---
title: "ข้อหารือที่ 14/2566 เรื่อง โรงพยาบาล B ขอหารือกรณีพนักงานสอบสวนขอข้อมูลส่วนบุคคล"
type: opinion
slug: opinion-14-2566

opinion_number: 14
year_be: 2566
doc_no: "14/2566"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-14"
subject: "โรงพยาบาล B ขอหารือกรณีพนักงานสอบสวนขอข้อมูลส่วนบุคคล"
subject_summary: "โรงพยาบาล B หารือ 3 ประเด็น: (1) พนักงานสอบสวนของ ตร. อยู่ในข้อยกเว้น [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2)/(5) หรือไม่ (2) โรงพยาบาลเปิดเผยข้อมูลตามหมายเรียกพยานเอกสารได้หรือไม่ (3) ต้องขอความยินยอมจากผู้ป่วยก่อนหรือไม่"
asker:
  - โรงพยาบาล B (ฝ่ายกฎหมาย)
interpreted_sections:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-21
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37
conclusion_summary: "พนักงานสอบสวนของ ตร. อยู่ในข้อยกเว้นทั้ง [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) (รักษาความมั่นคง) + (5) (กระบวนการยุติธรรมทางอาญา) — ไม่อยู่ภายใต้ PDPA · โรงพยาบาลในฐานะผู้ควบคุมเปิดเผยเวชระเบียนได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง · ใช้ [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสอง (2) กรณีต่างวัตถุประสงค์ · ยังต้องมี [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/04/PDPC-consultation-14-new.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-14-2566.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2566

references:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-21
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-25
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 14/2566 เรื่อง โรงพยาบาล B ขอหารือกรณีพนักงานสอบสวนขอข้อมูลส่วนบุคคล

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md), [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) และ (5), [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) วรรคสาม, [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md), [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md), [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md), [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง และ [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)
2. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 — มาตรา 35
3. พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 — มาตรา 7
4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

## ข้อหารือ

โรงพยาบาล B โดยฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาล ขอหารือกรณีพนักงานสอบสวนมักมีหนังสือ และ/หรือหมายเรียกพยานเอกสาร ขอให้โรงพยาบาล B ส่งประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA เพื่อนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนดำเนินคดีอาญา

โรงพยาบาล B จึงขอหารือถึงการใช้หรือเปิดเผยประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย กรณีได้รับหนังสือ และ/หรือหมายเรียกพยานเอกสาร ออกโดยพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานที่ถูกต้องต่อไป ดังนี้:

1. พนักงานสอบสวน สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน เป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) แห่ง PDPA หรือไม่ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่อยู่ภายใต้บังคับของ PDPA ใช่หรือไม่ และการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับของ PDPA ใช่หรือไม่
2. โรงพยาบาล B ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่พนักงานสอบสวนมีหนังสือ และ/หรือหมายเรียกพยานเอกสาร ให้กับพนักงานสอบสวนตาม [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) (2) แห่ง PDPA ได้หรือไม่
3. กรณีตามข้อ 1 ข้างต้น โรงพยาบาล B สามารถเปิดเผยประวัติการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนให้กับพนักงานสอบสวนได้หรือไม่

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้

**ประเด็นหารือที่ 1** เห็นว่า การขอข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานสอบสวน เพื่อการสอบสวนซึ่งเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ตามประเด็นที่หารือนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามนัย [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) แห่ง PDPA

โดยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเพื่อให้รู้ถึงการกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำความผิดอาญา ข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งความผิดอาญา การติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดอาญา การพิจารณาความผิดอาญา และการลงโทษผู้กระทำความผิดอาญา และในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการรักษาความปลอดภัยของประชาชน จะเข้าข่ายเป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ตามความใน [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) แห่ง PDPA ด้วย

ดังนั้น กรณีตามประเด็นหารือดังกล่าว ถือเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงการรักษาความปลอดภัยของประชาชน เพื่อการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา **จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง PDPA ตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) และ (5)** อย่างไรก็ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วย ตามความใน [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) วรรคสาม

**ประเด็นหารือที่ 2 และ 3** โรงพยาบาล B ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แล้วแต่กรณี เช่น:
- เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3)
- เป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมายตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก)
- เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) หรือเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ก) (เช่น หน้าที่ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541)

ดังนั้น โรงพยาบาล B จึงสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงประวัติการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่ง PDPA ตามที่พนักงานสอบสวนมีหนังสือ และ/หรือหมายเรียกพยานเอกสารได้ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แล้วแต่กรณี ตามนัย [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง

สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในกรณีที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สามารถดำเนินการได้ตาม [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคหนึ่ง · ส่วนกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ หากเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้กระทำได้ เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็สามารถดำเนินการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ ตามนัย [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสอง (2)

อนึ่ง การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับพนักงานสอบสวนดังกล่าว ยังถือเป็นกรณีที่มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล ซึ่งสามารถกระทำได้ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดย [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) แห่ง PDPA ได้บัญญัติให้ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาล B ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามที่บัญญัติใน PDPA และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน โดยเฉพาะการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในประกาศ คคส. เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-14-2566.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/04/PDPC-consultation-14-new.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md)
- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
