---
title: "ข้อหารือที่ 15/2567 เรื่อง ธนาคาร Y ขอหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ กิจการหรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566"
type: opinion
slug: opinion-15-2567

opinion_number: 15
year_be: 2567
doc_no: "15/2567"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-44"
subject: "ธนาคาร Y ขอหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ กิจการหรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566"
subject_summary: "ธนาคาร Y ขอหารือ 2 ประเด็น: (1) ตามมาตรา 7 พระราชกฤษฎีกายกเว้นฯ — กรณีลูกค้าขอแก้ไขข้อมูล update กับธนาคารโดยตรง ธนาคารต้องส่งให้กรมสรรพากรหรือไม่; (2) ตามมาตรา 11 — ม.11 ครอบคลุมทุกประเภทผู้ควบคุมข้อมูลหรือไม่ และ correspondent bank ในกรณี fraud จะได้รับยกเว้นหรือไม่"
asker:
  - ธนาคาร Y
interpreted_sections:
  - มาตรา-35
  - มาตรา-36
  - มาตรา-73
conclusion_summary: "ประเด็น 1: ลูกค้าขอแก้ไขโดยตรงโดยไม่ได้แจ้งว่าเพื่อให้ข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับถูกแก้ไขด้วย = ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 7 พระราชกฤษฎีกา · แต่ธนาคาร Y ยังมีหน้าที่ตาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) (ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน) · ถ้าไม่แก้ไข ต้องบันทึกคำร้องขอ+เหตุผลใน ROPA ตาม [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคหนึ่ง · ลูกค้ามีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตาม [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคสอง ประกอบ [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md). ประเด็น 2: (1) ม.11 พระราชกฤษฎีกาฯ ครอบคลุม controller ทั้งภาครัฐ+ภาคเอกชน (มาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกาฯ); (2-3) correspondent bank ที่ไม่ใช้อำนาจรัฐและไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ ม.11 ของพระราชกฤษฎีกาฯ = ไม่ได้รับยกเว้น · แต่ธนาคาร Y อาจดำเนินการตาม PDPA ได้ผ่านฐานอื่น เช่น จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-44.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-15-2567.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2567

references:
  - มาตรา-24
  - มาตรา-35
  - มาตรา-36
  - มาตรา-39
  - มาตรา-73

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-26
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 15/2567 เรื่อง ธนาคาร Y ขอหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ กิจการหรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md) [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) และ [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md)
2. พระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ กิจการ หรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566
     มาตรา 3 มาตรา 7 และมาตรา 11

## ข้อหารือ

ธนาคาร Y ขอหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ กิจการ หรือ
หน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ
พ.ศ. 2566 ดังนี้
ประเด็นข้อหารือที่ 1 กรณีตามมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ในกรณีที่
ลูกค้ามาขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน (update) โดยตรงกับธนาคาร ธนาคารจำเป็นต้อง
แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (update) ให้แก่กรมสรรพากรหรือไม่ หากไม่ได้
มีคำขอเพิ่มเติมจากกรมสรรพากร
ประเด็นข้อหารือที่ 2 หารือประเด็นตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ดังนี้
1. มาตรา 11 จะใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภท ไม่จำกัดเฉพาะผู้ควบคุม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐใช่หรือไม่
2. หากธนาคารได้รับการร้องขอจากธนาคารตัวแทนต่างประเทศ (correspondent bank) ที่อยู่
ในต่างประเทศ โดยเป็นกรณีที่ธนาคารตัวแทนต่างประเทศแจ้งว่า เงินที่โอนเข้ามาสงสัยว่าเข้าข่ายการฉ้อโกง
(fraud) ซึ่งธนาคารต้องดำเนินการตอบกลับไปยังธนาคารตัวแทนต่างประเทศ โดยจะมีข้อมูล เช่น ชื่อและเลขที่
บัญชีของลูกค้า ส่งให้แก่ธนาคารตัวแทนต่างประเทศ จะถือว่าธนาคารได้รับยกเว้นตามมาตรานี้หรือไม่
3. การที่ธนาคารส่งเงินไปยังธนาคารตัวแทนต่างประเทศ (correspondent bank) แล้วภายหลัง
ลูกค้ามาแจ้งว่า กรณีที่ส่งเงินดังกล่าวไป สงสัยว่าจะเข้าข่ายฉ้อโกง (fraud) เนื่องจากลูกค้าโดน hack e-mail
ธนาคารจึงได้ดำเนินการส่งข้อความ (message) แจ้งไปยังธนาคารตัวแทนต่างประเทศเพื่อขอเงินคืน จะถือว่า
ธนาคารได้รับยกเว้นตามมาตรานี้หรือไม่

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว มีความเห็น ดังนี้
ประเด็นข้อหารือที่ 1 เห็นว่า เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกา
กำหนดลักษณะ กิจการ หรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566 แล้ว การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคาร Y ในฐานะผู้ควบคุม
ข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด 2 และหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังกล่าว จะต้องเป็นกรณีที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิต
ร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลไปยังธนาคาร Y โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายในการขอข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการ
ตามวัตถุประสงค์หรือภารกิจตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากร การดำเนินการใด ๆ
อันเกี่ยวกับการบังคับแก่บรรดาค่าธรรมเนียมทางภาษีอากร ค่าฤชาธรรมเนียม หรือค่าอากรใด ๆ รวมทั้ง
การดำเนินการตามพันธกรณีหรือความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องดังกล่าว ตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ ก่อน และเมื่อธนาคาร Y ได้มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่กรมสรรพากร กรมศุลกากร
หรือกรมสรรพสามิตตามที่ได้รับการร้องขอแล้ว ต่อมาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอใช้สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล
ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐนั้นได้รับข้อมูลมาจากธนาคาร Y ธนาคาร Y ในฐานะ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลนั้น จึงมีหน้าที่แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและ
เป็นปัจจุบัน และส่งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันให้กับหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติม ตามมาตรา 7 วรรคสอง
เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอใช้สิทธิดังกล่าว แต่จากประเด็นตามข้อหารือกรณีที่ลูกค้าใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูล
ส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยตรงกับธนาคาร Y โดยกรมสรรพากร กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิต
ไม่ได้ร้องขอให้ธนาคาร Y แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันแล้วส่งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
ให้กับตนอีกครั้ง และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้แจ้งในการขอใช้สิทธิดังกล่าวกับธนาคาร Y โดยตรงว่าเป็นกรณี
ที่ต้องการใช้สิทธิเพื่อให้ข้อมูลที่ธนาคาร Y เปิดเผยให้กับหน่วยงานของรัฐอื่นใดที่ร้องขอได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
และเป็นปัจจุบัน ก็จะไม่ใช่กรณีตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคาร Y ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่ตาม [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md)
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น ธนาคาร Y จึงต้องแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดตามที่ลูกค้าในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
หากข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สมบูรณ์ หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และหาก
ธนาคาร Y ไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ ธนาคาร Y ต้องบันทึกคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมด้วย
เหตุผลที่ปฏิเสธการขอแก้ไขข้อมูลนั้นไว้ในรายการที่ต้องบันทึกตาม [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) (Records of Processing
Activities: ROPA) ตามนัย [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคหนึ่งด้วย อย่างไรก็ดี เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อ
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ ตาม [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md) วรรคสอง ประกอบ
[มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ประเด็นข้อหารือที่ 2 สำหรับประเด็นตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดลักษณะ
กิจการ หรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วน
มาใช้บังคับ พ.ศ. 2566 นั้น เห็นว่า
1. ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ในการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ นั้น มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ
บัญญัติบทนิยามของคำว่า "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" ในความหมายว่า ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในภาครัฐ
และภาคเอกชน ดังนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 11 ดังกล่าว จึงไม่จำกัดเฉพาะกับหน่วยงานของรัฐ
เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นภาคเอกชนด้วย แต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใดจะได้รับการ
ยกเว้นตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ หรือไม่ จะต้องพิจารณาเงื่อนไขตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกานี้
ประกอบกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ เช่น กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วม
ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ประกอบด้วย
2. สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินการเกี่ยวกับ
การเนรเทศ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
การป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมืออื่นทางศาล หรือ
กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด 2 และหมวด 3
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้น
จะต้องพิจารณากฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นประกอบด้วย ซึ่งการดำเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 11 โดยทั่วไปจะต้องอาศัยอำนาจรัฐหรือกระบวนการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งรวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ ดังนั้น การดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างธนาคารตัวแทนต่างประเทศ (correspondent bank) ที่อยู่
นอกราชอาณาจักรและธนาคารในราชอาณาจักร ซึ่งต่างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยกัน
หากการดำเนินการของธนาคารทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้อำนาจรัฐและไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายได้
กำหนดไว้เป็นการเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 11 ของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ย่อมไม่ได้รับการยกเว้น
การปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด 2 และหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้รับการยกเว้นการบังคับใช้พระราชบัญญัตินี้ ธนาคาร Y ก็อาจพิจารณาดำเนินการ
เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าวให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้ เช่น กรณีที่ธนาคาร Y เห็นว่า การดำเนินการร่วมกันระหว่างธนาคาร Y กับธนาคาร
ตัวแทนต่างประเทศ เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินในกรณีใดเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา เป็นต้น
3. สำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคาร Y กับธนาคาร
ตัวแทนต่างประเทศ (correspondent bank) เช่น การขอเงินคืนเมื่อสงสัยว่าเงินที่โอนไปยังธนาคารตัวแทน
ต่างประเทศจะเข้าข่ายฉ้อโกง (fraud) นั้น เห็นว่า กรณีที่การดำเนินการของธนาคารทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้อำนาจรัฐ
และไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 11
แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว การดำเนินการนั้นย่อมไม่ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด 2
และหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในทำนองเดียวกันกับข้อ 2

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-15-2567.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-44.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 35](https://link.pdpalawbase.com/section/35.md)
- [มาตรา 36](https://link.pdpalawbase.com/section/36.md)
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)
- [มาตรา 73](https://link.pdpalawbase.com/section/73.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
