---
title: "ข้อหารือที่ 13/2567 เรื่อง สมาคมธนาคารไทยขอหารือว่าข้อมูลที่สถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือรายชื่อที่หน่วยงานทางการ เช่น ตำรวจแจ้งมาที่สถาบันการเงิน เข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือไม่"
type: opinion
slug: opinion-13-2567

opinion_number: 13
year_be: 2567
doc_no: "13/2567"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-42"
subject: "สมาคมธนาคารไทยขอหารือว่าข้อมูลที่สถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือรายชื่อที่หน่วยงานทางการ เช่น ตำรวจแจ้งมาที่สถาบันการเงิน เข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือไม่"
subject_summary: "สมาคมธนาคารไทยขอหารือว่า ข้อมูลบัญชี/ธุรกรรม/เส้นทางการเงินที่แลกเปลี่ยนผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) ตามพระราชกำหนดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และข้อมูลจาก AOC/หมายคำสั่งของตำรวจ ถือเป็น 'ประวัติอาชญากรรม' ตามประกาศของ คกก.คุ้มครองฯ หรือไม่ และฐานทางกฎหมายในการนำไปใช้เป็นมาตรการภายในของธนาคาร รวมถึงระยะเวลาจัดเก็บ"
asker:
  - สมาคมธนาคารไทย
interpreted_sections:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
conclusion_summary: "(1) ข้อมูลจาก AOC/หมายคำสั่งของตำรวจ = ประวัติอาชญากรรมตามนิยามประกาศข้อ 3 · ข้อมูลผ่าน CFR ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่าได้ถูกนำไปใช้ในการสืบสวน/ดำเนินคดี/รับโทษอาญาหรือไม่; (2.1) มาตรการภายในของธนาคารเพื่อบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานรัฐโดยตรง = ไม่ได้รับยกเว้นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม จึงต้องปฏิบัติตามประกาศข้อ 6/7/8 (และ 5/9 หากเข้าวัตถุประสงค์) · หากเข้า [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง ก็ยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง; (2.2) ปฏิบัติตามพระราชกำหนดฯ = ไม่อยู่ภายใต้ PDPA ตามมาตรา 12 ของพระราชกำหนด · อาจเข้า [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) (รักษาความมั่นคงทางการคลัง/ปปง.) และ [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) (กระบวนการยุติธรรมทางอาญา) ของ PDPA ด้วย; ปฏิบัติตามหมายคำสั่ง = เข้า [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม แล้วแต่กรณี"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/09/PDPC-consultation-42.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-13-2567.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2567

references:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-26
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 13/2567 เรื่อง สมาคมธนาคารไทยขอหารือว่าข้อมูลที่สถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือรายชื่อที่หน่วยงานทางการ เช่น ตำรวจแจ้งมาที่สถาบันการเงิน เข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือไม่

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
      [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) และ (5) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม และ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง
2. พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566
มาตรา 4 และมาตรา 12
3. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสำหรับ
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของ
หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566
ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9
4. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ พ.ศ. 2566

## ข้อหารือ

สมาคมธนาคารไทย ("สมาคมฯ")  แจ้งว่า สถาบันการเงินได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย
ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิด
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) และข้อมูลที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน เช่น ข้อมูล
เกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลเส้นทางการเงินตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกัน
และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ("พระราชกำหนดฯ") และ/หรือข้อมูลที่ได้รับจาก
หนังสือของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือคณะอนุกรรมการ
ขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation
Center : AOC) เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และ/หรือข้อมูลที่ปรากฏ
ในหมายคำสั่งให้อายัดบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง และหมายคำสั่งให้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากตำรวจ
หรือหน่วยงานทางการที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อกำหนดเป็นมาตรการเชิงรุกภายในของแต่ละสถาบัน
การเงินที่เพิ่มเติมขึ้นกว่าการระงับธุรกรรมตามระยะเวลาที่พระราชกำหนดฯ บัญญัติไว้ เช่น การกำหนดให้ลูกค้า
ตามรายชื่อที่เข้าข่ายและไม่ผ่านการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence:
CDD) จะต้องดำเนินการให้มีการยุติความสัมพันธ์ในผลิตภัณฑ์/บริการที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน และ/หรือเพื่อไม่ให้
มีการสร้างความสัมพันธ์ใหม่โดยไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ หรือให้เปิดบัญชีใหม่ได้ แต่จำกัดช่องทางไม่ให้สามารถ
ใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เป็นต้น สมาคมธนาคารไทยจึงขอหารือการตีความเนื้อหาของประกาศ
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่
ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566 ("ประกาศฯ") ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในประเด็นดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลดังต่อไปนี้ ถือเป็น "ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม" ตามคำนิยาม
ในข้อ 3 ของประกาศฯ หรือไม่
(1.1) ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลเส้นทางการเงิน
ที่สถาบันการเงินแลกเปลี่ยนกันผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) ตามข้อกำหนดของพระราชกำหนดฯ
 (1.2) ข้อมูลที่สถาบันการเงินได้รับจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด
เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา
อาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ตามตัวอย่างหนังสือของกองบังคับการ
ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งมายังสถาบันการเงิน เพื่อขอทราบข้อมูล
บัญชีธนาคาร และขอให้ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
 (1.3) ข้อมูลที่ปรากฏในหมายคำสั่งให้อายัดบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
และหมายคำสั่งให้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากตำรวจ หรือหน่วยงานทางการที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
(2) หากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลตามข้อหารือ
ในข้อ (1) ข้างต้น ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม สมาคมฯ ขอหารือเพิ่มเติม ในกรณีดังนี้
 (2.1) กรณีที่สถาบันการเงินนำข้อมูลดังกล่าวไปกำหนดเป็นมาตรการภายในของธนาคาร
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการบริหารความเสี่ยงจากภัยทุจริตที่อาจเกิดกับลูกค้าทั่วไปในการป้องกัน
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเพื่อดำเนินการตามนโยบายภายในของแต่ละสถาบันการเงินภายใต้ประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ฝนช. (02) ว.224/2566 เรื่อง นำส่งแนวนโยบายการบริหารจัดการภัยทุจริต
จากการทำธุรกรรมทางการเงิน ลงวันที่ 29 มีนาคม 2566 จะเข้าข้อยกเว้นตามกรณีดังต่อไปนี้หรือไม่
(ก) การปฏิบัติงานดังกล่าวของสถาบันการเงินถือว่าเป็นการเก็บรวบรวม
และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่ได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่
ตามกฎหมาย ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลให้
การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมของสถาบันการเงินในกรณีนี้ไม่อยู่ภายใต้
การบังคับของประกาศฯ หรือไม่
 (ข) การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม
ของสถาบันการเงินในกรณีนี้ สามารถตีความว่าเป็นการดำเนินการที่จำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิ
ขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลให้สถาบันการเงินสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติ
อาชญากรรมในกรณีนี้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่
 (2.2) กรณีที่สถาบันการเงินเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติ
อาชญากรรม โดยปฏิบัติตามพระราชกำหนดฯ และ/หรือปฏิบัติตามหมายคำสั่งให้อายัดบัญชีและธุรกรรมของลูกค้า
ที่เกี่ยวข้อง และหมายคำสั่งให้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากตำรวจ หรือหน่วยงานทางการที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ถือเป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามเหตุผลดังต่อไปนี้หรือไม่
 (ก) การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่ได้กระทำ
ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลให้การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม
ของสถาบันการเงินในกรณีนี้ไม่อยู่ภายใต้การบังคับของประกาศฯ หรือไม่
   (ข) กรณีการปฏิบัติตามพระราชกำหนดฯ เป็นการดำเนินการที่จำเป็นในการปฏิบัติ
ตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการ
ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ)
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่อยู่ภายใต้การบังคับตามประกาศฯ
และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เนื่องด้วยมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดฯ
บัญญัติให้การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชกำหนดฯ ไม่อยู่ภายใต้บังคับ
ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะมีผลให้สถาบันการเงินสามารถเก็บรวบรวม
และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมในกรณีนี้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่
 (2.3) หากการที่สถาบันการเงินเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติ
อาชญากรรม โดยกำหนดเป็นมาตรการภายในของธนาคารเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือปฏิบัติ
ตามพระราชกำหนดฯ และ/หรือปฏิบัติตามหมายคำสั่ง ถือเป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามข้อหารือในข้อ
(2.1) และ/หรือข้อ (2.2) ข้างต้น ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลที่สถาบันการเงินแลกเปลี่ยนกันผ่านระบบ
Central Fraud Registry (CFR) และ/หรือที่สถาบันการเงินจะเก็บรักษาข้อมูลการปฏิบัติตามมาตรการภายใน
ของธนาคาร หรือการปฏิบัติตามหมายคำสั่ง สามารถอ้างอิงอายุความตามกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่
จำกัดเพียงระยะเวลาตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือระยะเวลาอายุความ
คดีอาญาตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้หรือไม่

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้วเห็นว่า ตามข้อ 3
ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสำหรับการเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่
ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566 ซึ่งออกตามความใน [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คำว่า "ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม" หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคล
เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดอาญา การดำเนินคดีอาญา หรือการรับโทษทางอาญา
ที่เป็นข้อมูลที่เป็นทางการหรือรับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการ
ดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการกระทำ
ความผิดอาญา การดำเนินคดีอาญา หรือการรับโทษทางอาญา ที่สถาบันการเงินได้รับจากกองบังคับการปราบปราม
การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการ
แก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ตามประเด็นที่หารือ (1.2)
และข้อมูลที่ปรากฏในหมายคำสั่งให้อายัดบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้องและหมายคำสั่งให้ตรวจสอบ
ข้อมูลที่ได้รับจากตำรวจหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตามประเด็นที่หารือ (1.3) จึงถือเป็น
ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมตามบทนิยามในข้อ 3 ของประกาศฯ
ส่วนกรณีข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลเส้นทางการเงิน
ที่สถาบันการเงินแลกเปลี่ยนกันผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) ตามข้อกำหนดในมาตรา 4
แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่กำหนดให้สถาบัน
การเงินและผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวในระหว่างสถาบันการเงินและผู้ประกอบ
ธุรกิจนั้นผ่านระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธนาคาร
แห่งประเทศไทย เห็นชอบร่วมกัน ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรม
ทางเทคโนโลยี ตามประเด็นที่หารือ (1.1) นั้น เห็นว่า หากข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนผ่านระบบ
หรือกระบวนการดังกล่าว ถูกนำไปใช้ในการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดอาญา การดำเนินคดีอาญา
หรือการรับโทษทางอาญา และเป็นข้อมูลที่เป็นทางการหรือรับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่
ตามกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการนั้น จะถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมตามนิยามในข้อ 3
ของประกาศฯ แต่หากเป็นเพียงข้อมูลที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนระหว่างกัน
เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ใน
การสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดอาญา การดำเนินคดีอาญา หรือการรับโทษทางอาญา หรือไม่ใช่ข้อมูล
ที่เป็นทางการหรือรับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในเรื่องนั้น ก็อาจยังไม่ถือเป็นข้อมูล
ส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมตามประกาศดังกล่าว การจะพิจารณาว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผย
หรือแลกเปลี่ยนกันผ่านระบบหรือกระบวนการดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือไม่
จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
สำหรับประเด็นที่หารือ (2.1) (ก) และ (ข) นั้น เห็นว่า ในกรณีที่สถาบันการเงินประสงค์
จะนำข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่สถาบันการเงินได้ล่วงรู้หรือทราบมาจากการดำเนินการ
ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือแหล่งอื่นใด
ไปเก็บรวบรวมและใช้โดยกำหนดเป็นมาตรการภายในของธนาคารเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยงจาก
ภัยทุจริตที่อาจเกิดกับลูกค้าทั่วไป และเพื่อดำเนินการตามนโยบายภายในของแต่ละสถาบันการเงินเอง หากไม่ใช่
การดำเนินการตามที่บทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดดังกล่าวหรือกฎหมายอื่นกำหนดภายใต้การควบคุม
ของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง ก็ไม่ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ
ประวัติอาชญากรรมที่กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตามนัย [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศฯ
ตามข้อ 4 ของประกาศดังกล่าว จึงต้องปฏิบัติตามประกาศฯ โดยเฉพาะข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 ที่ครอบคลุม
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มี
อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายทุกกรณี ส่วนการพิจารณาว่าจะต้องปฏิบัติตามข้อ 5 และข้อ 9 ของประกาศฯ ด้วย
หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม
ว่าเข้าข่ายวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ 5 วรรคหนึ่ง (1) (2) หรือ (3) หรือไม่ หากเข้าข่ายวัตถุประสงค์ในข้อ 5
วรรคหนึ่ง (1) (2) หรือ (3) ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อ 5 และข้อ 9 ของประกาศนี้ด้วย นอกจากนี้ การพิจารณาว่า
การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว จะเป็นกรณีที่ได้รับ
ยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ สถาบันการเงินที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลจะต้องพิจารณาตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น พิจารณาตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งว่า
การดำเนินการดังกล่าวมีกฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการ โดยมีเจตนารมณ์
หรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญหรือไม่ และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้อง
เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ดังกล่าวหรือไม่ หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ก็ย่อมถือเป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติ
ตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ซึ่งได้รับ
ยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสม
เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว
และไม่ใช่กรณีอื่นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (1) ถึง (5) ก็จะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในประเด็นที่หารือ (2.2) (ก) และ (ข) หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
เกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมตามที่หารือ เป็นการปฏิบัติตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ย่อมถือเป็นกรณีที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ตามมาตรา 12 ของพระราชกำหนดดังกล่าว นอกจากนี้ การดำเนินการ
ของหน่วยงานของรัฐตามพระราชกำหนดดังกล่าว อาจถือเป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการ
รักษาความมั่นคงทางการคลังของรัฐ รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน
ซึ่งเป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
มาใช้บังคับตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) และหากเป็นการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้รู้ถึงการกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำ
ความผิดอาญา ข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งความผิดอาญา การติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดอาญา ตลอดจน
การพิจารณาความผิดอาญา หรือการลงโทษผู้กระทำความผิดอาญา ก็ถือเป็นการดำเนินงานตามกระบวนการ
ยุติธรรมทางอาญา ที่ได้รับยกเว้นตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) ด้วย ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ให้นำ
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) ยังคงมีหน้าที่
ต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ พ.ศ. 2566 ด้วย
ส่วนการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม
ของสถาบันการเงิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอื่นนอกเหนือจากพระราชกำหนดดังกล่าว หรือเป็นการปฏิบัติ
ตามหมายหรือคำสั่งของตำรวจ ศาล หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ไม่ได้รับยกเว้น
การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ย่อมถือเป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติ
ตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม
โดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เนื่องจากเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมาย
ที่มีความสำคัญเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งอาจถือเป็นการกระทำภายใต้การ
ควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสามด้วย หากเป็นการดำเนินการ
ที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นผู้สั่งการหรือควบคุมโดยตรง เว้นแต่จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
เกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมดังกล่าวเพื่อใช้หรือเปิดเผยในวัตถุประสงค์อื่น

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-13-2567.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/09/PDPC-consultation-42.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
