไซต์หลักของหน่วยงานตามแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) โดยหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล
ดังกล่าวของการประเมิน ITA เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ  
พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ กล่าวคือ มาตรา 66 วรรคหนึ่ง กำหนดให้หน่วยงานของรัฐประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัด
จ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกและเหตุผลสนับสนุนในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 
และของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด และให้ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ 
ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐนั้น และมาตรา 98 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐประกาศเผยแพร่สาระสำคัญ 
ของสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้ว รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงในระบบเครือข่าย
สารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด 
โดยกรมบัญชีกลางได้มีหนังสือเวียนแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการเผยแพร่สาระสำคัญของสัญญาที่ได้
กำหนดให้หน่วยงานเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ดังนี้ 
1) หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0433.4/ว 568 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563  
เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเปิดเผยสรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐไว้ในศูนย์ข้อมูล
ข่าวสารของราชการในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government 
Procurement : e-GP) ซึ่งในข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ได้กำหนดให้หน่วยงานเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อากรของผู้เสนอราคาและผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 
2) หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0405.2/ว 62 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562  
เรื่อง แนวทางการประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญา  
หรือข้อตกลงเป็นหนังสือ กรณีที่ไม่ได้ดำเนินการในระบบ e-GP ซึ่งในรายละเอียดแนบท้ายประกาศผลผู้ชนะ 
การจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ได้กำหนดให้
หน่วยงานเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจน สำนักงาน ป.ป.ช. จึงขอให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล 
ส่วนบุคคลตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  
พ.ศ. 2562 ว่าการเปิดเผยข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับการ
คัดเลือกในการจัดซื้อจัดจ้างไว้บนหน้าเว็บไซต์หลักของหน่วยงานเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล 
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ อย่างไร

## ความเห็น

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้พิจารณาข้อหารือของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมีผู้แทน
สำนักงาน ป.ป.ช. และผู้แทนกรมบัญชีกลาง เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า  
การกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าว ปรากฏในหนังสือของกรมบัญชีกลางจำนวน 2 ฉบับ คือ 
1) หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0405.2/ว 62 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562  
มีวัตถุประสงค์ในการประกาศผลในการจัดซื้อจัดจ้างโดยเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ
เป็นรายไตรมาส โดยรายละเอียดของข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัว
ประชาชนของผู้ชนะการคัดเลือกอยู่ด้วย ซึ่งในปัจจุบันกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนแนวทาง 
การดำเนินการที่เหมาะสมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว 
2) หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0433.4/ว 568 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563  
มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  
ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลสาระสำคัญของสัญญาในเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐนั้น  
โดยกรมบัญชีกลางเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ที่ต้องถือปฏิบัติอยู่แล้ว 
กรมบัญชีกลางจึงนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic 
Government Procurement: e-GP) มาเปิดเผยบนเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง
สามารถสืบค้นและเข้าถึงได้สะดวกขึ้น ซึ่งในปัจจุบันกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนแนวทาง 
การดำเนินการที่เหมาะสมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว 
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่าแนวทางที่กำหนดตามพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีส่วนใดที่ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเหมาะสม และจะแจ้งเวียนหน่วยงาน
ของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับรายชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขประจำตัวประชาชน
ของผู้ทิ้งงานนั้น กรมบัญชีกลางเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องเปิดเผยแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ 
ในการรักษาความมั่นคงทางการคลังของรัฐ ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  
พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 
ส่วนการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่เป็นผู้ประเมินคุณธรรม 
และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) นั้น 
สำนักงาน ป.ป.ช. จะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เข้าร่วมการประเมินปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับหน่วยงาน
นั้น โดยพิจารณาจากข้อกำหนดในกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ได้กำหนด
เงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเฉพาะ ซึ่งหากแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใดมีการปรับปรุง
แก้ไขให้เหมาะสม สำนักงาน ป.ป.ช. ก็จะพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกันต่อไป 
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 
ของผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งปรากฏเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
อากรหรือเลขประจำตัวประชาชนรวมอยู่ด้วยนั้น เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง 
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และแนวทางที่กรมบัญชีกลางกำหนดตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง  
และมาตรา 98 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชน
เข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ประกอบประกาศ
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัด
จ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ 
ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 อีกด้วย จึงถือเป็นกรณีที่
หน่วยงานของรัฐในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และสามารถเก็บรวบรวม ใช้ 
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  
ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  
การที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดตามแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ในการประเมิน ITA ให้หน่วยงาน
ของรัฐที่เข้าร่วมการประเมินเปิดเผยข้อมูลของผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน
ของรัฐไว้บนหน้าเว็บไซต์หลักของหน่วยงาน ตามแนวทางที่กรมบัญชีกลางกำหนดตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  
และไม่ถือเป็นเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออก 
ตามความใน [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (4) แต่อย่างใด 
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีข้อสังเกตเพิ่มเติม กรมบัญชีกลางควรพิจารณา
ทบทวนแนวทางที่กำหนดตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ว่า  
มีความสอดคล้องและเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ เพียงใด  
เช่น การเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้ประกอบการมีความจำเป็น 
ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดหรือไม่ หรือสามารถปกปิดหรือพรางข้อมูลบางส่วนได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการนำข้อมูล
ส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่เหมาะสมหรืออาจเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในอนาคต อันจะเป็นการปรับปรุง
พัฒนาแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้มีความเหมาะสมและเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน
มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากกรมบัญชีกลางได้มีการปรับปรุงแก้ไขแนวทางดังกล่าวแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช. อาจพิจารณากำหนด
หลักเกณฑ์การประเมิน ITA ให้สอดคล้องกับแนวทางของกรมบัญชีกลางดังกล่าวได้ต่อไป 
ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งเวียนหรือเปิดเผยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือเลขประจำตัวประชาชน
ของผู้ประกอบการที่เป็นผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 นั้น 
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่า ถือเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ของหน่วยงานของรัฐที่ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ 
ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กรมบัญชีกลาง 
และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจึงสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล 
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แต่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การแจ้งเวียนรายชื่อผู้ทิ้งงานดังกล่าวยังมิอาจรับฟังได้ว่าถือเป็นการดำเนินการ
ของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงทางการคลังของรัฐโดยตรง จึงไม่ใช่กรณีที่ได้รับยกเว้น 
ไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) 
อนึ่ง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการตามแบบ
วัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ว่า
สำนักงาน ป.ป.ช. ควรพิจารณากำหนดมาตรการในการประเมินที่คำนึงถึงการรักษาความลับของเจ้าของข้อมูล 
ส่วนบุคคลที่เป็นผู้รับบริการของหน่วยงานของรัฐที่เข้าร่วมการประเมิน โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นผู้รับบริการ 
ที่หน่วยงานของรัฐมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน
บุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น รายชื่อผู้รับบริการ
สุขภาพของโรงพยาบาลของรัฐ

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-11-2567.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-40-v2.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
