---
title: "ข้อหารือที่ 14/2567 เรื่อง การทางพิเศษแห่งประเทศไทยขอหารือกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์"
type: opinion
slug: opinion-14-2567

opinion_number: 14
year_be: 2567
doc_no: "14/2567"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-43"
subject: "การทางพิเศษแห่งประเทศไทยขอหารือกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์"
subject_summary: "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอหารือว่า การจัดเก็บข้อมูลชีวภาพ (ภาพใบหน้า+ลายนิ้วมือ) ของพนักงานเพื่อใช้บันทึกเวลาทำงานด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ สามารถอาศัยข้อยกเว้นตาม ม.19 วรรคหนึ่งของ PDPA โดยไม่ต้องขอความยินยอมได้หรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรหากพนักงานไม่ให้ความยินยอม"
asker:
  - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
interpreted_sections:
  - มาตรา-6
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-26
  - มาตรา-37
conclusion_summary: "ข้อมูลใบหน้า+ลายนิ้วมือ = ข้อมูลชีวภาพตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสอง · กทพ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) สามารถอ้าง [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) (คุ้มครองแรงงาน) ได้หากพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิ/หน้าที่และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์คุ้มครองแรงงาน + จัดมาตรการคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลด้วย · หากไม่เข้า ม.26 (5) (ค) → ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) + [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) · ถ้าพนักงานไม่ยินยอม แต่การเก็บจำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับสัญญาจ้าง = กทพ. สามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่ ได้ (เก็บเท่าที่จำเป็นตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)) + แจ้งผลกระทบตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (2) และ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคหก · ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ชีวภาพ → จัดวิธีอื่น (ลงลายมือชื่อ) · ต้องจัดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) · ข้อมูลเก่าก่อน PDPA ใช้บังคับ ใช้บทเฉพาะกาล [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md)"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-43.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-14-2567.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2567

references:
  - มาตรา-6
  - มาตรา-19
  - มาตรา-20
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-26
  - มาตรา-37
  - มาตรา-39
  - มาตรา-73
  - มาตรา-95

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-26
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 14/2567 เรื่อง การทางพิเศษแห่งประเทศไทยขอหารือกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง (5) (ค) และ (จ) และ
วรรคสอง [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) และ [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md)
2. พระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550
มาตรา 8
3. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
4. พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
5. ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างใน
รัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. ระเบียบวิธีปฏิบัติงานของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564
ข้อ 4 และข้อ 12
7. ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การ
พิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565
8. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565

## ข้อหารือ

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอหารือกรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นข้อมูล
พื้นฐานสำหรับการบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้แทนการลงเวลาในบัญชีลงเวลา
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตรวจสอบได้
และน่าเชื่อถือ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บข้อมูลลายนิ้วมือพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่งที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน
ของ กทพ. (ยกเว้นพนักงานตำแหน่งหัวหน้าพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษ พนักงานควบคุมเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
และพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปฏิบัติงานเป็นกะ) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา
ตามบันทึกข้อความ กทพ. ที่ ฝบท/ว 2448 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง การจัดเก็บข้อมูลลายนิ้วมือ
พนักงานและลูกจ้างที่ปฏิบัติงานอาคารสำนักงานและศูนย์ควบคุมทางพิเศษ และได้มีการจัดเก็บข้อมูลใบหน้า
และลายนิ้วมือของพนักงานและลูกจ้างแทนข้อมูลลายนิ้วมือที่เคยจัดเก็บไปแล้วซึ่งไม่สามารถใช้งานกับ
เครื่องบันทึกเวลาทำงานระบบใหม่ได้ ตามบันทึกข้อความ กทพ. ด่วนที่สุด ที่ ฝบท/ว 2824 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563
เรื่อง การจัดเก็บข้อมูลใบหน้าและลายนิ้วมือของพนักงานและลูกจ้างเพื่อใช้สำหรับลงเวลาปฏิบัติงานด้วย
เครื่องบันทึกเวลา โดย กทพ. ได้แจ้งให้พนักงานและลูกจ้างที่ยังไม่เข้ารับการจัดเก็บข้อมูลมาจัดเก็บข้อมูลเป็นระยะ ๆ
ต่อมา กทพ. ได้ออกระเบียบวิธีปฏิบัติงานของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งข้อ 4 ของระเบียบฯ ได้
กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. แจ้งข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลใบหน้า เป็นต้น เพื่อให้ฝ่ายบริหารทั่วไปจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลของบุคคล
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบเวลาเข้าออกงาน การลา การขาดงาน หรือการละทิ้งหน้าที่
สำหรับดำเนินการจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนอื่น รวมทั้งการประเมินการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี และได้ออก
ประกาศ กทพ. เรื่อง การใช้ระบบบันทึกเวลาทำงานแทนการใช้บัญชีลงเวลาทำงาน ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2565 กำหนดให้พนักงานระดับ 1 - 6  หัวหน้าแผนก พนักงานระดับ 7 - 8 ที่ประจำกองขึ้นไปและลูกจ้าง
ที่ทำงานในสำนักงาน (Back Office) เริ่มบันทึกเวลาทำงานในระบบบันทึกเวลาทำงานแทนการบันทึกเวลาทำงาน
ในบัญชีลงเวลาทำงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป รวมทั้งได้มีบันทึกแจ้งให้ผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับ
การจัดเก็บข้อมูลใบหน้าและลายนิ้วมือเข้ารับการจัดเก็บข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถบันทึกเวลาทำงานด้วย
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามระเบียบฯ ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้ปฏิบัติงานของ กทพ.
ที่เข้ารับการจัดเก็บข้อมูลใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือแล้ว จำนวน 3,314 คน แต่ยังมีพนักงานจำนวน 1 คน
ที่ไม่ยินยอมให้จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลว่าข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอาจรั่วไหลและทำให้เกิด
ความเสียหายแก่พนักงานรายนั้น รวมทั้งได้อ้างถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ซึ่งห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เป็นข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลภาพใบหน้า
และข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือ โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตามข้อบังคับ
กทพ. ว่าด้วย พนักงาน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 69 กำหนดให้พนักงานต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติ
ไว้โดยเคร่งครัด ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย จะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้
ในข้อบังคับนี้ และข้อ 71 (2) และ (4) กำหนดวินัยของพนักงานไว้ว่า ต้องไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงและปฏิบัติ
ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่โดยชอบด้วยระเบียบและข้อบังคับของ กทพ. และต้องสนับสนุน
นโยบายของรัฐบาล ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบและข้อบังคับของ กทพ. ไว้ด้วย โดยปัจจุบัน กทพ. ได้จัดซื้อ
และติดตั้งเครื่องบันทึกเวลาทำงานซึ่งใช้ข้อมูลชีวภาพ (ข้อมูลใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) เพื่อบันทึกเวลาทำงาน
ประจำอาคารต่าง ๆ จำนวน 84 เครื่อง รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,149,010 บาท โดยจัดให้มีมาตรการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยการกำหนดสิทธิผู้เข้าถึงข้อมูลชีวภาพดังกล่าวเฉพาะพนักงานแผนกข้อมูลระบบ
งานบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารทั่วไป และมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 แล้ว รวมทั้งได้จัดทำประกาศ กทพ. เรื่อง นโยบายคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2564
เมื่อ กทพ. ได้พิจารณาอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการตามมาตรา 26 (2) แห่งพระราชบัญญัติ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 รวมถึงข้อ 4 ของระเบียบวิธีปฏิบัติงานของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึก
เวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 และข้อ 69 ข้อ 71 (2) (4) ของข้อบังคับ กทพ. ว่าด้วย
พนักงาน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) จึงขอหารือเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อมูลชีวภาพ) เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับ
การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวข้างต้นดังต่อไปนี้
1. กทพ. สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลชีวภาพดังกล่าวโดยอาศัยข้อยกเว้น
ตามที่กฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ตามความใน [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่
2. กรณีที่ต้องขอความยินยอม หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ความยินยอม กทพ. สามารถ
ดำเนินการอย่างไรเพื่อให้พนักงานและลูกจ้างบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้
ประเด็นตามที่หารือข้อ 1 เห็นว่า กทพ. เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการทาง
พิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 และมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
จึงเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดย กทพ. ได้กำหนดให้มี
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลภาพจำลองใบหน้า และข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ของผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในการบันทึกเวลาทำงานตามที่กล่าวข้างต้น รวมทั้ง
การบริหารจัดการภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยมีการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่น
ทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. มาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้น
ที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ สำหรับการบันทึกเวลาทำงาน โดยกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. แจ้งข้อมูลพื้นฐาน
ซึ่งรวมถึงข้อมูลภาพจำลองใบหน้า และข้อมูลจำลองลายนิ้วมือของตนให้ฝ่ายบริหารทั่วไปของ กทพ. จัดเก็บ
เป็นฐานข้อมูลของบุคคล และนำมาใช้เพื่อให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคล ตามนัยข้อ 4 ของระเบียบ
วิธีปฏิบัติงานของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 การเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจึงเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ (biometric data) ตามนัย [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (หรือที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบัญญัติว่า
"ข้อมูลชีวมาตร" หรือ "ข้อมูลชีวมิติ") ดังนั้น การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อมูลชีวภาพ
ดังกล่าวต้องเป็นไปตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งหาก
ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (1) ถึง (5) จะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพของ กทพ. ตามระเบียบวิธีปฏิบัติงาน
ของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์
ในการบันทึกเวลาทำงาน และใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบเวลาเข้าออกงาน การลา การขาดงาน หรือการละทิ้ง
หน้าที่ สำหรับดำเนินการจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนอื่น รวมทั้งการประเมินการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี
และการบริหารจัดการภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ เห็นว่า การพิจารณาว่า
การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพดังกล่าว เป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้
บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ฯลฯ ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
หรือไม่ จะต้องพิจารณาจากองค์ประกอบดังนี้ (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับ (2) การเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน (3) การเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคล และ (4) เมื่อพิจารณาแล้วว่าเข้าองค์ประกอบข้างต้น ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
ส่วนบุคคลดังกล่าว ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
ในการดำเนินงานของนายจ้าง นายจ้างย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือกฎหมายว่าด้วยแรงงาน
รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ในกรณีของรัฐวิสาหกิจ โดยพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
และประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ
ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิ
และประโยชน์ต่าง ๆ ของลูกจ้างหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจไว้ในทำนองเดียวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น นายจ้างที่เป็นเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจจึงมีหน้าที่ในการดูแล
และคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างในการได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องในการจ้าง ที่ลูกจ้างพึง
ได้รับตามกฎหมาย รวมทั้งกำกับดูแลเวลาทำงานและชั่วโมงทำงานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคลของ กทพ. ในฐานะนายจ้าง ตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น จึงถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล
ส่วนบุคคลที่เป็นไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ซึ่ง กทพ. จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และ/หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
แต่มีประเด็นที่ กทพ. จะต้องพิจารณาด้วยว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติ
ตามสิทธิหรือหน้าที่ของ กทพ. หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ เพียงใด ในกรณีที่ กทพ. เห็นว่า การเก็บรวบรวม
ข้อมูลชีวภาพสำหรับการบันทึกเวลาทำงานเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของ กทพ.
หรือผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในการ
บันทึกเวลาทำงานแทนกัน โดยได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วว่า หากไม่ดำเนินการเช่นนั้น กทพ. จะไม่สามารถ
ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานได้ กทพ. ก็อาจยกกรณีดังกล่าว
เป็นข้อยกเว้นการได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค) ได้ แต่ กทพ.
จะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
ในกรณีที่ กทพ. เห็นว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพสำหรับการบันทึกเวลาทำงาน
ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของ กทพ. หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (ค)
เช่น ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนว่ามีปัญหาการทุจริตในการบันทึกเวลาทำงานของผู้ปฏิบัติงานของ กทพ.
หรือยังไม่แน่ชัดว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือยังมีมาตรการอื่นที่ไม่ต้องใช้
ข้อมูลชีวภาพที่อาจแก้ปัญหาได้ผล ซึ่ง กทพ. ยังไม่ได้พิจารณาดำเนินการ ทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ
ของผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. ดังกล่าว ไม่ได้รับยกเว้นการขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง กทพ. ก็อาจพิจารณา
ขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนัย [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) ประกอบ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง
โดยการขอความยินยอมจะต้องเป็นไปตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) และ [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย
สำหรับประเด็นตามข้อหารือที่ 2 เห็นว่า ในกรณีที่ กทพ. พิจารณาแล้ว เห็นว่า การเก็บรวบรวม
ข้อมูลชีวภาพเพื่อวัตถุประสงค์ในการบันทึกเวลาทำงาน ไม่ได้รับยกเว้นการขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
จากผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) วรรคหนึ่ง แต่ผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. ไม่ให้ความยินยอมในการเก็บ
รวบรวมข้อมูลชีวภาพดังกล่าว กทพ. อาจต้องพิจารณาต่อไปว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ เป็นกรณีที่มี
ความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการบันทึกเวลาทำงานและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพียงใด
โดย [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บัญญัติว่า "ในการขอความ
ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระ
ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ
ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็น
หรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ" ซึ่งเป็นการกำหนดหลักความเป็นอิสระ
ในการให้ความยินยอม โดยกำหนดว่า ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันกรณีการบังคับให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอมเป็นเงื่อนไขในการเข้าทำสัญญา
หรือการให้บริการใด ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่มี
ความเกี่ยวข้องกัน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกรณีที่ต้อง
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และมีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญา
ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็ย่อมสามารถกำหนดเงื่อนไขในการให้ความยินยอม
เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ในการเข้าทำสัญญาหรือการให้บริการนั้นได้
ซึ่งเป็นไปตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่ แต่จะต้องเก็บรวบรวมเท่าที่จำเป็นตามนัย [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ดังนั้น ในการบันทึกเวลาทำงานของพนักงานและลูกจ้างและการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวกับสัญญาจ้างพนักงานและลูกจ้าง หาก กทพ. พิจารณาแล้วเห็นว่าการเก็บรวบรวม
ข้อมูลชีวภาพมีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวตามสัญญาจ้าง
และ กทพ. จะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้หากไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ กทพ. ก็อาจ
พิจารณากำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติงานและการดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคลของพนักงานและลูกจ้าง
ตามสัญญาจ้างว่า จะต้องให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลชีวภาพดังกล่าว โดยแจ้งความจำเป็น
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ในการบันทึกเวลาทำงาน
การตรวจสอบเวลาเข้าออกงาน การลา การขาดงาน หรือการละทิ้งหน้าที่ รวมทั้งเพื่อการดำเนินการจ่ายเงินเดือน
หรือค่าตอบแทนอื่น และการประเมินการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีของพนักงานและลูกจ้าง ซึ่งเป็นไป
ตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ ทั้งนี้ กทพ. จะต้องแจ้ง
ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือการถอนความยินยอม ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ตามนัย [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (2) และ [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคหก
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
แต่หาก กทพ. พิจารณาแล้วเห็นว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพนั้นไม่มีความจำเป็น
หรือเกี่ยวข้องต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวตามสัญญาจ้างตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กทพ. จะต้องจัดให้มีวิธีการอื่นในการบันทึกเวลา
ทำงานและการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างที่ไม่ให้ความยินยอมหรือถอนความยินยอม
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลชีวภาพดังกล่าวด้วย โดยอาจกำหนดในลักษณะเดียวกับที่กำหนดไว้
ในข้อ 12 ของระเบียบวิธีปฏิบัติงานของ กทพ. ว่าด้วย การบันทึกเวลาทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2564 ที่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานลงลายมือชื่อมาทำงานและลงลายมือชื่อออกจากการทำงานในบัญชีลงเวลาทำงาน
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีความผิดปกติทางร่างกายหรือระบบบันทึกเวลาทำงานขัดข้องจนไม่สามารถบันทึกเวลาได้ ทั้งนี้
ในการขอความยินยอมจากพนักงานและลูกจ้าง กทพ. ในฐานะนายจ้าง ควรใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ขัด
กับหลักความเป็นอิสระในการให้ความยินยอมของพนักงานและลูกจ้างตาม [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md) วรรคสี่ด้วย
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ เห็นว่า ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของ กทพ.
ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ กทพ. ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ข้อมูลชีวภาพตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว หรือเกิดกรณีโต้แย้งที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้นั้นย่อมมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md)
โดยยื่นคำร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามระเบียบคณะกรรมการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณา
คำร้องเรียน พ.ศ. 2565 เพื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเรื่องร้องเรียนและมีคำสั่งตามหน้าที่
และอำนาจต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น กทพ. จึงควรแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานผู้นั้นทราบ
และพิจารณาใช้สิทธิร้องเรียนต่อไปตามความเหมาะสม
อนึ่ง เนื่องจากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลชีวภาพ โดยธรรมชาติอาจมีความเสี่ยง
ที่จะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลได้ค่อนข้างสูง กทพ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องจัดให้มี
มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยง โดยคำนึงถึงปัจจัยทางเทคโนโลยี
บริบท สภาพแวดล้อม มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับสำหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกัน
หรือใกล้เคียงกัน ลักษณะและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากร
ที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ในการดำเนินการประกอบกัน เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง
แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
และประโยชน์ของพนักงานและลูกจ้างในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน
โดยมาตรการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ
กำหนดตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ซึ่งออกตามความใน [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ที่ กทพ. ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้บังคับ
โดยบทเฉพาะกาลตาม [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md) แห่งพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถ
เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์เดิม และสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่มาตรา 24
หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องกำหนดวิธีการยกเลิกความยินยอมและเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ประสงค์ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเก็บรวบรวมและใช้
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวสามารถแจ้งยกเลิกความยินยอมได้โดยง่ายด้วย ดังนั้น การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล
ส่วนบุคคลของ กทพ. ที่ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อวัตถุประสงค์ในการบันทึกเวลา
ทำงานของผู้ปฏิบัติงานของ กทพ. และการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เดิมก็สามารถเก็บรวบรวม
และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ และในกรณีที่ กทพ. ได้ใช้ฐานทางกฎหมายอื่นไปแล้ว เช่น ได้รับความยินยอม
โดยชัดแจ้ง หรือเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ
ที่สำคัญตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) แล้วแต่กรณี โดยได้แจ้งรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคลทราบตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (privacy notice) และมีการบันทึกรายการตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) ในกรณีที่ กทพ.
เห็นควรเปลี่ยนแปลงฐานทางกฎหมายให้สอดคล้องกับแนวทางการตอบข้อหารือนี้ กทพ. ควรพิจารณา
แจ้งรายละเอียดที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบอีกครั้ง (re-notice) รวมทั้ง
แก้ไขหรือปรับปรุงการบันทึกรายการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงด้วย เพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใสต่อ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
อนึ่ง การให้คำแนะนำและคำปรึกษาในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 นี้ เป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยทั่วไป แต่ในกรณีที่มี
เรื่องร้องเรียนหรือมีการตรวจสอบการกระทำใด ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
หรือหน่วยงานอื่น ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรย่อมเป็นไปตามข้อกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-14-2567.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-43.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
- [มาตรา 19](https://link.pdpalawbase.com/section/19.md)
- [มาตรา 20](https://link.pdpalawbase.com/section/20.md)
- [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)
- [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)
- [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md)
- [มาตรา 95](https://link.pdpalawbase.com/section/95.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
