---
title: "ข้อหารือที่ 6/2569 เรื่อง ข้อหารือกรณีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุด"
type: opinion
slug: opinion-6-2569

opinion_number: 6
year_be: 2569
doc_no: "6/2569"
pdpc_consultation_legacy: "PDPC-consultation-69"
subject: "ข้อหารือกรณีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุด"
subject_summary: "นาย B (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ขอให้ตีความ [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (10) บังคับให้ธนาคาร/กรมที่ดิน/กรมขนส่งทางบก/กรมเจ้าท่า ส่งข้อมูลลูกหนี้เพื่อบังคับคดี + ออก MOU แนวปฏิบัติ"
asker:
  - นาย B (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา)
interpreted_sections:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-16
  - มาตรา-24
  - มาตรา-27
  - มาตรา-32
  - มาตรา-39
conclusion_summary: "ป.วิ.พ. ไม่ให้อำนาจเจ้าหนี้เข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกคดีโดยตรง — เจ้าหนี้ต้องสืบทรัพย์เอง · ป.วิ.พ. ม.277 (ฉบับ 30 พ.ศ. 2560) + ม.283 ให้กระบวนการศาลไต่สวน/ออกหมายค้นได้ · การเปิดเผยของธนาคาร/กรม ไม่เข้า [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) (ไม่ใช่กระบวนการพิจารณาคดี/บังคับคดีของเจ้าหน้าที่) → อยู่ใต้ PDPA · กรณีได้รับหมายเรียก/คำสั่งศาล: [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) ว.1 (ปฏิบัติตามกม.) เปิดได้ไม่ต้องขอความยินยอม · กรณีคำร้องตรงจากเจ้าหนี้: ใช้ [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) ว.1 + ทำ LIA 3-test (Purpose/Necessity/Balancing) ก่อนเปิด · เจ้าของข้อมูลคัดค้านได้ตาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) — controller ต้องพิสูจน์ตาม (ก) เหตุอันชอบยิ่งกว่า หรือ (ข) เพื่อ legal claims · ROPA [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md) บันทึกการเปิดเผยและ LIA · หน่วยงานรัฐต้องพิจารณา พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ + ธนาคารต้องตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินด้วย ตาม [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1)"

pdf_url: "https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/03/consultation-69.pdf"
pdf_local: "public_html/raw/opinions/opinion-6-2569.pdf"
source_url: "https://www.pdpc.or.th/consultation/"
content_origin: "pdf-pymupdf"

tags:
  - ข้อหารือ
  - year-2569

references:
  - มาตรา-3
  - มาตรา-4
  - มาตรา-16
  - มาตรา-24
  - มาตรา-27
  - มาตรา-32
  - มาตรา-39

ingested_by: claude-opus-4-7
ingested_at: 2026-05-28
reviewed_by: null
schema_version: 0.4.9
---

# ข้อหารือที่ 6/2569 เรื่อง ข้อหารือกรณีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุด

## ข้อกฎหมาย

1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1) [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (10) [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) และ (6) [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง และวรรคสาม [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) และ (ข) และ[มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277 และมาตรา 283
3. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4
4. พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

## ข้อหารือ

นาย B แจ้งว่า นาย B เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาศาลจังหวัด B โดยที่ศาลมีคำพิพากษาคดี ถึงที่สุดให้จำเลยใช้หนี้ แต่ด้วยการสืบทรัพย์บังคับคดี เป็นภาระอย่างยิ่งแก่โจทก์ที่เป็นผู้ชนะคดี เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษาต้องไปสืบทรัพย์เอง โดยจะต้องสืบข้อมูลจาก 1) บัญชีเงินฝากทุกธนาคารของลูกหนี้ ซึ่งธนาคาร จะยังคงปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และยังไม่มีมติที่ชัดเจนบังคับออกมาจากคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2) โฉนดที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ และ 3) รถ ยานพาหนะทางบกและทางน้ำ ซึ่งสร้างปัญหา ในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องบังคับตามคำพิพากษา ด้วยเหตุดังกล่าว อาศัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 25 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 51 มาตรา 53 มาตรา 59 มาตรา 63 และมาตรา 188 และคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระหนี้ จึงขอให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 16 (6) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้
1. ตีความว่า เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ถือคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยต้องชำระหนี้ ให้ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลทุกธนาคาร และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งข้อมูลทั้งหมดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
2. กำหนดแนวปฏิบัติ โดยให้มีบันทึกความเข้าใจแนวปฏิบัติกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีเจ้าหนี้ยื่นหนังสือขอข้อมูลโดยมีหลักฐานคำพิพากษาต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1) ธนาคาร แห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นส่วนกลางในการรวบรวมข้อมูลจากทุกธนาคาร 2) กรมที่ดิน/สำนักทะเบียน ที่กำกับสิ่งปลูกสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และ 3) กรมการขนส่งทางบกและกรมเจ้าท่า โดยเมื่อหน่วยงานของรัฐได้ตรวจหลักฐานครบแล้ว ก็ให้มอบข้อมูลทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นขอข้อมูลซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาโดยพลัน

## ความเห็น

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าว โดยได้รับฟังคำชี้แจง จากผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทน สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนกรมบังคับคดีแล้ว รวมทั้งได้เสนอข้อเท็จจริงในประเด็น ข้อหารือดังกล่าวให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจาก การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตาม[มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md) (10) ซึ่งคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้พิจารณาตีความและวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวแล้ว และได้มอบหมายให้

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ ดำเนินการตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ มีความเห็นในประเด็นข้อหารือดังกล่าวว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ได้มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการเข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของบุคคลอื่น ภายนอกคดี เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษา ในคดีแพ่งที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งต้องดำเนินการสืบทรัพย์เบื้องต้น เมื่อพบข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วจะแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป

ทั้งนี้ แม้ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งจะไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการเข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของบุคคลอื่นภายนอกคดีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ ตามคำพิพากษาไว้ แต่ในมาตรา 277 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 ได้กำหนด กระบวนการดำเนินการในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษา มีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้น ตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลทำการไต่สวนได้ และเมื่อมีคำขอ ดังกล่าว หรือเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกหมายเรียก ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาศาลด้วยตนเอง เพื่อการไต่สวนเช่นว่านั้นได้ และมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสาร หรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือ หรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ ตามกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ที่เห็นสมควร โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ศาลสามารถใช้อำนาจในการไต่สวนให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่จะสามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาได้

นอกจากนี้ มาตรา 283 แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 กำหนดว่า ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือมีบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคำพิพากษา อยู่ในสถานที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลออกหมายค้นสถานที่นั้น และเมื่อได้รับคำร้องเช่นว่านี้ ให้ศาลไต่สวนโดยไม่ชักช้า ถ้าเป็นที่พอใจ จากพยานหลักฐานที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำมาสืบหรือที่ศาลได้เรียกมาสืบเองว่ามีเหตุอันควรเชื่อตามที่ร้องขอ ให้ศาลมีอำนาจออกหมายค้นสถานที่นั้นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบและยึดทรัพย์สินหรือสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวภายในขอบเขตและเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็น

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งได้กำหนดขั้นตอนและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไว้แล้ว ในการดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา นาย B ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จึงสามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้กำหนดไว้ดังกล่าวต่อไปได้ สำหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่กำหนด หลักเกณฑ์ กลไก หรือมาตรการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหลักการทั่วไป ซึ่งไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีนี้ไว้เป็นการเฉพาะ โดยการเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของธนาคารหรือสถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานอื่นใด ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการ พิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ จึงไม่ใช่กรณีที่จะได้รับยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับตาม[มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md) (5) หน่วยงานที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องพิจารณาว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือไม่ ซึ่งในกรณีที่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานอื่นใด ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้รับหมายเรียกหรือคำสั่งจากศาลให้มาให้ถ้อยคำต่อศาลเพื่อการไต่สวน หรือส่งเอกสารหรือวัตถุพยาน ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือกฎหมายอื่น หรือได้รับคำสั่งจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวย่อมมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหมายเรียกหรือคำสั่งดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (6) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ตาม หากธนาคารหรือสถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานอื่นใด ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้รับคำร้องขอจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาให้เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยหากพิจารณาแล้วเห็นว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และประโยชน์ของเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก็สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือประโยชน์ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว มีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวก็จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งดังกล่าว ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักว่าประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะสูญเสียไปจากการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหรือไม่

นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านการเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนดังกล่าวตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่พิสูจน์ว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดง ให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ก) หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง ตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง ตามกฎหมาย ตาม[มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md) (1) (ข) หรือไม่ โดยในการพิจารณาชั่งน้ำหนักตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่งดังกล่าว ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจพิจารณาการประเมินประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest Assessment: LIA) จากหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังนี้

ประการที่หนึ่ง การทดสอบวัตถุประสงค์ (Purpose Test) เป็นการพิจารณาเหตุผลและ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวว่า มีความชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ อย่างไร

ประการที่สอง การทดสอบความจำเป็น (Necessity Test) เป็นการพิจารณาว่า การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อันชอบด้วย กฎหมายนั้น และสามารถดำเนินการด้วยวิธีการอื่นที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคล ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลน้อยกว่าได้หรือไม่ เพียงใด

ประการที่สาม การทดสอบความสมดุลแห่งสิทธิ (Balancing Test) เป็นการพิจารณาชั่งน้ำหนัก ระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในความเป็นส่วนตัว (right to privacy) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องเกินสมควร

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยเห็นว่าเป็นกรณีที่ ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตาม[มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md) (5) ประกอบ[มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md) วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39 ด้วย ตามนัยมาตรา 27 วรรคสาม โดยควรพิจารณาบันทึกเหตุผลในการใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนัก ระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล กับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการประเมิน ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest Assessment: LIA) ตามหลักเกณฑ์ 3 ประการดังกล่าว ไว้ในรายการตามมาตรา 39 ด้วย

อนึ่ง การให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 นี้ เป็นการให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยทั่วไป

อย่างไรก็ดี ในกรณีของธนาคารหรือสถาบันการเงินของรัฐ กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า และหน่วยงานของรัฐอื่น ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำร้องขอจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาให้เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว จะต้องพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ด้วย เนื่องจากเป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล ของหน่วยงานของรัฐ และในการใช้ดุลพินิจในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยหน่วยงานของรัฐดังกล่าว หากเจ้าของข้อมูลเห็นว่าได้รับความเสียหายก็สามารถใช้สิทธิร้องเรียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปได้

นอกจากนี้ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยธนาคารหรือสถาบันการเงิน ธนาคารหรือสถาบันการเงินดังกล่าวมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินและกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นไปตาม[มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md) (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่บัญญัติ หลักการไว้ว่า ในกรณีที่มีกฎหมายว่าด้วยการใดบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น เว้นแต่ บทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะซ้ำกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรือไม่ก็ตาม โดยในกรณีที่เห็นสมควร หน่วยงานที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับคำร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อาจพิจารณาหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ และหน่วยงาน ที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไปได้

สำหรับประเด็นที่ขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งความเห็น ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และกรมเจ้าท่า ด้วยนั้น การตอบข้อหารือนี้เป็นการให้คำแนะนำและคำปรึกษา ทางกฎหมายของคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือฯ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะได้แจ้งความเห็นตามข้อหารือนี้ไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

## เอกสารต้นฉบับ

- [PDF ต้นฉบับ (local)](../../raw/opinions/opinion-6-2569.pdf)
- [ที่มา: pdpc.or.th](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2026/03/consultation-69.pdf)


---

## โนดที่เกี่ยวข้อง (knowledge graph)

- [มาตรา 3](https://link.pdpalawbase.com/section/3.md)
- [มาตรา 4](https://link.pdpalawbase.com/section/4.md)
- [มาตรา 16](https://link.pdpalawbase.com/section/16.md)
- [มาตรา 24](https://link.pdpalawbase.com/section/24.md)
- [มาตรา 27](https://link.pdpalawbase.com/section/27.md)
- [มาตรา 32](https://link.pdpalawbase.com/section/32.md)
- [มาตรา 39](https://link.pdpalawbase.com/section/39.md)

ค้นทั้งคลัง: https://link.pdpalawbase.com/ask?q=<คำถาม> · สารบบทั้งหมด: https://link.pdpalawbase.com/
