---
title: "ข้อหารือที่ 3/2568 เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
type: opinion
slug: opinion-3-2568

opinion_number: 3
year_be: 2568
doc_no: "3/2568"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-52"
subject: "สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
subject_summary: "สำนักงาน คปภ. ขอหารือ 6 ประเด็น: (1) ฐานข้อมูลฉ้อฉลประกันภัย+พฤติกรรมฉ้อฉล = ประวัติอาชญากรรมหรือไม่; (2) แลกเปลี่ยนข้อมูลกรมธรรม์ระหว่างบริษัทประกันภัย; (3) ข้อมูลอ่อนไหวกับ ม.26 (4)/(5)(จ) นิยาม 'ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ'; (4) แนวทางสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่แตกต่างกัน; (5) หน่วยงานรัฐอื่นขอเชื่อมโยงข้อมูล; (6) ทายาท/ผู้รับประโยชน์ขอข้อมูลกรมธรรม์ผู้เอาประกันภัยที่ถึงแก่กรรม"
asker:
  - สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
interpreted_sections:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-6
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37
conclusion_summary: "ตาม [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1) PDPA — สำนักงาน คปภ. ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ก่อน + PDPA เพิ่มเติม. (1) ฐานข้อมูลฉ้อฉล → คปภ. = controller ตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) · เก็บได้ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4)/(6) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) (ประโยชน์สาธารณะ-กำกับธุรกรรมการเงิน) · แลกเปลี่ยนกับบริษัทประกันภัยทำได้ภายใต้คปภ. แต่บริษัทจะแลกเปลี่ยนเองโดยลำพังไม่ได้ · ระบบควรเป็น query-based เก็บเท่าที่จำเป็น ตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) · มาตรการ security ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) · พฤติกรรมฉ้อฉล = ประวัติอาชญากรรมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าได้นำไปดำเนินคดีอาญาแล้วหรือยัง = case-by-case. (2) แลกเปลี่ยนกรมธรรม์ → คปภ. ทำได้ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) · บริษัทประกันภัยทำเอง ไม่ได้ ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ · ผู้เอาประกันภัยต้องให้ข้อมูลตามหลัก Utmost Good Faith → [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (2). (3) ม.26 (4) ใช้ไม่ได้กับ underwriting → [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) (สัญญา) ถ้าเป็นข้อมูลไม่ sensitive; ถ้า sensitive ต้องขอความยินยอม unless คปภ. ออกกฎหลักเกณฑ์ → ใช้ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ). (4) คปภ. ออกแนวปฏิบัติเฉพาะธุรกิจประกันชีวิต/วินาศภัยได้. (5) หน่วยงานรัฐขอเชื่อมโยง → ต้องมีฐานทาง กม. ของหน่วยรับ; [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) หรือ [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง; หน่วยที่ได้รับยกเว้นตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2)/(5) (ความมั่นคง/กระบวนการยุติธรรม) คปภ. ยังต้องปฏิบัติตาม PDPA. (6) ทายาท → ผู้ถึงแก่กรรม = ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล (ตามนิยาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)) แต่อยู่ใต้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ม.25 · ผู้ยังมีชีวิตอยู่ → [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) (ปฏิบัติตามกฎหมาย) หรือ [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) (ประโยชน์โดยชอบของทายาท)"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2025/09/PDPCconsultation-52.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-3-2568.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2568

references:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-6
  - มาตรา-21
  - มาตรา-22
  - มาตรา-23
  - มาตรา-24
  - มาตรา-26
  - มาตรา-27
  - มาตรา-37

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-26
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 3/2568 เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

## ข้อกฎหมาย

_(ไม่ปรากฏหัวข้อข้อกฎหมายในเอกสารต้นฉบับ — ฐานทางกฎหมายที่อ้างถึงใน "ความเห็น" ประกอบด้วย [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1), [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) และ (5), [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md), [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคหนึ่งและวรรคสอง, [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md), [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (2), [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) (4) (5) (6), [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (4) (5) (จ), [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งและวรรคสอง, [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) (2) แห่ง PDPA + พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ม.4/25 + พ.ร.บ. คปภ. ม.17/20 (2) + ประกาศนายทะเบียนฯ ฉ้อฉล 2564 + ประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ 2565 ข้อ 4)_

## ข้อหารือ

_(ไม่ปรากฏหัวข้อข้อหารือในเอกสารต้นฉบับ — แต่ในความเห็นได้สรุปประเด็นข้อหารือ 6 ประเด็น: ฐานข้อมูลฉ้อฉลประกันภัย, แลกเปลี่ยนข้อมูลกรมธรรม์ระหว่างบริษัท, ข้อมูล sensitive ตาม ม.26, แนวทางสำหรับธุรกิจประกันชีวิต/วินาศภัยที่แตกต่าง, หน่วยงานรัฐอื่นขอเชื่อมโยง, ทายาท/ผู้รับประโยชน์ขอข้อมูลกรมธรรม์)_

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาเรื่องหารือดังกล่าวแล้ว
เห็นว่า การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน คปภ. ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยในขณะเดียวกัน
สำนักงาน คปภ. มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ
กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่อยู่ใน
ความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงาน คปภ. จะต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
ของราชการ พ.ศ. 2540 ด้วย ซึ่งเป็นไปตาม [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 ที่กำหนดว่า "ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น
เว้นแต่ (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ
ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม" ดังนั้น ในข้อหารือ
บางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 สำนักงาน คปภ.
อาจพิจารณาหารือไปยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อตอบข้อหารือในประเด็นดังกล่าวโดยตรงต่อไป
สำหรับประเด็นข้อหารือของสำนักงาน คปภ. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ พิจารณาแล้วมีความเห็นในแต่ละประเด็น ดังนี้

### ประเด็นข้อหารือที่ 1 (ฐานข้อมูลฉ้อฉลประกันภัย)

สำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับ ส่งเสริม และพัฒนา
การประกอบธุรกิจประกันภัยตามนโยบายและมติของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย (คปภ.) ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวปฏิบัติที่ คปภ. กำหนด ซึ่งปรากฏ
ตามมาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
พ.ศ. 2550 และมีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด จึงมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลตาม [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การจะจัดทำ
ระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย และขอให้สำนักงาน คปภ. เปิดเผยข้อมูลในฐานข้อมูลดังกล่าว
ให้แก่บริษัทประกันภัยจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพียงใด นั้น สำนักงาน คปภ. ต้องพิจารณาจากกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องกับการประกันวินาศภัยหรือการประกันชีวิต รวมถึงกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม
การประกอบธุรกิจประกันภัยว่า การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์อย่างไร ข้อมูลที่เก็บรวบรวมใน
ระบบฐานข้อมูลจะเปิดเผยให้ผู้ใดได้บ้าง และเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. เพื่อให้
บรรลุวัตถุประสงค์ในการกำกับ ส่งเสริม และพัฒนาการประกอบธุรกิจประกันภัยตามนโยบายและมติของ คปภ.
ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวปฏิบัติที่ คปภ. กำหนดหรือไม่ หากเป็นกรณีดังกล่าว สำนักงาน คปภ.
ก็สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมได้
เนื่องจากเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4)
หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) หรือเป็นการจำเป็น
ในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มี
มาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ)
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เนื่องจากการตรวจสอบ
ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการฉ้อฉลประกันภัย เป็นมาตรการหนึ่งในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัย
อันมีลักษณะเป็นธุรกรรมทางการเงินประเภทหนึ่งซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเงิน
ของประเทศและต่อผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้บริโภค การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจประกันภัยและ
การคุ้มครองสิทธิของผู้เอาประกันภัยโดยรวมที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ นอกจากนี้ หากสำนักงาน คปภ. พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็นต้องใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่บริษัทประกันภัย ในฐานะที่สำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงาน
กำกับดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว การเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างสำนักงาน คปภ. กับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เพื่อประโยชน์
ในการตรวจสอบ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการฉ้อฉลประกันภัย ก็สามารถดำเนินการได้ โดยได้รับยกเว้นไม่ต้อง
ขอความยินยอมตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ตามประเด็นที่หารือ หากบริษัทประกันภัยประสงค์จะแลกเปลี่ยนข้อมูล
ส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัยระหว่างกัน โดยการจัดทำและบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลกลางด้านการประกันภัย
ร่วมกันเองโดยลำพังโดยสำนักงาน คปภ. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ บริษัทประกันภัยไม่อาจอาศัยบทบัญญัติ
ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ (6) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) แล้วแต่กรณี ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล
ส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้เองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าไม่ได้มี
บทบัญญัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ซึ่งบริษัทประกันภัยจำเป็นต้องปฏิบัติตาม และไม่ได้เป็น
การปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัทประกันภัย

อนึ่ง คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยนั้น
สำนักงาน คปภ. ควรดำเนินการเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยอาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะระบบตรวจสอบ เช่น เมื่อบริษัทประกันภัยได้
สอบถามข้อมูลมายังระบบฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ว่า ลูกค้าหรือ
ผู้เอาประกันภัยมีการฉ้อฉลประกันภัยหรือไม่ ระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการส่งต่อคำร้องขอดังกล่าว
ไปยังผู้เกี่ยวข้องภายในสำนักงาน คปภ. เพื่อตรวจสอบประวัติการฉ้อฉล แล้วจึงแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าว
ผ่านทางระบบว่า พบประวัติการฉ้อฉลหรือไม่ พร้อมระบุรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น โดยควรจำกัดสิทธิ
ของบุคคลที่จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวให้น้อยที่สุด และจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะต้อง
ประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical
measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical measures) ที่จำเป็นด้วย เพื่อให้
ข้อมูลดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงาน คปภ. ยังคงธำรงไว้ซึ่งความลับ
(conﬁdentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ของข้อมูล
ส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบกับ
ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2565

สำหรับประเด็นว่า พฤติกรรมการฉ้อฉลตามประกาศนายทะเบียน 2564 จะเข้าข่ายเป็นข้อมูลประวัติอาชญากรรมตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) หรือไม่ คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ เห็นว่า ต้องพิจารณาตามบทนิยามในข้อ 3 ของประกาศ คกก. 2566 — พฤติกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย จะเป็นข้อมูลประวัติอาชญากรรมต่อเมื่อเป็นข้อมูลในเชิงพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับการสืบสวน/ดำเนินคดี/รับโทษทางอาญา และเป็นข้อมูลที่เป็นทางการหรือรับรองโดยหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ (เช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร สตช. หรือกรมราชทัณฑ์) เท่านั้น · หากยังไม่ได้นำไปดำเนินการอาญา ก็ยังไม่ถือเป็นประวัติอาชญากรรม · ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี · ไม่ว่าจะเป็นประวัติอาชญากรรมหรือไม่ก็ตาม การเก็บข้อมูลดังกล่าวยังต้องเก็บเท่าที่จำเป็นตาม [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) + มาตรการ security ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1)

### ประเด็นข้อหารือที่ 2 (แลกเปลี่ยนข้อมูลกรมธรรม์ระหว่างบริษัทประกันภัย)

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยจากฐานข้อมูลกลางประกันภัย
แก่ภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจประกันภัย กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มิใช่ข้อมูล
ส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากไม่มีกฎหมายใด
กำหนดไว้เป็นการเฉพาะให้ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการปฏิบัติตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ
[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และเป็นกรณีที่มีความจำเป็นในการกำกับดูแลหรือส่งเสริม
การประกอบธุรกิจประกันภัยโดยรวม ตามนโยบายและมติของ คปภ. ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข
และแนวปฏิบัติที่ คปภ. กำหนด ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งของสำนักงาน คปภ. ก็อาจพิจารณา
เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เนื่องจาก
เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) แต่ใน
การพิจารณาใช้ฐานทางกฎหมายดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จะต้องพิจารณาตามหลักความจำเป็นและ
หลักความได้สัดส่วนว่าการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องมีขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่
ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสำนักงาน คปภ. หรือการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้
มอบให้แก่สำนักงาน คปภ. สามารถสัมฤทธิ์ผลได้ใช่หรือไม่ นอกจากนี้ หากมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมหรือข้อมูลสุขภาพ สำนักงาน คปภ. ก็อาจ
พิจารณาดำเนินการโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
โดยถือเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
ตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) โดยจะต้องจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์
ของผู้เอาประกันภัยที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งควรประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational
measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลควรพิจารณากำหนดนโยบายหรือหลักเกณฑ์ให้
บริษัทประกันภัยกำหนดเงื่อนไขในแบบคำขอเอาประกันภัย และระบุข้อมูลในการแจ้งวัตถุประสงค์และ
รายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 ว่าผู้รับประกันภัยจำเป็นจะต้องตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัย
เพื่อการเข้าทำสัญญากรมธรรม์ประกันภัยหรือการให้บริการตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย เนื่องจาก
ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่ปกปิด หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ
แก่ผู้รับประกันภัย ตามหลักการที่สำคัญประการหนึ่งของการทำสัญญาประกันภัย คือ หลักสุจริตอย่างยิ่ง
(Principle of Utmost Good Faith) จึงถือเป็นกรณีที่ผู้เอาประกันภัยในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อเข้าทำสัญญา ตาม [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md) (2) แห่งพระราชบัญญัตินี้ โดยผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องแจ้งถึงผลกระทบ
ที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล ตามเงื่อนไขในมาตราดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทประกันภัยประสงค์จะแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัยระหว่างกัน โดยจัดทำศูนย์ข้อมูลกลางร่วมกันเองโดยลำพัง โดยสำนักงาน คปภ. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ บริษัทประกันภัยไม่อาจอาศัย [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4)/(6) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) ได้เอง ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนด

### ประเด็นข้อหารือที่ 3 (ข้อมูลอ่อนไหวเพื่อ underwriting + นิยาม "ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ")

สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทประกันภัย ไม่ว่าเป็น
ข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) หรือไม่ก็ตาม จะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม ตามที่บัญญัติไว้ใน [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคหนึ่ง · การใช้/เปิดเผยตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
วรรคหนึ่ง ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิม เว้นแต่จะแจ้งใหม่+ได้รับความยินยอม หรือมีกฎหมายให้กระทำ
ตาม [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md) วรรคสอง · การพิจารณารับประกันภัย/คำนวณเบี้ย/ชดใช้ค่าสินไหม = ปฏิบัติตามสัญญา
ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (3) ไม่ใช่การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (4) · ดังนั้นข้อมูล sensitive ที่ใช้สำหรับ
underwriting/contract ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งตาม [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง
เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นอื่น · [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (4) เหมาะสำหรับสถานพยาบาลเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยเพื่อเรียกเก็บค่ารักษา
ตามกรมธรรม์.

สำหรับ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ) "ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ" — PDPA ไม่ได้กำหนดนิยามไว้ชัดแจ้ง
ดังเช่น UK Data Protection Act 2018 · อย่างไรก็ตาม คปภ. หรือสำนักงาน คปภ. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์
เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจประกันภัยที่บังคับให้บริษัทประกันภัยต้องเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์
สาธารณะได้ · เมื่อ คปภ. กำหนดหลักเกณฑ์แล้ว บริษัทประกันภัยที่ปฏิบัติตามย่อมใช้ฐาน [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) (จ)
ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งได้

### ประเด็นข้อหารือที่ 4 (แนวทางเฉพาะธุรกิจประกันชีวิต vs วินาศภัย)

การประกอบธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประกันชีวิตหรือธุรกิจประกันวินาศภัย
ล้วนมีลักษณะการดำเนินงานที่จำเพาะและอาจมีบริบทและรายละเอียดในการดำเนินงานที่แตกต่างกัน
การกำหนดแนวปฏิบัติที่จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง จึงควรเป็น
การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งทราบบริบทของการดำเนินการในภาคธุรกิจดังกล่าวเป็นอย่างดี
ดังนั้น สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับ ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบ
ธุรกิจประกันภัย จึงสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐาน หรือแนวปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงาน
ทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจประกันภัยได้ ซึ่งอาจรวมถึงแนวปฏิบัติหรือข้อกำหนดสำหรับการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การดำเนินงานในแต่ละประเภท
ของธุรกิจดังกล่าวมีความเหมาะสมและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการนั้น ๆ ได้ แต่จะต้องไม่ขัด
กับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง · อาจหารือกับ สคส. ก่อนได้

### ประเด็นข้อหารือที่ 5 (หน่วยงานรัฐอื่นขอเชื่อมโยงข้อมูล)

การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่ประสงค์จะขอเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อมูล
กรมธรรม์ประกันภัยจากระบบฐานข้อมูลของสำนักงาน คปภ. จะต้องดำเนินการโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์
ที่กฎหมายกำหนดหน้าที่และอำนาจไว้สำหรับแต่ละหน่วยงานดังกล่าว ดังนั้น ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ให้กับหน่วยงานของรัฐดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จะต้องพิจารณาว่าเป็นกรณีที่จะเปิดเผยให้หน่วยงานดังกล่าว
เพื่อวัตถุประสงค์ใด สำหรับกรณีที่เป็นการเปิดเผยเนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ย่อมถือได้ว่า
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แต่ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ
ตามกฎหมายแต่เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ซึ่งไม่มีสภาพบังคับให้สำนักงาน คปภ. ต้องปฏิบัติตาม
หากสำนักงาน คปภ. พิจารณาแล้วเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอดังกล่าว
มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของหน่วยงานนั้น หรือปฏิบัติ
หน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่หน่วยงานนั้น ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานดังกล่าว
ก็สามารถอาศัยข้อยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง
ได้ โดยหน่วยงานของรัฐผู้ขอข้อมูลต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเท่าที่จำเป็นภายใต้
หน้าที่และอำนาจของตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ตามนัย [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md) และจะต้องไม่ใช้หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับสำนักงาน คปภ.
ในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นตาม [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคสอง รวมทั้งมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยที่เหมาะสมตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (1) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลประกาศกำหนดในประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 นอกจากนี้ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ดังกล่าวให้กับหน่วยงานอื่น สำนักงาน คปภ. ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้หน่วยงานนั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูล
ส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตาม [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md) (2) ในส่วนที่สามารถกระทำได้ด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐอื่นร้องขอให้สำนักงาน คปภ. จัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูล
ส่วนบุคคลระหว่างกัน เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนมาก
จากระบบฐานข้อมูลกลางด้านการประกันภัย โดยกล่าวอ้างวัตถุประสงค์อย่างกว้าง ๆ เพื่อประโยชน์ใน
การป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่หน่วยงานดังกล่าว
กำกับดูแล แต่ไม่มีการระบุหรือชี้แจงบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้
อย่างชัดเจน ควรเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำนักงาน คปภ. คำนึงถึงอย่างรอบคอบเพื่อประกอบการพิจารณาใช้
ดุลพินิจในการเปิดเผยข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ตามคำขอของหน่วยงานดังกล่าว

อนึ่ง ในกรณีที่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐที่ร้องขอ
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากสำนักงาน คปภ. เป็นการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเพื่อให้รู้ถึงการกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำความผิดอาญา ข้อเท็จจริงและ
รายละเอียดแห่งความผิดอาญา การติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดอาญา การพิจารณาความผิดอาญา
และการลงโทษผู้กระทำความผิดอาญา หรือเป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษา
ความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกัน
และปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การดำเนินการ
ของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวที่เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ย่อมได้รับยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติ
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับ ตาม [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (2) หรือ (5) แล้วแต่กรณี
แต่การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานของรัฐดังกล่าวโดยสำนักงาน คปภ. ยังคงต้อง
นำพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ สำนักงาน คปภ. จึงยังคงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
ตามที่ได้ให้ความเห็นไว้ข้างต้น

### ประเด็นข้อหารือที่ 6 (ทายาท/ผู้รับประโยชน์ขอข้อมูลกรมธรรม์)

การที่สำนักงาน คปภ. จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัย
จากระบบฐานข้อมูลกลางด้านการประกันภัยให้แก่ทายาท ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์
ประกันภัย เพื่อตรวจสอบว่าผู้เอาประกันภัยมีการจัดทำประกันภัยไว้หรือไม่ หรือกับบริษัทใด ก่อนดำเนินการ
ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชน คุ้มครองสิทธิประโยชน์
ของประชาชน และสร้างความเป็นธรรมด้านการประกันภัย นั้น จะต้องพิจารณาก่อนว่าข้อมูลเกี่ยวกับ
กรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ โดยอาจแยกพิจารณาได้ ดังนี้

**1) กรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ถึงแก่กรรมแล้ว** ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว
จะไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เนื่องจาก [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดว่า "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถ
ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ดังนั้น
การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ถึงแก่กรรมแล้วให้กับทายาท
ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็น "ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล"
ตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ดังนั้น สำนักงาน คปภ.
จึงต้องพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย นอกจากนี้
มีข้อสังเกตว่า ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลถึงแก่กรรม และมิได้ทำพินัยกรรมกำหนดไว้
เป็นอย่างอื่น ทายาทหรือบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงย่อมมีสิทธิดำเนินการแทนเจ้าของข้อมูลที่
ถึงแก่กรรมแล้วได้ ตามมาตรา 25 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

**2) กรณีที่ผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่** ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยของผู้นั้น เป็นข้อมูล
ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สำนักงาน คปภ. จึงต้องพิจารณาว่า
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดให้สำนักงาน คปภ. ต้องเปิดเผยข้อมูล
ส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวหรือไม่ หากมีกฎหมายเช่นว่านั้น สำนักงาน คปภ. ก็สามารถเปิดเผยข้อมูล
ส่วนบุคคลดังกล่าวโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เนื่องจากเป็น
การปฏิบัติตามกฎหมายของสำนักงาน คปภ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6)
หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูล
ตามข้างต้น สำนักงาน คปภ. อาจพิจารณาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยได้รับยกเว้นไม่ต้อง
ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการเปิดเผยนั้นเป็นการจำเป็นเพื่อ
การกำกับ ส่งเสริม และพัฒนาการประกอบธุรกิจประกันภัยตามนโยบายและมติของ คปภ. ตลอดจน
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวปฏิบัติที่ คปภ. กำหนด ตามมาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติ
คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 หรืออำนาจหน้าที่อื่นใด
ของสำนักงาน คปภ. อันจะถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ
สำนักงาน คปภ. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (4) หรือ [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md) (5) แล้วแต่กรณี ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง

ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกำหนดให้สำนักงาน คปภ. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ
กรมธรรม์ประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ยังมีชีวิตอยู่ และสำนักงาน คปภ. พิจารณาแล้วเห็นว่า การเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
แต่สำนักงาน คปภ. พิจารณาเห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอม
จากผู้เอาประกันภัยที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์โดยชอบ
ด้วยกฎหมายของทายาท ผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย และประโยชน์
ของบุคคลดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัย
สำนักงาน คปภ. ก็อาจอาศัยข้อยกเว้นตาม [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าวได้ แต่จะต้องกระทำเท่าที่
จำเป็น และต้องพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ด้วย

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-3-2568.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2025/09/PDPCconsultation-52.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md)
- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 6](https://link.pdpalawbase.com/section/6.md)
- [มาตรา 21](https://link.pdpalawbase.com/section/21.md)
- [มาตรา 22](https://link.pdpalawbase.com/section/22.md)
- [มาตรา 23](https://link.pdpalawbase.com/section/23.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 26](https://link.pdpalawbase.com/section/26.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 37](https://link.pdpalawbase.com/section/37.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
