---
title: "ข้อหารือที่ 13/2569 เรื่อง บริษัท V ขอหารือเกี่ยวกับแนวทางการเผยแพร่กิจกรรม CSR ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
type: opinion
slug: opinion-13-2569

opinion_number: 13
year_be: 2569
doc_no: "13/2569"
subject: "บริษัท V ขอหารือเกี่ยวกับแนวทางการเผยแพร่กิจกรรม CSR ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
subject_summary: "บริษัท V หารือการนำภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ไปประชาสัมพันธ์ ว่าต้องแจ้งวัตถุประสงค์และขอความยินยอมอย่างไร รวมถึงกรณีผู้เข้าร่วมเป็นผู้เยาว์"
asker:
  - บริษัท V
interpreted_sections:
  - มาตรา-6
  - มาตรา-16
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-32
  - มาตรา-33

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/07/consultation-76.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-13-2569.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-ocr-city"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2569

references:
  - มาตรา-6
  - มาตรา-16
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-32
  - มาตรา-33

ingested_by: claude-opus-5
ingested_at: 2026-08-28
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 13/2569 เรื่อง บริษัท V ขอหารือเกี่ยวกับแนวทางการเผยแพร่กิจกรรม CSR ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (3) [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม
[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคหนึ่ง (1) (ก) และ (ข) วรรคสอง และวรรคสาม [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md)
วรรคหนึ่ง

## ข้อหารือ

วรรคสาม และวรรคสี่ และมาตรา 39
2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
[มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) และ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
3. แนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
บริษัท V แจ้งว่า บริษัทฯ มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทกับชุมชนโดยรอบ สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน ส่งเสริมการศึกษาของเยาวชน และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนา อย่างยั่งยืนร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม และมีความประสงค์จะประชาสัมพันธ์กิจกรรม CSR ที่ได้ดำเนินการ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทฯ ได้แก่ Facebook Page ขององค์กร เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณชน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทฯ จึงขอปรึกษาหารือในประเด็น ดังต่อไปนี้
1.
แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเกี่ยวกับการนำภาพถ่ายหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วม
กิจกรรม (เช่น ชื่อ ภาพถ่าย วิดีโอ) ไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ว่าจำเป็นต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้า หรือไม่ และควรจัดเก็บหลักฐานความยินยอมในรูปแบบใด
2. ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเยาวชน หรือบุคคลในชุมชนที่มิได้เป็นพนักงานของบริษัทฯ มีแนวทางใดในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลเหล่านั้นที่บริษัทฯ ควรถือปฏิบัติ
3. ท่านมีตัวอย่างหรือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการเผยแพร่ข้อมูลกิจกรรม CSR ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางหรือไม่ รวมถึงป้ายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ อย่างไร
4. คำแนะนำอื่น ๆ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้เป็นไปโดยถูกต้องตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว มีความเห็น ในแต่ละประเด็นที่หารือ ดังต่อไปนี้
ม
ประเด็นข้อหารือที่ 1 ถึง 3 ในกรณีที่บริษัทฯ มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ และประสงค์จะจัดให้มี การถ่ายภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรมหรือบันทึกวิดีโอบรรยากาศในการจัดกิจกรรม บริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และอยู่ในฐานะผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามบทนิยามในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในกรณีดังกล่าว ควรพิจารณาในลำดับแรกว่า บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายเช่นใดบ้างสำหรับ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เช่น เพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัทฯ แล้ว จึงพิจารณาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ดังกล่าว ตามนัย[มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยบริษัทฯ มีหน้าที่แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (privacy notice) ตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดย[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (1) กำหนดให้ต้อง แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ ตามที่[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เป็นส่วนหนึ่งของรายละเอียดที่ต้องแจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดหน้าที่
เชิงกระบวนการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบวัตถุประสงค์และ รายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน และหากมีความประสงค์ก็สามารถ ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายได้ ตามหลักความโปร่งใส (transparency) ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
วัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังกล่าวนั้น เป็นเงื่อนไขซึ่ง[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) กำหนดในเชิงเนื้อหาต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตลอดวงจรการดำเนินการ โดยกำหนดให้บริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมเท่านั้น
โดยการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่ (1) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่นั้นให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและได้รับความยินยอมก่อน เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยแล้ว หรือ (2) บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการจำกัดวัตถุประสงค์ (purpose Limitation) ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3
3
บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งสองมาตราดังกล่าว ต่างเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีเงื่อนไขและขั้นตอนหรือเงื่อนเวลา ตลอดจนบทกำหนดโทษที่แยกต่างหากจากกัน และไม่ว่ากรณีใด การดำเนินการตามแต่ละมาตราดังกล่าว จะต้องกระทำควบคู่ไปกับข้อกำหนดในบทบัญญัติอื่น ๆ ของพระราชบัญญัตินี้ด้วยเสมอ เช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีฐานทางกฎหมายตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี
ในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจึงควรระบุ
วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยให้เฉพาะเจาะจง (specific) ตามสมควร และควรหลีกเลี่ยงการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างกว้างเกินสมควร (overly broad) โดยเฉพาะ วัตถุประสงค์ในลักษณะที่ครอบคลุมการดำเนินการทุกประเภท ทั้งนี้ เพื่อให้กรอบการจำกัดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) มีความชัดเจนเพียงพอและสามารถ ตรวจสอบได้ และในกรณีที่ประสงค์จะนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ที่แตกต่างไป จากที่ได้แจ้งไว้ตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสองเสียก่อน ไม่ว่าจะโดยการแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่นั้นให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสอง (1) หรือโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในวัตถุประสงค์ใหม่นั้นได้ ตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสอง (2) ทั้งนี้ การแจ้งวัตถุประสงค์ และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (privacy notice) มิใช่ฐานทางกฎหมาย ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (lawful basis for personal data processing) ในตัวเอง และไม่มีผลทำให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ กลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายเสมอไป ดังนั้น การที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ดำเนินการ แจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) แล้ว ย่อมไม่เป็น การปลดเปลื้องผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจากหน้าที่ในการพิจารณาการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามฐานทางกฎหมายตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี อีกประการหนึ่งด้วยเสมอ โดยบริษัทฯ สามารถแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียด ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้หลายวิธี เช่น การแจ้งเป็นหนังสือ การแจ้งโดยประกาศ บนเว็บไซต์ การจัดทำป้ายประกาศ การแจ้งรายละเอียดผ่าน QR code, อีเมล หรือข้อความสั้น (SMS) การแจ้งทางวาจา การแจ้งทางโทรศัพท์ หรือวิธีการอื่นใด ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ตาม แนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกำหนดตาม[มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (3) ตลอดจนสื่อประชาสัมพันธ์ (Infographic) เรื่อง “ข้อเท็จจริงการจัดงาน อบรมหรือสัมมนา และ PDPA (1)” (ฉบับวันที่ 4 กรกฎาคม 2565) และสื่อประชาสัมพันธ์ (Infographic) เรื่อง “ข้อเท็จจริงการจัดงานอบรมหรือสัมมนา และ PDPA (2) ส่วนที่ 1” (ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2565)
ตามที่ปรากฏในหนังสือ “สาระน่ารู้เกี่ยวกับ PDPA” พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2568 ของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หน้า 88 และหน้า 89 เพื่อให้บริษัทฯ สามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตาม[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
นอกจากนี้
สำหรับการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัทฯ ในประเด็นตามข้อหารือนี้ บริษัทฯ อาจพิจารณาจัดทำป้ายประกาศภายในบริเวณพื้นที่ที่จัดกิจกรรม โดยมีข้อความในลักษณะที่แจ้งให้ทราบว่า
พื้นที่บริเวณนี้มีการบันทึกภาพถ่ายและ/หรือภาพเคลื่อนไหวของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และในกรณีที่บริษัทฯ มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยมีบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย บริษัทฯ ควรแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียด ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถรับทราบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้โดยง่าย ทั้งนี้ ในกรณีที่เห็นสมควร อาจพิจารณาระบุรายละเอียด ในป้ายประกาศดังกล่าวโดยสังเขป และมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามข้อกำหนดใน[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) ในรูปแบบอื่น ที่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เช่น การแจ้งรายละเอียดโดยเอกสาร ณ จุดลงทะเบียนเข้าร่วม กิจกรรม หรือการประกาศบนเว็บไซต์หรือการแจ้งรายละเอียดผ่าน QR code หรืออีเมล เป็นต้น
เนื่องจากภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวของบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้
ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามบทนิยามในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนั้น ในการถ่ายภาพ การบันทึกวิดีโอ และการนำภาพหรือวิดีโอของกิจกรรม CSR ของบริษัทฯ ไปเผยแพร่ บนเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ซึ่งถือเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นั้น นอกเหนือจากหน้าที่ในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (privacy notice) ตาม[มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) และการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม ตาม[มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) แล้ว บริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามฐานทางกฎหมายตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งด้วย นอกจากนี้ หากภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย มีลักษณะที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือ ปรัชญา ข้อมูลสุขภาพ หรือความพิการของผู้เข้าร่วมกิจกรรม บริษัทฯ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อยกเว้นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม โดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) มีเงื่อนไขที่รัดกุมและจำกัดกว่าข้อยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน (sensitive personal data) ที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีความมุ่งหมายที่จะให้ ความคุ้มครองเป็นพิเศษ เนื่องจากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรุนแรง เช่น การเลือกปฏิบัติโดย
ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลบนพื้นฐานของข้อมูลดังกล่าวได้
5
บ
สำหรับการถ่ายภาพ การบันทึกวิดีโอ และการนำภาพหรือวิดีโอของกิจกรรม CSR ของ
บริษัทฯ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมีทั้งพนักงานของบริษัทฯ และบุคคลภายนอก ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณชน ในประเด็นตามข้อหารือนี้นั้น บริษัทฯ ควรพิจารณาเลือกใช้ฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยนำความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมาพิจารณาประกอบด้วย โดยอาจพิจารณาว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (legitimate interest)
ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นฐานทางกฎหมายที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้อง พิจารณาชั่งน้ำหนักว่าประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นดังกล่าว มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะสิทธิ ในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล อาจสูญเสียไป จากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งในการพิจารณาชั่งน้ำหนักตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งดังกล่าว บริษัทฯ อาจพิจารณาทำการประเมินประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest Assessment: LIA) จากหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังนี้
ประการที่หนึ่ง การทดสอบวัตถุประสงค์ (Purpose Test) เป็นการพิจารณาเหตุผลและ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวว่า มีความชอบด้วยกฎหมาย
หรือไม่ อย่างไร
ประการที่สอง การทดสอบความจำเป็น (Necessity Test) เป็นการพิจารณาว่า การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อันชอบ ด้วยกฎหมายนั้น และสามารถดำเนินการด้วยวิธีการอื่นที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคล
ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลน้อยกว่าได้หรือไม่ เพียงใด
ประการที่สาม การทดสอบความสมดุลแห่งสิทธิ (Balancing Test) เป็นการพิจารณา ชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องเกินสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ผู้พิการ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ด้อยโอกาส หรือบุคคลเปราะบาง (vulnerable persons) ที่ขาดความสามารถในการปกป้องสิทธิและประโยชน์ของตน เนื่องจากข้อจำกัดต่าง ๆ การพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เช่น ประโยชน์ต่อบริษัทฯ จากการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณชน กับผลกระทบต่อ สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว อาจจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ь
และจะต้องเปิดเผยข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์และลักษณะของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่แตกต่างกัน อาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) และความคาดหวังต่อความเป็นส่วนตัว (expectation of privacy) ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในบริบท ดังกล่าวแตกต่างกัน เช่น การเผยแพร่ภาพถ่ายบรรยากาศในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนบนเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ที่ปรากฏภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นผู้เยาว์ อาจมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพแตกต่างจากการเผยแพร่ภาพถ่ายในกิจกรรมการมอบสิ่งของให้แก่เด็กกำพร้า ผู้พิการ หรือ
ผู้ด้อยโอกาสบนเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ขององค์กร ที่ปรากฏภาพของบุคคลที่ได้รับมอบสิ่งของดังกล่าว
เป็นต้น
ดังนั้น หากบริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การถ่ายภาพ การบันทึกวิดีโอ และการนำภาพ หรือวิดีโอของกิจกรรม CSR ของบริษัทฯ ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน สร้างการรับรู้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ต่อสาธารณชน เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์และประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย (legitimate interest) ของบริษัทฯ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และมีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อีกทั้ง
เมื่อพิจารณาชั่งน้ำหนักกับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล และความคาดหวังต่อความเป็นส่วนตัว (expectation of privacy) ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล พึงมีในบริบทดังกล่าวแล้วเห็นว่า ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคล ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ก็อาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้โดยไม่ต้อง ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md)) ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนดังกล่าว ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ พิสูจน์ว่า การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึง เหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตาม กฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ข) หรือไม่ โดยในกรณีที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเข้าเงื่อนไขตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) หรือ (ข) ดังกล่าว ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถปฏิเสธการใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุผลดังกล่าวได้ แต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้อง บันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 (record of processing activities: ROPA) ด้วย ทั้งนี้ ตามนัย[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคสาม อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน และผู้ควบคุมข้อมูล
7
ส่วนบุคคลไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเหตุผลความจำเป็น เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายได้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ และต้องปฏิบัติโดยแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) วรรคสอง นอกจากนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูล ส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตาม[มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลาย
ๆ
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามมาตรา วรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเพื่อให้ เป็นไปตามคำขอนั้น โดยแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับคำตอบในการดำเนินการให้เป็นไป ตามคำขอ ตาม[มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคสาม และหากไม่ดำเนินการ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการ ตามนัย[มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md) วรรคสี่อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ มีหน้าที่เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้ วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ตาม[มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อให้เป็นไปตามหลักการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องกระทำเท่าที่จำเป็น (data minimization) ด้วย
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการถ่ายภาพ การบันทึกวิดีโอ และการนำภาพ หรือวิดีโอของกิจกรรม CSR ของบริษัทฯ ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ดังกล่าว ประกอบกับความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น และผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และความคาดหวังต่อความเป็นส่วนตัว (expectation of privacy) ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในบริบทดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ผู้พิการ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ด้อยโอกาส หรือบุคคลเปราะบาง (vulnerable persons) โดยคำนึงถึงหลักการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องกระทำเท่าที่ จำเป็น (data minimization) และลักษณะการแพร่กระจายในวงกว้างของสื่อสังคมออนไลน์ประกอบด้วยแล้ว หากเห็นสมควรและสามารถกระทำได้ บริษัทฯ ก็ควรพิจารณาขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
แทนการอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่เป็นข้อยกเว้นในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือพิจารณาเผยแพร่เฉพาะภาพบรรยากาศโดยรวมเท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการเปิดเผย
ภาพที่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือใช้วิธีการอื่นที่มีผลกระทบต่อบุคคลดังกล่าว น้อยลงแทนก็ได้ โดยในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับ หลักเกณฑ์ตาม[มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) และ[มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย
คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้เยาว์ ผู้พิการ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ด้อยโอกาส หรือบุคคลเปราะบาง (vulnerable persons) ที่ขาดความสามารถในการปกป้องสิทธิและประโยชน์ของตนเนื่องจากข้อจำกัดต่าง ๆ บริษัทฯ
ๆ
ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยในกรณีที่จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เยาว์
6
ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ ที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมนั้นต้องได้รับ ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย และในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกิน สิบปี ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ทั้งนี้ ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ที่มีอำนาจกระทำการแทนบุคคลดังกล่าว แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 20 วรรคสองและวรรคสาม นอกจากนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ จะพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นกรณี ที่เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือ นิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 24 (5) ซึ่งจะได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่นั้น ในการประเมินประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest Assessment: LIA) ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการทดสอบความสมดุลแห่งสิทธิ (Balancing Test) บริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ควรให้ความสำคัญแก่สิทธิ เสรีภาพ และประโยชน์ของผู้เยาว์เป็นพิเศษ เนื่องจากผู้เยาว์อาจมีความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและผลกระทบ ได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และขาดความสามารถในการปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และประโยชน์ของ ตนเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ และในกรณีที่บุคคลดังกล่าวเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทฯ ก็ควรให้ความสำคัญแก่สิทธิ เสรีภาพ และประโยชน์ของบุคคลเหล่านั้นในทำนองเดียวกัน

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](public_html/raw/opinions/opinion-13-2569.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/07/consultation-76.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
- [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)
- [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md)
- [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md)
- [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md)
- [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)
- [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md)
- [มาตรา 33](https://link.pdpalawbase.com/section/33.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
