---
title: "ข้อหารือที่ 14/2569 เรื่อง ข้อหารือของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการกับ ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์"
type: opinion
slug: opinion-14-2569

opinion_number: 14
year_be: 2569
doc_no: "14/2569"
subject: "ข้อหารือของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการกับ ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์"
subject_summary: "สำนักงาน ปปง. หารือแนวทางจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และหน่วยความจำ) ที่ตกเป็นของแผ่นดิน ก่อนนำออกขายทอดตลาด"
asker:
  - สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
interpreted_sections:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-5

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/08/consultation-77-1.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-14-2569.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-ocr-city"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2569

references:
  - มาตรา-4
  - มาตรา-5

ingested_by: claude-opus-5
ingested_at: 2026-08-28
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 14/2569 เรื่อง ข้อหารือของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการกับ ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) วรรคหนึ่ง (2) และ (5) และวรรคสาม และ[มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md)
2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ พ.ศ. 2566
3. พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม
มาตรา 51 มาตรา 55 และมาตรา 57
4. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของ แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2556 และที่
แก้ไขเพิ่มเติม
5. ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการ
จัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5. ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยการนำทรัพย์สินออก
ขายทอดตลาด พ.ศ. 2566

## ข้อหารือ

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) แจ้งว่า สำนักงาน ปปง.
จะดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ศาลได้มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน และคดีถึงที่สุดแล้ว และทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์จัดเก็บ ข้อมูลภายนอก (หน่วยความจำแบบแฟลช หรือ Flash Memory) เป็นทรัพย์สินที่อาจเสื่อมค่าหรือราคา
โดยสภาพไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ จึงเป็นทรัพย์สินที่เข้าหลักเกณฑ์ที่สามารถนำออกขายทอดตลาดได้ ตามมาตรา 51 และมาตรา 55 ประกอบมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เป็นไปตามคำสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของ
แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2556 ระเบียบคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. 2543
และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ.ศ. 2566 เพื่อให้การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวข้างต้น เป็นไปด้วย ความรอบคอบ ถูกต้องและเรียบร้อย จึงขอหารือว่า สำนักงาน ปปง. สามารถนำทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกอยู่ออกขายทอดตลาดได้หรือไม่ อย่างไร และขอทราบแนวทางปฏิบัติ
เกี่ยวกับการดำเนินการกับทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกอยู่ด้วย

## ความเห็น

2
คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า ในการดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาด ทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก ที่ศาลได้มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินและคดีถึงที่สุดแล้ว และทรัพย์สิน ที่มีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ นั้น สำนักงาน ปปง. มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ประกอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การดำเนินการกับทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม ที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการ ทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน ที่ถูกยึดหรืออายัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ.ศ. 2566 โดยในการดำเนินการเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดและ การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามข้อหารือ เป็นการดำเนินการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดการต่อตัวทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์ จากข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ที่จะมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ดังนั้น สำนักงาน ปปง. จึงมิได้มีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามบทนิยาม ของคำว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตาม[มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม หากสำนักงาน ปปง. มีการเข้าถึงและเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการก็จะดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น ในกรณีเช่นนี้ สำนักงาน ปปง. ก็จะมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามกฎหมาย ในภารกิจและหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน ปปง. แต่[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บัญญัติให้ยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับแก่การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึง ความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อีกทั้ง[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5)
การฟอกเงิน พ.ศ. 2556 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการกับทรัพย์สิน
บัญญัติให้ยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้ง การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วย ดังนั้น การเข้าถึงและการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
E
3
ข้อมูลส่วนบุคคลในทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ปปง. ที่เป็นการดำเนินการในหน้าที่
เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของประชาชนหรือนิติวิทยาศาสตร์ อันเข้าข่ายข้อยกเว้นตาม[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) หรือเป็นการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี หรือการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเพื่อให้รู้ถึง การกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำความผิดอาญา ข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งความผิดอาญา การติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดอาญา การพิจารณาความผิดอาญา และการลงโทษผู้กระทำความผิดอาญา) อันเข้าข่ายข้อยกเว้นตาม[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) ย่อมได้รับยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ แต่สำนักงาน ปปง. จะต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตาม[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) วรรคสาม ประกอบประกาศคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ
พ.ศ. 2566 ด้วย
อย่างไรก็ดี คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในการนำทรัพย์สิน ประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกขายทอดตลาด ย่อมส่งผลให้บุคคลภายนอกอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคคลอื่นที่บันทึกอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้ สำนักงาน ปปง. จึงควรคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ต้องหาหรือจำเลยและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้เสียหายหรือบุคคลในรายชื่อผู้ติดต่อ ซึ่งอาจถูกบันทึกอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย ดังนั้น เพื่อให้การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามข้อหารือ เป็นไปด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง เรียบร้อย และสอดคล้องกับหลักการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงาน ปปง. ควรพิจารณาจัดให้มีกระบวนการส่งมอบข้อมูลคืนให้เจ้าของทรัพย์สินเดิม หรือผู้แทน (หากไม่ใช่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย หรือได้มาโดยมิชอบ หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดโดยตรง) และ/หรือลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว โดยหากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีชิ้นส่วนที่ใช้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ควรลบหรือทำลายข้อมูลที่อยู่ภายในชิ้นส่วนดังกล่าวให้เรียบร้อย ก่อนที่จะนำไป ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เท่าที่จะสามารถกระทำได้ หรือตั้งค่าอุปกรณ์ให้กลับไปเป็นค่าโรงงาน (Factory Reset)
หรือกระทำโดยวิธีการอื่นใดเพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวปราศจากข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคล ที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ก่อนที่จะนำไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เท่าที่จะสามารถกระทำได้ พร้อมทั้ง อาจพิจารณาจัดทำบันทึกการส่งมอบข้อมูลคืน และ/หรือการลบหรือทำลายข้อมูลไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนการนำออกขายทอดตลาด ควรกระทำด้วย วิธีการที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถถูกเข้าถึงหรือกู้คืนได้อีก เช่น การลบข้อมูลอย่างปลอดภัย (secure data erasure) ด้วยการเขียนทับข้อมูล (secure data wiping) หรือการล้างข้อมูลด้วยสนามแม่เหล็ก (degaussing) หรือการทำลายสื่อบันทึกข้อมูลทางกายภาพ (หากจำเป็น) เท่าที่จะสามารถกระทำได้ เนื่องจาก การลบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยวิธีการทั่วไปอาจทำให้ยังคงสามารถกู้คืนข้อมูลได้โดยใช้วิธีการทางเทคนิค นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. อาจพิจารณาหารือกับหน่วยงานหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิธีการ ทำลายทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น หรือทำลายชิ้นส่วนที่ใช้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ
อุปกรณ์ดังกล่าว ที่มีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามวิธีการข้างต้นได้ แทนการนำทรัพย์สินประเภท
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวออกขายทอดตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถ
เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์ดังกล่าวได้ในภายหลังได้ตามที่เห็นสมควร โดยในการดำเนินการดังกล่าว สำนักงาน ปปง. มีหน้าที่พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และอาจพิจารณา ทบทวนหรือแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้องดังกล่าวต่อไปได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](public_html/raw/opinions/opinion-14-2569.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/08/consultation-77-1.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 5](https://link.pdpalawbase.com/section/5.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
