---
title: "ข้อหารือที่ 11/2568 เรื่อง แพทยสภาหารือแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม"
type: opinion
slug: opinion-11-2568

opinion_number: 11
year_be: 2568
doc_no: "11/2568"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-63"
subject: "แพทยสภาหารือแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม"
subject_summary: "แพทยสภาหารือว่าสามารถเปิดเผยสถานะการเพิกถอน/พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม (รวมระยะเวลา) และข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมของแพทย์บนเว็บไซต์ ทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อคุ้มครองประชาชน ได้หรือไม่เพียงใด"
asker:
  - แพทยสภา
interpreted_sections:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-6
  - มาตรา-22
  - มาตรา-24
  - มาตรา-27
  - มาตรา-35
  - มาตรา-39
conclusion_summary: "แพทยสภามีฐานะเป็นทั้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) และหน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ จึงต้องพิจารณา พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ก่อนและใช้ PDPA เพิ่มเติมตาม [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) · เปิดเผยชื่อ-สกุล เลขที่ใบอนุญาต และสถานะการพัก/เพิกถอนใบอนุญาตได้ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) และ (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง (ปฏิบัติตามกฎหมาย/ภารกิจสาธารณะ) โดยไม่ต้องขอความยินยอม · ต้องบันทึก ROPA ตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (ตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคสาม) และทำให้ข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบันตาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) · การเปิดเผยสถานะที่พ้นระยะเวลาพักใช้แล้ว และการเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรม ต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์สาธารณะกับการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล และเปิดเผยเท่าที่จำเป็นตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) ประกอบ ม.9/15 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/02/consultation-63.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-11-2568.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2568

references:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-6
  - มาตรา-22
  - มาตรา-24
  - มาตรา-27
  - มาตรา-35
  - มาตรา-39

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-28
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 11/2568 เรื่อง แพทยสภาหารือแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1) [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) และ (6) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งและวรรคสาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) และ [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)
2. พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 — มาตรา 6 มาตรา 7 (1) และ (4) มาตรา 8 (1) และ (2) มาตรา 21 (3) (ช) มาตรา 25 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41 วรรคหนึ่ง
3. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 — มาตรา 4 มาตรา 9 มาตรา 14 และมาตรา 15
4. ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยวิธีพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2563 — ข้อ 47 วรรคสอง และข้อ 48

## ข้อหารือ

แพทยสภาแจ้งว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 7 (1) มีวัตถุประสงค์ให้แพทยสภาทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม และ (4) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข เจตนารมณ์ของกฎหมายจึงกำหนดให้แพทยสภามีหน้าที่ในการรับขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูล และยืนยันความถูกต้องของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมบนเว็บไซต์ได้ อันเป็นการคุ้มครองประชาชนก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทยสภากำหนดให้ประชาชนทั่วไปที่จะเข้ารับการรักษากับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถตรวจสอบสถานะความเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผ่านเว็บไซต์ของแพทยสภา โดยกำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนผู้ประสงค์ตรวจสอบกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน (ชื่อ-นามสกุล) แต่ในกรณีที่ชื่อ นามสกุล หรือเลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ถูกต้อง หรือถูกต้องแต่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมรายดังกล่าวถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะปรากฏข้อความว่า “ไม่พบข้อมูล”

ทั้งนี้ แพทยสภาเห็นว่า หากมีกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกลงโทษทางด้านจริยธรรม ควรเปิดเผยถึงสถานภาพและระยะเวลาการถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตแทนข้อความว่า “ไม่พบข้อมูล” รวมถึงเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมดังกล่าวบนเว็บไซต์ของแพทยสภา ซึ่งเป็นหลักการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันกับสภาเภสัชกรรม เพื่อให้ประชาชนและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ และได้ใช้ความระมัดระวังบุคคลดังกล่าว อันเป็นการคุ้มครองประชาชนและสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ยังไม่ได้กำหนดให้แพทยสภามีการเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้หรือไม่เพียงใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเป็นไปด้วยดี แพทยสภาจึงขอหารือว่า สามารถเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้หรือไม่ ดังนี้

1. ปัจจุบัน แพทยสภาอนุญาตให้ประชาชนสามารถตรวจสอบ ชื่อ - สกุล เลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ แต่มีประเด็นขอหารือว่า ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าตรวจสอบสถานะเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม รวมถึงระยะเวลาในการพักใช้ใบอนุญาตฯ ได้หรือไม่ หรือหากสามารถเปิดเผยระยะเวลาในการพักใช้ใบอนุญาตฯ และเมื่อพ้นระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาตดังกล่าวแล้วสามารถคงไว้ซึ่งสถานะที่เคยถูกลงโทษได้หรือไม่ อย่างไร

2. กรณีที่แพทยสภาได้รับแจ้งคำสั่งลงโทษการประพฤติผิดจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 แพทยสภาจะสามารถเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมดังกล่าวบนเว็บไซต์ของแพทยสภาได้ทั้งหมด หรือบางส่วน เพื่อให้ประชาชนและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พึงทราบและได้ใช้ความระมัดระวังจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ อันเป็นสิทธิที่ประชาชนควรทราบ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้หรือไม่ เพียงใด

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว เห็นว่า แพทยสภามีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ประการหนึ่งในการควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ตามมาตรา 6 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แพทยสภาจึงมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และในขณะเดียวกัน แพทยสภาก็เป็นองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ จึงถือเป็นหน่วยงานของรัฐตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ดังนั้น ข้อมูลข่าวสาร (ซึ่งรวมถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล) ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของแพทยสภา จึงเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

เนื่องจากแพทยสภาอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว และ [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บัญญัติว่า ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม ฯลฯ ดังนั้น เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของแพทยสภาในประเด็นที่หารือเป็นไปตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ แพทยสภาจึงควรพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับหน่วยงานของรัฐไว้โดยเฉพาะแล้วเป็นหลักก่อน และให้พิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นการเพิ่มเติมในการดำเนินการดังกล่าว โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีความเห็นในแต่ละประเด็นที่หารือ ดังนี้

ประเด็นข้อหารือที่ 1 ในประเด็นที่ว่า แพทยสภาจะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าตรวจสอบสถานะเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม รวมถึงระยะเวลาในการพักใช้ใบอนุญาตฯ ได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า แพทยสภามีวัตถุประสงค์ประการหนึ่งในการควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และมีอำนาจหน้าที่ในการรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 8 (1) และ (2) นอกจากนี้ แพทยสภายังมีหน้าที่ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ในการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเมื่อได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา 32 โดยเป็นไปตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยวิธีพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2563 ซึ่งเมื่อคณะกรรมการแพทยสภาได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 กำหนดให้คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาและมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด โดยคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ทำเป็นคำสั่งแพทยสภา และมาตรา 40 กำหนดให้เลขาธิการแพทยสภาบันทึกคำสั่งแพทยสภาไว้ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้ถือว่ามิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนับแต่วันที่คณะกรรมการแพทยสภาสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง

การที่แพทยสภาเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 จึงถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ/หรือเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น แพทยสภาจึงสามารถเปิดเผยข้อมูลชื่อ-สกุล เลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาต รวมถึงการเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต และระยะเวลาในการถูกพักใช้ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมบนเว็บไซต์ของแพทยสภาได้ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) และ (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในฐานะที่แพทยสภาเป็นสภาวิชาชีพหรือองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพที่มีวัตถุประสงค์ในการควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม อันเป็นประโยชน์สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้แพทยสภาต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้ในบันทึกรายการ (Record of Processing Activities: ROPA) ตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ด้วย นอกจากนี้ [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้แพทยสภามีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (เช่น สถานะใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

สำหรับประเด็นที่ว่า เมื่อพ้นระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว แพทยสภาจะสามารถคงไว้ซึ่งสถานะที่เคยถูกลงโทษได้หรือไม่ อย่างไร นั้น เห็นว่า แพทยสภามีหน้าที่พิจารณาว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่หารือได้หรือไม่ เพียงใด โดยพิจารณาชั่งน้ำหนักว่า การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและระยะเวลาการพักใช้ใบอนุญาตที่พ้นระยะเวลามาแล้วดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลทางทะเบียนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 อยู่แล้วนั้น จะมีประโยชน์และความจำเป็นเพียงใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบสถานะของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ในทางกลับกัน การเปิดเผยดังกล่าวจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่ เพียงใด แล้วพิจารณาความเหมาะสมของการเปิดเผยข้อมูลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของแพทยสภา ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ตามนัยมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 รวมทั้งหลักการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องกระทำเท่าที่จำเป็น (data minimization principle) ตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ประเด็นข้อหารือที่ 2 แพทยสภาจะสามารถเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมทั้งหมดหรือบางส่วนบนเว็บไซต์ของแพทยสภาเพื่อให้ประชาชนและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ จะสามารถทำได้หรือไม่ เพียงใด นั้น เห็นว่า มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ (1) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว ฯลฯ โดยบุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารดังกล่าวได้ และถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 อยู่ด้วย ให้หน่วยงานของรัฐลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น โดยมาตรา 15 (5) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการก็ได้ หากเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร โดยให้คำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรมทั้งหมดหรือบางส่วนบนเว็บไซต์ของแพทยสภา ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยวิธีพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2563 ที่ออกโดยคณะกรรมการแพทยสภาตามมาตรา 21 (3) (ช) โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ข้อ 47 วรรคสอง กำหนดว่า คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้ใด ให้คณะกรรมการแพทยสภามีอำนาจในการเผยแพร่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของแพทยสภาก็ได้ นอกจากนี้ ข้อ 48 ของข้อบังคับดังกล่าว กำหนดว่า เพื่อประโยชน์สาธารณะ และเพื่อประโยชน์การศึกษา การวิจัย การประกอบวิชาชีพในทางการแพทย์ และการควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การเผยแพร่คำสั่งแพทยสภา เฉพาะมติคณะกรรมการแพทยสภาแก่สื่อมวลชนและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการแพทยสภา ดังนั้น แพทยสภา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแพทยสภา จะต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเปิดเผยข้อมูลในคำสั่งลงโทษจริยธรรม โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของแพทยสภา ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ตามนัยมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และจะต้องพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามนัย [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร โดยเฉพาะการเปิดเผยสำเนาคำสั่งลงโทษจริยธรรมทั้งฉบับบนเว็บไซต์ของแพทยสภา ที่มีข้อความหรือเนื้อหาสาระที่อาจมีผลกระทบต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏชื่อหรือสิ่งที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ทางตรงหรือทางอ้อมว่าเป็นบุคคลใด โดยไม่มีการลบหรือตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้นตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 โดยเฉพาะในกรณีที่กระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่ถึงที่สุด

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-11-2568.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/02/consultation-63.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md)
- [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
- [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md)
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
